โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCC รับอานิสงส์ น้ำมันดิบโลกขาลง – ปิโตรฯ ฟื้นตัว

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 04.44 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - บล.เอเอสแอล ประเมินหุ้น SCC ได้ประโยชน์จากทิศทางน้ำมันดิบโลกอยู่ในช่วงขาลง รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตของในภูมิภาคที่ช่วยให้ spread กลุ่มปิโตรฯ ฟื้นตัว

ผลประกอบการ SCC ในไตรมาส 3/25 ยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 121,793 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยทั้งเมื่อเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาของธุรกิจบรรจุภัณฑ์และความต้องการวัสดุก่อสร้างที่อ่อนตัวลงในตลาดที่อยู่อาศัย ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 14,191 ล้านบาท ลดลง 19% QoQ จากผลขาดทุนสต็อกและส่วนต่างราคาค่าผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่หดตัว รวมถึงเงินปันผลจากบริษัทร่วมที่ลดลงตามฤดูกาล แต่ยังเติบโต 44% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากผลขาดทุนสต็อกจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ มูลค่า 1,348 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายคงที่ของโครงการ LSP ที่เพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่าย โดยหากปรับรายการพิเศษออก กำไรปรับปรุงอยู่ที่ 774 ล้านบาท

แนวโน้มในแต่ละธุรกิจ สำหรับ SCG Chemicals (SCGC) คาดว่าไตรมาส 4/25 จะยังถูกกดดันจากอุปทานที่เพียงพอและอุปสงค์ที่อ่อนตัว โดยเฉพาะในกลุ่ม PP chain ดังนั้นกลยุทธ์หลักคือ การใช้ประโยชน์สูงสุดจากวัตถุดิบโพรเพนที่มีต้นทุนต่ำของ LSP เวียดนาม และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ HVA (High Value Added) และ Green Polymers ซึ่งคิดเป็น 60% ของธุรกิจปลายน้ำ ด้าน SCG Cement and Green Solutions (CGS) ตลาดในประเทศยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (+5% YoY)

ในขณะที่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม คาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่ง (5–10%) กลยุทธ์คือการเร่งขยายตลาด Low Carbon Cement Gen 3 และใช้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการส่งออกเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก Smart Value Product (SVP) ส่วน SCG Packaging (SCGP) ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยเน้นกลยุทธ์การขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในอาเซียนผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Downstream Integration จาก 18% เป็น 26% ในอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคโดยรวม

ภาพรวมปัจจัยมหภาคที่ส่งผลต่อการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/25 ชี้ให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่ยังคงมีความท้าทายสูง ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ โดยระดับโลกเผชิญภาวะการค้าอ่อนแอและมีความผันผวนเพิ่มขึ้นจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงราคาพลังงานที่ผันผวนและอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ซึ่งกดดันผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในประเทศ เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 25 ลงมาอยู่ที่ 2.2% สะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนกำลัง และความกังวลต่อภาคท่องเที่ยวและการบริโภค เมื่อผนวกกับปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจเคมีภัณฑ์ ซึ่งเข้าสู่ช่วง Low Season ในไตรมาสสุดท้าย รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภาษีและราคาพลังงาน

ทั้งนี้ IAA consensus ประเมินราคาตั้งเป้าหมายเฉลี่ยที่ 222.50 บาท มองว่าได้ประโยชน์จากทิศทางน้ำมันดิบโลกอยู่ในช่วงขาลง รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตของในภูมิภาคที่ช่วยให้ spread กลุ่มปิโตรฯ ฟื้นตัว

แนวรับ 179/176.50 แนวต้าน 186/188/193

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...