โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช. นำร่องสาธิต 30 บาทรักษาทุกที่แบบใหม่ ก่อนเริ่ม 12 ม.ค.นี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และ นพ.สมชาติ สุจริตรังสี ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 4 สระบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการนวัตกรรม “ร้านยาคุณภาพ” รูปแบบใหม่ที่ร้านยาเมืองทองดรักเฮ้าส์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

พร้อมสาธิตขั้นตอนการเข้ารับบริการจริง ก่อนเริ่มใช้งานระบบใหม่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในวันที่ 12 มกราคม 2569 ภายใต้ “30 บาทรักษาทุกที่” โดยใช้ระบบโควตา–สแกนหน้า–QR Code ป้องกันสวมสิทธิ เพิ่มความโปร่งใสใช้สิทธิบัตรทอง

ให้ประชาชนสามารถจองล่วงหน้าผ่านไลน์ OA สปสช. หรือ Walk-in ที่หน่วยบริการได้โดยไม่กระทบสิทธิเดิม ด้วยระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าและ “BDI” สนับสนุน Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ด้าน เภสัชกรร้านยาฯ พร้อมเพิ่มขั้นตอนรับบริการที่ใช้เวลาไม่นาน ช่วยป้องกันการสวมสิทธิได้

นพ.จเด็จ กล่าวว่า หน่วยบริการนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่โดยร้านยาคุณภาพ เป็นหนึ่งใน 7 ประเภทของหน่วยบริการนวัตกรรม ที่ สปสช. ยกระดับรูปแบบการให้บริการใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการยืนยันตัวตนของผู้รับบริการ เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนและกำกับดูแลการใช้สิทธิให้โปร่งใส

รวมทั้งประสานความร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการเชื่อมโยงบริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และ ระบบพิสูจน์ตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service : FVS) ซึ่งเป็นระบบที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

นอกจากนี้ สปสช. การร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (Big Data Institute : BDI) สนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่านระบบ Health Link ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ จะช่วยให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ/ประวัติการรักษาจากหน่วยบริการอื่นได้ภายใต้ความยินยอมของประชาชน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษา

“การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Health Link ในมิติการให้บริการ “หน่วยบริการนวัตกรรม” จะช่วยให้หน่วยบริการสามารถเห็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการดูแลผู้ป่วยได้รวดเร็วมากขึ้นผ่านระบบงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น การเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบ A-MED ในบางบริบทการทำงาน) และประชาชนสามารถเข้าดูข้อมูล/ประวัติการรักษาของตนเองได้ผ่านช่องทางดิจิทัลที่รองรับ เช่น แอปฯ “เป๋าตัง” ตามเงื่อนไขและขั้นตอนการยืนยันตัวตนของระบบ”

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถจองสิทธิล่วงหน้าผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ระบบจะออก QR Code ใช้สิทธิภายใน 6 ชั่วโมง เมื่อมาถึงหน่วยบริการ แสดง QR Code เพื่อยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ และเมื่อสิ้นสุดการให้บริการ ระบบจะแจ้งเตือนกลับไปยังประชาชนอีกครั้ง เป็นการตรวจสอบซ้ำทั้งฝั่งผู้รับบริการและหน่วยบริการ

หากประชาชนที่ไม่สะดวกจองล่วงหน้า สามารถเข้ารับบริการแบบ Walk-in ไปที่หน่วยบริการได้เลย ด้วยการใช้บัตรประชาชนหรือใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิและโควตาที่เหลืออยู่ในระบบ หากมีโควตาคงเหลือในระบบ จะเข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ หากไม่มีการยืนยันตัวตนด้วยสแกนใบหน้า ระบบจะไม่สามารถเบิกจ่ายค่าบริการได้

สำหรับ การกำหนดระบบโควตาไม่ใช่การจำกัดสิทธิประชาชน แต่เป็นการออกแบบจากข้อมูลการใช้บริการจริง จึงเป็นการจัดระบบเพื่อให้การใช้งบประมาณมีความเหมาะสม เป็นธรรม และสามารถป้องกันความผิดปกติในการใช้สิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันในระบบมีหน่วยบริการนวัตกรรมทั่วประเทศประมาณ 15,000 แห่ง โดยขณะนี้มีราว 2,700 แห่งที่ได้เชื่อมต่อระบบและให้บริการตามรูปแบบใหม่แล้ว ส่วนที่เหลือ สปสช. อยู่ระหว่างเร่งประสานเพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบกลางอย่างครบถ้วน

ภญ.พรวิมล จิตรัตนโสภณ เภสัชกร และเจ้าของร้านยาเมืองทองดรักเฮาส์ ที่เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการนวัตกรรม กล่าวว่า การเพิ่มเติมการยืนยันการเข้ารับบริการของประชาชนสิทธิบัตรทองด้วยการสแกนใบหน้า พบว่าใช้เวลาในการดำเนินการไม่มากนัก การสแกนใบหน้าเชื่อว่าจะช่วยป้องกันการสวมสิทธิ เพราะบางครั้งก็อาจมีนำบัตรประชาชนผู้อื่นมาขอรับบริการ หรือให้ญาติมารับยาให้

"ส่วนตัวเห็นด้วยอย่างมากที่ให้มีการสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน เพราะขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และการเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการนวัตกรรม จะทำให้ร้านยาเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่มากขึ้น และทำให้ประชาชนสิทธิบัตรทองได้มีช่องทางการเข้ารับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อย ที่มาใช้บริการตามสิทธิโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้ง ยังลดภาระงานของโรงพยาบาลได้อีกทาง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...