โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตำนานหลอน รวมเรื่องสยองจากแดนอาทิตย์อุทัย

INN News

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 02.19 น. • INN News

รวมเรื่องสยองจากแดนอาทิตย์อุทัย

ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนคงจะนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ วัฒนธรรมอาหาร เทศกาลต่าง ๆ รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศที่มีเรื่องราวสยองขวัญซ่อนอยู่มากมาย ในวันนี้จึงจะพามาเปิดตำนานหลอนของแดนอาทิตย์อุทัย จะมีอะไรบ้าง ไปดูพร้อมกันในบทความได้เลย

วัฒนธรรมการเล่าเรื่องผีในประเทศญี่ปุ่น

เดิมทีประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมในการเล่าเรื่องผีในหน้าร้อน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่ในอดีต ละครคาบูกิที่แสดงในหน้าร้อนมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของภูติผี คนสมัยก่อนที่มีภาพจำแบบนั้น จึงนำเรื่องผีมาเล่ากันในหน้าร้อน และเป็นเหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นถึงมีเรื่องผีมากมาย ที่ถูกเล่าต่อผ่านหนัง ละคร และการ์ตูนมาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องสยองของประเทศญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผีญี่ปุ่นผ่านหูกันบ้างอยู่แล้ว เช่น ผีไม่มีหน้า, ผีสาวปากฉีก, ผีนับจาน แต่นอกเหนือจากนั้นยังมีเรื่องสยองอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น

ตำนานผีครึ่งท่อน

ตำนานผีครึ่งท่อน หรือ “เทเคะเทเคะ” เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกทำร้าย และข่มขืน จนเธอตัดสินใจจบชีวิตตัวลง โดยการกระโดดลงบนทางรถไฟ ทำให้เธอถูกรถไฟทับจนร่างขาดครึ่งท่อน แต่ด้วยอากาศหนาวเย็นในเวลานั้น ทำให้เธอไม่สิ้นใจไปในทันที เธอจึงต้องทรมานอยู่อย่างนั้นจนหมดลมหายใจ

เธอจึงกลายเป็นวิญญาณอาฆาตที่จะสังหารทุกคนที่โชคร้ายไปเจอเธอเข้า โดยจะตัดร่างของเหยื่อเป็นสองท่อน และเอาร่างท่อนล่างไป ส่วนชื่อ “เทเคะเทเคะ” ก็เป็นการจำลองเสียงลาก “ครืด ครืด” คล้ายสิ่งของถูกลากไปมา แต่มันไม่ใช่สิ่งของ มันคือร่างกายของมนุษย์ต่างหาก

บทกวีแห่งความตาย

บทกวีแห่งความตาย หรือ “โทมิโนะ” เป็นหนึ่งในตำนานเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ที่ว่ากันว่าถ้าหากใครอ่านออกเสียง หรือท่องออกมา จะเกิดอุบัติเหตุ ล้มป่วย หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ซึ่งมาจากเรื่องราวของหญิงสาวชื่อโทมิโนะ ที่จากไปอย่างโดดเดี่ยว และทุกข์ทรมานจนตกนรก ก่อนที่เธอจะทิ้งบทกวีแห่งความตายไว้บนโลกใบนี้

ป่าฆ่าตัวตาย

ป่าฆ่าตัวตาย หรืออาโอกิงาฮาระ เป็นป่าที่ตั้งอยู่บริเวณทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาฟูจิ โดยมีการพบร่างไร้วิญญาณของผู้คนในป่านี้มากกว่า 500 คน และมีผู้ที่เลือกมาจบชีวิตที่ป่าแห่งนี้เฉลี่ยปีละ 30 คน ซึ่งสาเหตุที่เลือกสถานที่แห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นเพราะเป็นป่าที่สงบ สามารถจบชีวิตได้โดยไม่มีใครขัดขวางนั่นเอง

แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะทราบข่าว และจัดตั้งอาสาสมัครมาคอยดูแล เพื่อลดจำนวนผู้ที่เข้าไปจบชีวิต แต่ก็ไม่ประสบผล ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเป็นเพราะบรรยากาศของป่าที่ดูน่ากลัว และหดหู่ จนดึงดูดให้ผู้ที่คิดสั้นอยู่แล้วตัดสินใจจบชีวิตตัวเองได้ง่ายขึ้น

สะพานฆ่าตัวตาย

สะพานฆ่าตัวตาย หรือยางิยาม่า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำ ที่เชื่อมระหว่างเขตไทฮาคุ และเขตอาโอบะ เมืองเซนได จังหวัดมิยากิ โดยมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่ามีกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายที่เป็นเพื่อนรักกัน 5 คน ได้ชักชวนมาล่าท้าผีที่นี่ แต่ไม่เจออะไรจึงตัดสินใจกลับบ้าน รุ่งเช้าเพื่อนในกลุ่ม 1 คนกลับขาดเรียน ผ่านไปอีกหลายวันก็ยังไม่เจอตัว

กลุ่มเพื่อนที่เหลืออีก 4 คนจึงตัดสินใจขับรถกลับไปดูที่สะพานยางิยาม่าอีกครั้ง โดยนำกล้องวิดีโอติดไปถ่ายด้วย เมื่อเปิดดูก็พบว่าบริเวณริมสะพานได้มีวิญญาณคนมากมายยืนอยู่ โดยเพื่อนของพวกเขาที่หายตัวไปก็เป็นหนึ่งในกลุ่มวิญญาณนั้นด้วย

ตุ๊กตาผีผม

ตุ๊กตาผีผม หรือ “โอคิคุ” เป็นเรื่องราวของตุ๊กตาของเด็กสาวชื่อโอคิคุ ซึ่งเธอรักตุ๊กตาตัวนี้มาก หลังจากเธอล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 3 ขวบ พ่อแม่ของเธอก็ได้นำตุ๊กตาตัวนี้ไปเก็บไว้กับป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเพื่อนเล่นของเธอ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อย ๆ อย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งปัจจุบันตุ๊กตาตัวนี้ก็ถูกเก็บไว้ที่วัดมันเนน หมู่บ้านคุริซาว่า จังหวัดฮอกไกโด

เรื่องราวที่หยิบยกมา ก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตำนานหลอนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นอีกด้านของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่แม้จะเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยี แต่ความเชื่อเรื่องวิญญาณและความตายยังคงฝังแน่นในจิตใจผู้คนเสมอมา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

trueid

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...