ลูก 5 คน ร่ำไห้ขาดเสาหลักครอบครัว 'พิตบูล' ขย้ำ ชายวัย 52 ปี คนดูแลสวนแตงโมเสียชีวิต
'พิตบูล' ขย้ำ ชายวัย 52 ปี คนดูแลสวนแตงโมเสียชีวิต ลูก 5 คน ร่ำไห้ขาดเสาหลักครอบครัว หวั่นคดีไม่คืบหน้า ด้านเจ้าของสุนัขใส่ซองช่วย 1,000 บาท
กรณีเพจ “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” โพสต์เรื่องราว ชาย อายุ 52 ปี ถูกสุนัขพิตบูลกัดเสียชีวิตในป่าสักใกล้สวนแตงโม พื้นที่ ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร
ต่อมาผู้สื่อข่าว และ สิบเอก ประจักรกฤษ สายทิพย์ ผู้ก่อตั้งเพจกำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยผู้เสียชีวิตชื่อ นายเพยาว์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ซึ่งครอบครัวตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่ “วัดหนองไก่ฟ้า“ หมู่ที่ 9 ต.หินดาด อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร
ต่อมาลงตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุร่วมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.68 เวลา 22.00 น. ที่บริเวณป่าสักใกล้กับสวนแตงโม พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าในลักษณะใช้มือปิดบังบริเวณใบหน้า
จุดเกิดเหตุสลด
ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบพบร่องรอยการล้มลุกคลุกคลานเป็นระยะทางกว่า 10 เมตร ใกล้กับจุดที่ผู้ตายเสียชีวิตพบกิ่งไม้เปื้อนเลือดตกอยู่ สภาพผู้เสียชีวิตถูกคมเขี้ยวของสัตว์กัดทั่วบริเวณร่างกาย และมีแผลฉกรรจ์ที่หลังคอ หน้าอก คาดว่าถูกสุนัขขนาดใหญ่รุมกัดจนเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขก็มาร่วมพิธีศพที่วัด ซึ่งยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของการเยียวยาแต่อย่างใด โดยกลัวว่าคดีความจะไม่คืบหน้า และผู้ตายก็เป็นเสาหลักของครอบครัวที่ต้องดูแลส่งเสียลูก 5 คน และหลาน 2 คน
เมียเศร้าหวั่นคดีไม่คืบหน้า
สอบถาม นางมนต์ทา (สงวนนามสกุล) ภรรยาผู้เสียชีวิต อายุ 57 ปี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านเนื่องจากไปต่างจังหวัด แต่พยายามติดต่อสามีตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำไม่สามารถติดต่อได้จึงให้ลูกๆไปหาที่สวนแตงโมที่ผู้เสียชีวิตทำงานอยู่
ต่อมาตนได้รับแจ้งจากลูกว่าพบศพสามีนอนตายในป่าสัก จึงรีบกลับมาที่บ้าน ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเพราะที่ผ่านมาสามีเป็นคนดี ตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริต เป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลลูกๆอีก 5 คน
หลังจากนี้ยังไม่ทราบว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร อยากได้รับความเป็นธรรมและการรับผิดชอบจากเจ้าของสุนัข และกังวลว่าเรื่องจะเงียบหายไม่ได้รับความเป็นธรรมอยากให้ตำรวจเร่งดำเนิน พร้อมกับนำเรื่องดังกล่าวร้องมาที่นักข่าวและเพจฯ
ลูกเล่านาทีช็อก พบร่างพ่อเสียชีวิต
ด้าน น.ส.สุดารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า “ในวันเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จากน้องชายและแม่หลายครั้งสอบถามว่าพ่อกลับบ้านหรือยัง ตนจึงตอบกลับแม่และน้องๆไปว่าพ่อยังไม่ได้กลับบ้าน จึงออกตามหาพ่อภายในหมู่บ้านจนค่ำแต่ไม่พบ
ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น.จึงตัดสินใจพาพี่ชายอายุ 17 ปี เดินทางไปที่สวนแตงโมที่พ่อทำงานอยู่ พบรถจักรยานยนต์ของพ่อจอดอยู่ และพบว่าโทรศัพท์อยู่หน้าตะกร้ารถ จึงจอดรถจักรยานยนต์ของตัวเองเดินตามหาจนทั่วบริเวณดังกล่าว จนพบกับร่างของพ่อนอนคว่ำหน้าอยู่ จับตัวพ่อดูพบว่าพ่อตัวแข็งหมดแล้ว จึงโทรหาแม่และพี่ๆน้องๆให้มาดูพ่อ ก่อนที่ญาติจะแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ครอบครัวผู้เสียชีวิต
ที่ผ่านมาพ่อเป็นเสาหลักของบ้านดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ทำงานส่งลูกเรียนหนังสือ ตนเสียใจมากจากการจากไปของพ่อและยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ตอนนี้ตนเองกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา ชั้น ม. 4 ตนเองเกรงว่าจะไม่สามารถเรียนต่อได้ เนื่องจากไม่มีพ่อคอยส่งค่าเล่าเรียนอีกแล้ว
เจ้าของสวนผวา 'พิตบูล' ยังเดินวนเวียน
สอบถาม นายจ้างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเจ้าของสวนแตงโม เล่าว่า รู้จักกับผู้ตายมานานแล้วและได้ว่าจ้างให้ดูแลส่วนแตงโมเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนขยัน ไม่เกเร รับผิดชอบงานที่มอบหมายไว้ให้ได้ดี ไว้วางใจได้ เป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน เพราะว่าเป็นคนอัธยาศัยดีไม่เคยเอาเปรียบใครและไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
ตนในฐานะเจ้าของที่ดินยังรู้สึกหวาดกลัวในการเข้าพื้นที่อยู่ เพราะว่าหลังจากเกิดเหตุก็ยังเห็นสุนัขตัวดังกล่าวยังเดินอยู่ในที่ดินสวนแตงโมขอยากฝากถึงผู้เลี้ยงสุนัขทุกคนให้มีความรับผิดชอบในการเลี้ยงไม่ปล่อยให้มาทำร้ายคนอื่น อยากให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยไม่ให้เกิดกับใครอีก
เบื้องต้นเจ้าของสุนัข ร่วมเป็นเจ้าภาพในงานสวดพระอภิธรรมศพ และ ใส่ซองช่วยเหลือ 1,000 บาท
ล่าสุดความคืบหน้าทางคดี ตำรวจ สภ.ปางศิลาทอง แจ้งว่าหลังจากงานศพแล้วเสร็จ จะเรียกครอบครัวผู้เสียชีวิตและเจ้าของหมาเข้ามาสอบปากคำ และดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางครอบครัวมีกำหนดฌาปนกิจศพในวันที่ 20 ธ.ค.68 นี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูก 5 คน ร่ำไห้ขาดเสาหลักครอบครัว 'พิตบูล' ขย้ำ ชายวัย 52 ปี คนดูแลสวนแตงโมเสียชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th