โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สีสันการตลาดเลือกตั้ง’69 ใครทำถึงบ้าง?

Amarin TV

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 15.41 น.
การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้หลายพรรคการเมืองเดินหน้าประกาศตัวแคนดิเดททั้งนายกฯและรมว. มองในแง่การตลาดพรรคไหนทำได้โดนใจประชาชน

การเมืองเกี่ยวอะไรกับการตลาด?

คำตอบคือ เกี่ยวกันในระดับที่สูงมากเลยล่ะ เพราะการตลาดเป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์และการตอบสนองความต้องการที่ลึกซึ้งในหัวใจให้ถูกจุด ไม่เคยมีการเลือกตั้งครั้งไหนในประเทศไทนที่ไม่ใช้การตลาดเลย

ตั้งแต่ป้ายหาเสียง รูปที่ใส่เผยแพร่ นโยบายที่เป็นตัวชูโรง สีและโลโก้ของพรรค(หรือทีม) ยันคอนเทนต์ที่ขยันผลิตกันออกมาในทุกช่องทางด้วย กระทั่งการเลือกส่งผู้สมัครที่หน้าตาดี บุคลิกดีก็เป็นวิธีคิดแบบการตลาดที่คนมักจะชื่นชมคนที่ดูดี ยิ่งมีประวัติการศึกษาดี การงานดีก็ยิ่งส่งเสริมให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ไม่รู้จะเลือกใครดี เลือกคนหล่อ/สวย ไว้ก่อนก็ได้ อย่างน้อยก็น่าดู หรืออย่างน้อยที่สุุด ผู้สมัครที่หน้าตาดีจะเป็นที่จดจำได้ง่ายและโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นเสมอ จะเห็นได้จากคอนเทนต์ของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยในตอนนี้เผยข้อมูลผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏรหน้าตาดีให้กลายเป็นกระแสไวรัลตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

สิ่งที่ใช้กันเป็นสากลสำหรับการสื่อสารการตลาดคือการใส่สีที่ชัดเจน มองแล้วนึกได้เลยว่าเป็นของพรรคใด อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้สีฟ้ามาช้านานในฐานะสถาบันการเมืองเก่าแก่ พรรคเพื่อไทยที่ใช้สีแดงเพื่อสะท้อนพลังความมุ่งมั่น ความเข้มแข็ง หลังจากช่วงแรกๆสมัยยังเป็นพรรคไทยรักไทยใช้ลายธงชาติในการสร้างภาพจำจนมาเปลี่ยนเป็นสีแดงที่สะท้อนนัยยะการเมืองชัดเจน

หรืออย่างพรรคประชาชนที่ใช้สีส้มที่สะท้อนแสงสว่างของรุ่งอรุณมาสื่อสารเรื่อง วันใหม่ บริบทใหม่ การเปลี่ยนแปลง จนตอนนี้น่าจะเป็นพรรคที่มีภาพจำเรื่องสีชัดเจนที่สุด ผู้คนเรียกว่า ‘พรรคส้ม’ กันทั่ว ทั้งที่เป็นแฟนและไม่ใช่แฟนของพรรคนี้ก็ตามที

มีงานวิจัยทางการตลาดพบว่าผู้บริโภคตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ภายใน 90 วินาทีเท่านั้น และ 62-90% ของการตัดสินใจ ประเมินจากสีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งสีเป็นตัวสะท้อนบุคลิกภาพของแบรนด์ (Brand Personality)และในทางการเมือง สีคือสัญลักษณ์ทางอ้อมที่เชื่อมโยงคนเข้ากับอุดมการณ์การเมืองโดยไม่รู้ตัว

เราจะเห็นได้ชัดจากเวทีการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่สีแดงคือพรรครีพับลิกันและสีน้ำเงินคือ พรรคเดโมแครต และคนที่ถือเป็นนักการตลาดตัวพ่อ ก็คือประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปรากฏตัวพร้อมเนคไทสีแดงสดอยู่เสมอ

เรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ความพยายามในการปรับแบรนด์ของพรรคการเมืองให้ดูเด็กลงและสดใสขึ้น (Brand Rejuvenation) ด้วยการมีผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นตัวแทนของวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะ ‘Gen Z’ ที่มองหาตัวแทนของตนเองเพื่อเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งคอนเทนต์ที่ใช้ในการสื่อสารก็พยายามเผยแพร่ในช่องทางคนรุ่นใหม่ของ Tiktok หรือ Reel โดยพยายามฉีกกรอบไปจากภาพจำของนักการเมืองแบบดั้งเดิม

บางพรรคก็ทำได้แนบเนียน บางพรรคก็ดูฝืนจนน่าขัน

การสื่อสารการตลาดที่แบรนด์มักจะพลาดคือลืมไปว่ากลยุทธ์ที่ใช้นั้นมันเหมาะสมกับคุณค่าหลัก (Core Value) ของตัวเองหรือไม่ จริงอยู่ที่อยากขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ก็เลยตีความตรงๆว่าต้องใช้วิธีใหม่โดยไม่ได้เชื่อมโยงกลับมาที่คุณค่าหลัก ทำให้รูปแบบและการนำเสนอไม่เป็นธรรมชาติ สุดท้ายก็ไม่มีใครจำได้ทั้งแบรนด์และคนเล่าเรื่อง

เป็นกันเองกับเป็นคนตลก ไม่เหมือนกัน

เป็นคนจริงจังกับเป็นคนเครียดประสาทเสีย ไม่เหมือนกัน

เป็นคนที่เข้าถึงง่ายกับเป็นคนหยาบๆ ไม่เหมือนกัน

สิ่งสำคัญที่หลายพรรคการเมืองทำ(เกือบ)ทั้งหมด คือ การใช้คนมีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับในแวดวงหรือโลกธุรกิจอยู่แล้ว มาเป็นสีสันการหาเสียง ทั้งการเป็นแคนดิเคตนายกฯ หรือเป็นว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆก็ตามที

ทั้งพรรคเพื่อไทยที่ชู ‘ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ นักวิชาการ นามสกุลคนคุ้นเคยเป็นเต็งหนึ่ง หรืออย่างพรรคภูมิใจไทยที่ใช้โมเมนตัมต่อเนื่องจากกระแสคนเก่งอย่าง ‘ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ และ ‘ศุภจี สุธรรมพันธ์’ ที่เคยสร้างเสียงฮือฮาเมื่อเดือนแรกของรัฐบาลปัจจุบันมาสร้างความได้เปรียบ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์พาคุณ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ กลับบ้านมานำทัพ พร้อมกับ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’ นักวิชาการหญิงเก่งที่ครบเครื่องทั้งองค์ความรู้และการนำเสนอเพื่อบอกกับฐานแฟนว่า มีคนเก่งๆอยู่กับพรรคแล้วนะ"

สะท้อนว่าพรรคการเมืองรับรู้ว่าคนไทยเบื่อหน่ายกับการเมืองเก่า คนเก่าๆ ไม่สนับสนุนคนที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบริหารประเทศอีกแล้ว

หลายพรรคก็ขานรับ บางพรรคก็ยังทำแบบเดิม

การเลือกตั้ง 2569 จึงเป็นจังหวะที่น่าจับตาและตีแผ่วิธิคิดของ‘นักเลือกตั้ง’ ทั้งหลายว่าได้ปรับตัวกับยุคสมัยแล้วหรือยังคงก้าวไม่ข้ามโลกการเมืองเก่าที่ครอบงำประเทศมาช้านาน ยิ่งการสื่อสารการตลาด(การหาเสียง)ของแต่บละพรรคเข้มข้นขึ้น ก็ยิ่งเห็นการแยกชั้นทางความคิดของคนแต่ละกลุ่มได้ชัดเจน

แบรนด์ไหนปัง แบรนด์ไหนแป้ก มันเห็นได้ตอนนี้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...