โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OSP ล็อกต้นทุนอยู่ 6 เดือน เร่งเครื่องโตต่างแดนสองหลัก

ทันหุ้น

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 19.30 น.

#OSP #ทันหุ้น – OSP สงครามยังไม่ระคายมาร์จิ้น เผยล็อกราคาวัตุดิบผลิตและต้นทุนพลังงานไว้ล่วงหน้าครึ่งปี ยอมรับถ้าอิหร่าน-อเมริการบยืดเยื้ออาจฉุดยอด 1-2% คงเป้ารายได้โตรวม 4-6% กำไรขยับบวกท่ามกลางความผันผวน ชูต่างประเทศเด่นเร่งโต สองหลัก ลงทุนต่อเนื่อง 400-500 ล้านบาท ยกระดับ Digital Technology และ Al

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า โอสถสภา พร้อมก้าวสู่บริบทใหม่ในปี 2569 ด้วยความเชื่อมั่นในรากฐานที่แข็งแกร่งและการปรับตัวที่ฉับไว และมุ่งสร้าง ความแข็งแกร่งจากภายในด้วยการบริหารอย่างมีวิสัยทัศน์ผ่าน 3 พลังขับเคลื่อน คือ Domestic Beverage กลุ่มเครื่องดื่ม ในประเทศPersonal Care กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และInternational Business

@ยุทธศาสตร์ 3กลุ่ม

สำหรับแบรนด์พอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มของโอสถสภา จะมุ่งเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์หลัก ควบคู่กับพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมี่ยม เพื่อยกระดับคุณค่าและเพิ่มอัตราการทำกำไรของพอร์ตสินค้า ควบคู่กับการผลักดัน แบรนด์ระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงขยายฐานผู้บริโภคในภาคต่างๆ พร้อมกับยกระดับโครงสร้างการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการ ขยายความครอบคลุมของกลุ่ม Traditional Trade และยังเสริมความแข็งแกร่งในช่องทาง Modern Trade ทั้ง Supermarket, Hypermarket และร้านสะดวกซื้อ

ด้านกลุ่ม Personal Care ต่อยอดจุดแข็งความอ่อนโยนและความหอมโดยแบรนด์ Babi Mild สามารถสร้างสถิติ ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในรอบ 3 ปี ในกลุ่มสบู่เหลวเด็ก กลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานจากกลุ่มแม่และเด็กสู่กลุ่มผู้ใหญ่ อย่างเต็มตัวผ่านแบรนด์ Ultra Mild และบริษัทจะรุกตลาดใหม่ด้วยพรีเมี่ยมเข้าสู่กลุ่ม สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง

และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศคาดหวังเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ ตั้งเป้าเติบโตระดับสองหลัก โดยใช้โมเดล ความสำเร็จจากเมียนมาและสปป.ลาว เป็นต้นแบบในการขยายฐานสู่ภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ตะวันออกกลาง (UAE และ โอมาน) นอกจากนี้ยังสร้าง Strategic Ecosystem ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรอาทิ การนำร่องบุกตลาดจีนที่มีศักยภาพ สูงด้วยแบรนด์ Babi Mild พร้อมเตรียมโชว์ศักยภาพและนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลก นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม โดยจะใช้โมเดลธุรกิจที่ปรับให้เหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

@รับมือโลกปั่นป่วน

ด้านนางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer ของ OSP เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญในปี 2569 คือการสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิ แม้จะมีสภาวะสงครามที่ตะวันออกกลางแต่บริษัทก็ยังคงเป้าหมายการขยายตัวรายปีนี้ 4-6% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เน้นความเป็นไปได้จริงท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยบริษัทมุ่งเน้นการสร้าง Economy of Scale ผ่านการเพิ่มปริมาณขายและการใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษา อัตราค่าใช้จ่ายการบริหารและการขาย ให้คงที่เพื่อผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่วนราคาวัตถุดิบผลิตต่างๆ ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นนั้น เฉพาะในส่วนของบริษัทเอง ไม่ได้กระทบเช่น ขวดแก้วที่บริษัทผลิตก็ยังไม่ขึ้น สารเคมีสำคัญหลายตัวก็คงเดิม เว้นอลูมิเนียมที่เพิ่มชัดเจนทว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ มีเพียงต้นทุนพลังงานซึ่งเป็น 20% ของต้นทุนรวมที่บริษัทเฝ้าติดตาม

อย่างไรก็ตาม โดยรวมระยะ 6 เดือนแรกของปีนี้เนื่องจากมีการล็อกราคาวัตถุดิบและทำสัญญาบริหารจัดการต้นทุนพลังงานไว้ล่วงหน้าแล้ว ความสามารถทำกำไรสินค้าต่างๆ จึงยังไม่กระทบในระยะครึ่งปีแรก แต่ในทางกลับหากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจฉุดกำลังซื้อส่งผลต่อเนื่องกระทบยอดขายประมาณ 1-2% รวมถึงจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่อาจเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังเชื่อมั่นจะยังรักษาระดับกำไรได้เนื่องจากตลาดต่างประเทศบางกลุ่มมีกำไรต่อหน่วยสูง

นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมงบลงทุนจำนวน 400-500 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Technology & Al มุ่งเน้นการนำข้อมูล แบบ Real-Time มาใช้ในการตัดสินใจ และบริหารความเสี่ยงอย่างแม่นยำ รวมถึงการลงทุนในด้านPeople & Culture เพื่อบ่มเพาะ Talent และสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณผู้ประกอบการ

OSP เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและ การส่งต่อคุณค่าเชิงบวกสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับกรอบการดำเนินงาน ESG ระยะที่ไปให้เข้มข้นขึ้นอีก 2 มิติคือ การบริหารทรัพยากรบุคคลสู่ความเป็นเลิศ และการจัดการขยะและของเสียครบวงจรเพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ความมุ่งมั่นนี้ส่งผลให้โอสถสภาคว้าคะแนนสูงสุดระดับ‘AAA’ จาก SET ESG Ratings ในปีที่ผ่านมา และได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 10% ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลกจาก S&P Global Sustainability Yearbook ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ามาตรฐานความยั่งยืนของเราอยู่ในระดับสากล พร้อมสร้างความ เชื่อมั่นและคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...