โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็น ‘นิ่วในถุงน้ำดี’…ดูเลย!.

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง “นิ่วในถุงน้ำดี”

วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความเพจรามาแชนแนล โดย รศ. นพ.วิทย์ วิเศษสินธุ์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกถึงสาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง “นิ่วในถุงน้ำดี” ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกมีโอกาสเป็น “นิ่วในถุงน้ำดี” มากกว่าคนทั่วไป

“นิ่วในถุงน้ำดี” (gallstones) คือ โรคที่เกิดจากการตกตะกอนของสารประกอบต่าง ๆ ในน้ำดี เมื่อตกตะกอนก็จะทำให้เกิดนิ่วขึ้นที่ถุงน้ำดี ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารประเภทไขมัน

นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดี เกิดจากการ

นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดี เกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอลและบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกผลึกของสารเหล่านี้เชื่อว่าเกิดจาก

  • การติดเชื้อของทางเดินน้ำดี
  • ความไม่สมดุลของส่วนประกอบคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี การตกผลึกของสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็ก ๆ หลาย ๆ ก้อนก็ได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่ว

  • ความอ้วน : คนอ้วนจะเกิดนิ่วที่มีคอเลสเตอรอล เนื่องจากการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง
  • ฮอร์โมนเอสโตร : การได้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากการรับประทานหรือตั้งครรภ์ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
  • ยาลดไขมัน : การได้ยาลดไขมันบางชนิดทำให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
  • โรคประจำตัว : ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมาก ๆ
  • น้ำหนักลดรวดเร็ว : การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายละลายไขมันมากไป

ใครมีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีบ้าง

นิ่ว ในถุงน้ำดี (gallstone) มักพบในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้มีโอกาสเกิดนิ่ว ในถุงน้ำดีมากกว่าคนทั่วไป โดยกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสูง ได้แก่

  • ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
    • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
    • ผู้ที่มีโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน
    • ผู้ที่มีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
    • ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

นิ่วในถุงน้ำดี อาการ

นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่แสดงอาการในบางราย แต่หากมีอาการ มักเป็นผลจากการอุดตันของท่อน้ำดีหรือการอักเสบในถุงน้ำดี

อาการระยะแรก

  • ท้องเฟ้อบริเวณเหนือสะดือ
    [* เรอ , * คลื่นไส้ , * อาเจียน  ]

คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย ซึ่งมักเป็นหลังกินอาหารมัน ๆ ในรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อส่งน้ำดี จะมีอาการปวดบิดรุนแรงเป็นพัก ๆ ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่ไหล่ขวาหรือบริเวณหลังตรงใต้สะบักขวา มักปวดนานเป็นชั่วโมง ๆ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

อาการรุนแรง

  • ปวดรุนแรงจนเหงื่อออก
    [    * เป็นลม  ,     * ปวดท้องกินอาหารมันหรือกินอาหารมื้อหนัก  ,     * มีอาการดีซ่าน \(ตาเหลือง\) เกิดขึ้นตามหลังอาการปวดท้อง ]

การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติ มักไม่มีไข้ บางครั้งอาจตรวจพบอาการกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใต้ลิ้นปี่และได้ชายโครงขวา

ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี แม้จะไม่แสดงอาการ อาจตรวจพบตอนไปตรวจรักษาโรคอื่น แพทย์จะแนะนำให้รับการผ่าตัด

เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจมีการอักเสบและมีโรคแทรกซ้อนตามมาก็ได้ที่สำคัญโรคนี้ป้องกันได้ด้วยการลดกินอาหารมีไขมัน และการออกกำลังกายเป็นประจำ

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้หญิง คนอายุมาก หรือคนที่มีน้ำหนักเกิน แม้จะไม่มีอาการในระยะแรก แต่หากเกิดอาการรุนแรงต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที การป้องกันทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการกิน ลดน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การรับการตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ไวขึ้น แม้ไม่มีอาการใด ๆ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการป้องกันและรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...