โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เผยกระบวนการถอดชื่อ 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
(AP Photo/Kirsty Wigglesworth, file)

ออสเตรเลียหนุนอังกฤษถอดชื่อ ‘อดีตเจ้าชายแอนดรูว์’ ออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์ เผยขั้นตอนต้องถอดถอนใช้เวลานาน และต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศในเครือจักรภพ

หลังจากที่ แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถูกตำรวจจับกุมตัวในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบในตำแหน่งทางราชการ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเกิดครบรอบ 66 ปีของแอนดรูว์พอดี และถือว่าเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษคนแรกในรอบ 400 ปี ที่ถูกจับกุมตัว ล่าสุด มีรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ เตรียมพิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์แล้ว

เอพีรายงานว่า แม้ว่า แอนดรูว์จะถูกถอดฐานันดรความเป็นเจ้าชายไปตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลังจากตกเป็นข่าวว่ามีความสนิทชิดเชื้อกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ต้องคดีล่วงละเมิด แต่แอนดรูว์ ซึ่งเป็นพระอนุชาของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์ในการขึ้นครองราชย์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กระบวนการในการถอดออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์นั้น ต้องใช้เวลานาน เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศต่างๆอีกประมาณ 12 ประเทศ ที่จะถวายการยอมรับให้กษัตริย์อังกฤษดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐของตนเช่นกัน

โดย แดร์เรน โจนส์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้กล่าวต่อบรรดาสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีความชัดเจนว่า เรายังไม่ตัดความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ในระยะนี้ และจะพิจารณาว่า จำเป็นต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติมใดๆอีกหรือไม่ ในเวลาที่เหมาะสม และว่า การดำเนินการใดๆจะเกิดขึ้นต่อเมื่อการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จสิ้นแล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ลำดับในการสืบราชสันตติวงศ์ของราชวงศ์อังกฤษ ลำดับแรก คือ เจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์แรก ตามด้วยพระโอรสและพระธิดา ของเจ้าชายวิลเลียม คือ เจ้าชายจอร์จ , เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ และเจ้าชายหลุยส์ ตามลำดับ จากนั้น จะเป็น เจ้าชายแฮร์รี อยู่ลำดับที่ 5 ตามด้วยโอรสและพระธิดา ของเจ้าชายแฮร์รี คือ เจ้าชายอาร์ชี และเจ้าหญิงลิลิเบต ซึ่งเป็นลำดับที่ 6 และ 7

ส่วน แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ อยู่ในลำดับที่ 8 โดยมีพระธิดา 2 พระองค์ คือเจ้าหญิงเบียร์ทริซ และเจ้าหญิงยูจีน อยู่ลำดับที่ 9 และ 12

ซึ่งการถอด แอนดรูว์ ออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์ของราชวงศ์อังกฤษ จะต้องดำเนินการผ่านการตราพระราชบัญญัติโดยรัฐสภา ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากบรรดาสมาชิกรัฐสภาเสียก่อน

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงลำดับในการสืบราชสันตติวงศ์นั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศเครือจักรภพราว 13 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐอยู่ด้วย

โดยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้ออกมาแสดงความเห็น สนับสนุนรัฐบาลอังกฤษ ในการถอด แอนดรูว์ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ของราชวงศ์อังกฤษ

อัลบาเนซี ได้เขียนจดหมายถึง นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า ข้อกลาวหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรง และชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า เขาเห็นพ้องกับกษัตริย์ว่า บัดนี้กฎหมายต้องดำเนินไปอย่างเต็มกระบวนการ และต้องมีการสอบสวนอย่างครบถ้วน เป็นธรรม และเหมาะสม

เอพีรายงานว่า เป็นที่เชื่อกันว่า รัฐบาลของสตาร์เมอร์ ยังไม่ได้รับหนังสือยืนยันในลักษณะเดียวกันจากประเทศอื่นๆอีก 13 ประเทศ ที่มีกษัตริย์ชาร์ลส์ เป็นประมุขแห่งรัฐ ซึ่งรวมถึง แคนาดา นิวซีแลนด์ จาเมกา บาฮามาส และตูวาลู

นายโรเบิร์ต เฮเซลล์ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองและผู้ก่อตั้งหน่วยงานด้านรัฐธรรมนูญ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ในบางประเทศ กระบวนการนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขณะที่บางประเทศสามารถทำได้ผ่านการตรากฎหมายปกติ

เฮเซลล์ ยังได้แสดงความสงสัยว่า สหราชอาณาจักร หรือรัฐบาลประเทศอื่นๆ อยากจะสละเวลาเพื่อดำเนินการถอดถอน เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์จริงหรือไม่ เนื่องจากเขาอยู่ถึงลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์

เฮเซลล์ กล่าวด้วยว่า ครั้งล่าสุดที่มีการดำเนินการเช่นนี้ คือตอนที่ตราพระราชบัญญัติการสืบราชสันตติวงศ์ปี 2013 ซึ่งเปลี่ยนกฎการสืบราชสมบัติให้มีความเป็นกลางทางเพศ ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเจรจาอันยืดเยื้อ เพื่อให้ทุกประเทศดำเนินการแก้ไขกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของตนเองให้สอดคล้องกัน

อีกคำถาม คือ หากมีการตัดชื่อ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดบการสืบราชสันตติวงศ์แล้ว จะส่งผลกระทบต่อพระธิดาทั้งสอง ซึ่งไม่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะราชวงศ์ และบุตรหลานของพวกเธอด้วยหรือไม่ เฮเซลล์ กล่าวว่า “ไม่จำเป็นเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายจะกำหนดกรอบไว้อย่างไร

โดยการถอดถอนสมาชิกราชวงศ์ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ครั้งล่าสุด คือ หลังจากที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงสละราชสมบัติในเดือนธันวาคม 1936 เพื่อเสกสมรสกับ วอลลิส ซิมป์สัน สตรีชาวอเมริกาที่เคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นกฎหมายได้ถูกแก้ไขเพื่อคัดชื่อของพระองค์ รวมถึงทายาททุกคนออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิสืบราชสันตติวงศ์

ด้านกษัตริย์ชาร์ลส์ ยังไม่ได้ทรงแสดงท่าทีต่อสาธารณะว่า จะสนับสนุนหรือคัดค้านการถอดถอนพระอนุชาออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ และทรงเน้นย้ำว่า กฎหมายต้องดำเนินไปตามกระบวนการของการสอบสวนและว่า พระองค์และครอบครัวจะยังคงปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนทุกคนต่อไป

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษ ต่างรายงานว่า ทางสำนักพระราชวัง ไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อถอดถอนเมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ โดยหนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์ส รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. โดยอ้างแหล่งข่าวในพระราชวังที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ราชวงศ์ยืนยันว่าจะไม่ขัดขวาง สิ่งที่รัฐสภาตัดสินใจ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยกระบวนการถอดชื่อ ‘อดีตเจ้าชายแอนดรูว์’ ออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...