โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

All Weather Strategy”...พอร์ตสุดแกร่งบน “Finnomena Funds” สร้างผลตอบแทนสะสมกว่า 71.7% วางกลยุทธ์ส่งท้ายปี เน้นหุ้นโลก สหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 10.09 น.

พอร์ตการลงทุน “All Weather Strategy” (AWS) โดย “Andrew Stotz” นักวิเคราะห์ชั้นนำของประเทศไทยร่วมกับ “Finnomena Funds” ซึ่งสร้างผลตอบแทนสะสมกว่า 71.7% นับตั้งแต่จัดตั้งในปี 2562 ด้วยกลยุทธ์ FVMR Framework ที่มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 Finnomena Funds จัดงาน Exclusive Afternoon Tea with Andrew Stotz “Rebalancing for Resilience : Strengthen Your Portfolio Amid Global Shifts” ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดย Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า All Weather Strategy (AWS) ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตการลงทุน โดยเป็นพอร์ตการลงทุนที่มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลตอบแทนระยะยาว พร้อมปรับสัดส่วนสินทรัพย์ทุกไตรมาสตามสภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาด ทำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นับตั้งแต่จัดตั้งในปี 2019 พอร์ต AWS สร้างผลตอบแทนสะสมได้กว่า 71.7% สูงกว่าพอร์ตแบบดั้งเดิมที่มีสัดส่วนหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% (60/40 Portfolio) ถึง 43.0% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2568)* สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือความผันผวนในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงโดยเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ*
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงและกลยุทธ์ถูกคำนวณจากมูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิ (NAV) ของกองทุน ซึ่งเป็นตัวเลขหลังหักค่าธรรมเนียมการจัดการ (management fee) แล้ว แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมการขาย เช่น front-end fees

ปรับพอร์ตส่งท้ายปี 2025 เสริมเกราะให้พอร์ตท่ามกลางโลกที่ผันผวน

เพื่อเสริมเกราะให้พอร์ต AWS ท่ามกลางโลกที่ผันผวน ในเดือนธันวาคม 2568 ทีมงาน A. Stotz ได้ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ต AWS ดังนี้

  • เพิ่มสัดส่วนหุ้นโลก (Core Global Equity) อีก 15%

  • เพิ่มสัดส่วนหุ้นตลาดเกิดใหม่ยกเว้นจีน (Emerging Markets ex China) จาก 5% เป็น 25%

  • เพิ่มสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ จาก 5% เป็น 15%

  • ลดสัดส่วนหุ้นจีนจาก 25% เป็น 10%

  • ลดสัดส่วนหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นและจีน (Asia ex Japan ex China) จาก 25% เป็น 5%

  • ปิดการลงทุนในหุ้นยุโรปและหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งเดิมถือสัดส่วนตลาดละ 5%

  • ทองคำและพันธบัตรยังคงสัดส่วนไว้ที่ 25% และ 5% ตามลำดับ

สรุปภาพรวมตลาด: จับทิศเศรษฐกิจโลกก่อนเข้าปี 2026

สหรัฐฯ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า แต่เศรษฐกิจยังแสดงความแข็งแกร่งเหนือประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ จากพื้นฐานบริษัทแข็งแกร่งและกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำเทคโนโลยี AI ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้นให้โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
ยุโรป ต้องรับมือแรงกดดันทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ตั้งแต่แผนการขึ้นภาษีในสหราชอาณาจักร ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีที่อ่อนแรง ไปจนถึงความไม่แน่นอนในการเมืองฝรั่งเศส ปัจจัยเหล่านี้กดทับบรรยากาศการลงทุนและชะลอการฟื้นตัวของภูมิภาคโดยรวม
ญี่ปุ่น ภาพรวมยังคงเปราะบางจากเงินเยนที่อ่อนค่า แม้รัฐบาลจะกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่ความผันผวนของค่าเงินและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นยังคงกดดันภาคธุรกิจ
ตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) มีแรงหนุนหลายด้าน โดยเฉพาะดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ช่วยลดภาระหนี้สกุลต่างประเทศและดึงดูดเงินทุนไหลเข้า อีกทั้งกระแสความต้องการ AI และ EV ยังช่วยหนุนประเทศผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน รวมถึงบราซิลที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) แม้ต้องจับตาความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ภูมิภาคนี้ยังมีปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และแบตเตอรี่ที่สูงขึ้นจากเทคโนโลยี AI และ EV ตลอดจนบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
จีน ถูกกดดันจากสงครามการค้า แต่หลังบรรลุข้อตกลงช่วงใยปลายเดือนตุลาคม ก็เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น หากความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนคลี่คลาย จะมีโอกาสหนุนตลาดหุ้นจีนต่อเนื่อง โดยจีนยังได้เปรียบในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างแบตเตอรี่ EV และ AI ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือเงินฝืดอาจช่วยพยุงตลาดในระยะสั้นได้
พันธบัตร เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต แม้ผลตอบแทนจริงอาจถูกกดดันจากเงินเฟ้อ แต่ด้วยความสัมพันธ์กับหุ้นที่ต่ำ ทำให้พันธบัตรยังคงมีบทบาทสำคัญในการกระจายความเสี่ยง
ทองคำ ได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อระดับหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และจีน ทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเครดิต กลงทุนจึงยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามที่ความไม่แน่นอนยังสูง
หากคุณกำลังมองหากลยุทธ์ที่วางแผนมาเพื่อรับมือทุกฤดูกาลของตลาด All Weather Strategy คือหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...