โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียงรายถกเครียด หลังผลวิจัยพบ สารหนูในเล็บ-เส้นผม นักวิจัยถูกตำหนิ ชี้ทำลายท่องเที่ยว

JS100

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 23.48 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 23.47 น. • JS100:จส.100
เชียงรายถกเครียด หลังผลวิจัยพบ สารหนูในเล็บ-เส้นผม นักวิจัยถูกตำหนิ ชี้ทำลายท่องเที่ยว

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัก (ผวจ.) เชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผวจ. พร้อมด้วย ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประมงจังหวัดเชียงราย ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนักวิชาการนักวิจัยจากหลายสถาบันการศึกษา ตัวแทนภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและออนไลน์

ที่ประชุมได้หยิบยกกรณีที่มีการตรวจพบสารหนูสะสมในเล็บและเส้นผมของประชาชนริมแม่น้ำกก จำนวน 16 ราย จากกลุ่มตัวอย่าง 90 ราย ซึ่งพบค่าสูงกว่า 0.05 มก./กก. และบางรายมีอาการทางคลินิกที่ส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

นายแพทย์เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายแลกเปลี่ยน หลังทราบข่าวสั่ง จนท.ลงพื้นสอบสวนเบื้องต้นใน 3 ตำบลเชียงราย วันนี้จะร่วมกับศูนย์การแพทย์ฯ ลงเก็บตัวอย่างปัสสาวะ 1 วัน ,2 เดือน สำหรับเดือนก.ค.68 ได้เคยคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 2 พันคน กลุ่มเสี่ยงราว 300 คน พบ 7 คนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน พบ 1 คน มีสารหนูอนินทรีย์ที่อันตราย หลังจากนั้นตรวจซ้ำยังพบ 1 คนที่ยังเกินค่า เมื่อสำรวจพื้นที่รอบบ้านและกิจกรรมการเกษตรมีการใช้สารเคมีจำนวนมาก ส่วน 16 คนที่มีค่าสารหนูเกินค่าจากงานวิจัย ถ้ายึดตามตัวเลของค์การอนามัยโลกจะมีผู้ตรวจพบเกินค่าเพียง 1 คน

ขณะที่ต้นเหตุปัญหา เช่น ทำเหมืองแร่ในพื้นที่รอยต่อชายแดน ซึ่งมีความต้องการแร่แรร์เอิร์ทสูง และราคาทองคำพุ่งสูง ยังคงเป็นปัจจัยความรุนแรงปัญหายังไม่บรรเทาที่ทำให้การแก้ไขผลกระทบระยะยาวเป็นไปได้ยาก

ที่ประชุมมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการสัมผัสน้ำหรือการลงเล่นน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำโขง ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่จะมีการทำแพเปียก ซึ่ง นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สคพ.ที่ 1 (กรมควบคุมมลพิษ) กล่าวว่า แม้การปนเปื้อนแม่น้ำสาย ไม่เหมาะที่จะลงสัมผัสน้ำ ส่วนการปนเปื้อนในแม่น้ำกกแม้จะไม่เกินมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่ก็ยังเห็นว่าไม่ควรลงน้ำ หากลงดำผุดดำว่าย อาจทำให้น้ำเข้าสู่ร่างกาย และในตะกอนที่ฟุ้ง หากคนมีบาดแผลก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ แต่การพักผ่อนนั่งดื่มกินอยู่ริมน้ำสามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการในที่ประชุม 4 ประเด็นว่า การยืนยันผลเร่งด่วน โดยให้ทีมวิจัย มฟล. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างซ้ำทั้งในสิ่งแวดล้อมและชีวภาพ (ปัสสาวะ/เส้นผม) ตามมาตรฐาน SOP และรายงานผลภายใน 2 สัปดาห์ ดำเนินตั้งศูนย์ประสานงาน ให้สำนักงานจังหวัดเป็นศูนย์กลางข้อมูล เชื่อมโยงแล็บและหน่วยงานปกครองเพื่อลดความซ้ำซ้อน ยกระดับห้องปฏิบัติการ ผลักดัน มฟล. และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแล็บอ้างอิงในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็วในการวิเคราะห์สารโลหะหนัก

ด้านการเฝ้าระวังเชิงรุก ให้เครือข่ายโรงพยาบาลเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประเมินผลกระทบสุขภาพ นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังมอบหมายให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดจัดทำสื่อ 2 รูปแบบ ทั้งข้อมูลวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะนัดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาผลการตรวจซ้ำและอนุมัติงบประมาณขับเคลื่อนงานต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ข่าวการตรวจพบสารหนูในเล็บและเส้นผมซึ่งเป็นสัญญาณของการสะสมของสารหนูในร่างกายเผยแพร่สู่สาธารณชน ปรากฏว่าคณะนักวิจัยถูกเรียกไปตำหนิ เนื่องจากเกรงว่าทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดเชียงรายและอีกหลายพื้นที่ริมแม่น้ำกกเตรียมจัดงานวันสงกรานต์ริมแม่น้ำหลังจากเมื่อปีที่แล้วไม่มีนักท่องเที่ยวจนทำให้ผู้ประกอบการแพริมน้ำขาดทุนไปตามๆกัน

#กกปนเปื้อน

#เชียงรายเฝ้าระวัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...