โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปีใหม่ 2569 รถแน่นทั่วไทย ตำรวจคุมเข้ม 7 วันอันตราย”

INN News

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • INN News

เทศกาลปีใหม่ 2569 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่การเดินทางคึกคักและถูกจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี หลังรัฐบาลประกาศวันหยุดยาวต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลกลับภูมิลำเนาและออกท่องเที่ยวพร้อมกันทั่วประเทศ

ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นมา ถนนสายหลักทั่วทุกภูมิภาคเริ่มเผชิญกับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนมิตรภาพสายอีสาน รถสะสมยาวหลายสิบกิโลเมตร ขณะที่ถนนพหลโยธินและเอเชียขาขึ้นภาคเหนือและภาคกลางตอนบน การจราจรชะลอตัวเป็นช่วง ๆ ภาพรถติดยาวข้ามจังหวัดถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นกระแสสะท้อนความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางปลายปี

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยสูงสุด เปิดแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วง 7 วันอันตราย ระดมกำลังตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และอาสาสมัคร กว่าแสนราย ตั้งจุดตรวจ จุดบริการ และจุดพักรถตลอดเส้นทางสายหลักและสายรอง พร้อมเพิ่มความถี่ในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด

ไฮไลต์สำคัญของปีใหม่ 2569 คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ดูแลจราจรอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นกล้องอัจฉริยะ ระบบ AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยง การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังศูนย์ควบคุมส่วนกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสั่งการแก้ไขปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นกระแสและได้รับความสนใจจากสังคม คือการคุมเข้มรถโดยสารสาธารณะ หลังเหตุอุบัติเหตุรถทัวร์ในช่วงก่อนหน้านี้ ปีนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งสภาพรถ ประวัติคนขับ ชั่วโมงการทำงาน และความพร้อมก่อนออกเดินทางอย่างละเอียด ประชาชนจำนวนมากแสดงความเห็นสนับสนุนมาตรการดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

แม้ภาพการจราจรจะหนาแน่นในหลายพื้นที่ แต่สถิติอุบัติเหตุในบางจังหวัดเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของมาตรการเชิงรุก การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความร่วมมือของประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าเดิม

ปีใหม่ 2569 จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการกลับบ้าน แต่เป็นบทสะท้อนสำคัญของการบริหารจัดการจราจร ความพร้อมของเจ้าหน้าที่รัฐ และความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ใช้ถนน เพื่อให้ทุกการเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยชีวิตที่ไม่สูญเสีย

ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศจร.ตร. กล่าวว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวกการจราจรควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการป้องกันอุบัติเหตุจากพฤติกรรมเสี่ยงเป็นหลัก

เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และฝากเน้นย้ำไปยังประชาชนผู้ขับขี่ขอให้ตรวจสอบความพร้อมของสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะระบบเบรก ยางรถ และไฟส่องสว่าง สวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่โดยไม่มีข้อยกเว้น

รวมถึงหลีกเลี่ยงการขับขี่ในขณะมึนเมาหรือมีอาการง่วงนอน ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงและการสูญเสียชีวิต ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงได้เตรียมห้องพักทั่วประเทศไว้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์อำนวยจราจร ศจร.ตร. เปิดเผยข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1–26 ธันวาคม 2568 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมแล้วกว่า 1,007 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมกันลดพฤติกรรมเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง

ศูนย์บริหารงานจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ใช้รถใช้ถนนด้วยความมีสติและความรับผิดชอบ ตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและขณะขับขี่ และหลีกเลี่ยงการขับขี่ในขณะง่วงนอน เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร โทร. 1197, สายด่วนตำรวจทางหลวง โทร. 1193, หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...