โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 22.48 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 22.48 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569

>> ป่วนสร้างสถานการณ์ พ่นสีสเปรย์ วางวัตถุต้องสงสัย ริมถนนสายยะลา - เบตง จ..ยะลา

09.00 น. พ.ต.อ.ทศพล พลอยงาม ผกก.สภ.อัยเยอร์เวง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ว่าขณะที่กำลังลาดตระเวนสำรวจเส้นทางดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน พบมีการพ่นสีสเปรย์ บริเวณถนนหมายเลข 410 สายยะลา - เบตง กม.37 ม.6 ต.อัยเยอร์เวง จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.443 ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

จุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งก่อนถึงหมู่บ้าน กม.38 พบมีการพ่นสีสเปรย์สีแดง เขียนตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บนพื้นถนน มีข้อความ PATANI IS NOT SIAM ปาตานี ไม่ใช่สยาม และพบวัตถุต้องสงสัยเป็นขวดน้ำพันด้วยเทปกาวสีดำ ผูกติดกับเสากั้นทาง โดยมีสายไฟโผล่ออกมา เจ้าหน้าที่จึงรีบถอยออกมาห่างและทำการประสาน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองร้อย ตชด.445 เข้าตรวจสอบ แต่เนื่องจากชุดเก็บกู้ เดินทางไปสำรวจจุดที่มีการพ่นสีสเปรย์ ที่บ้านจาเราะแป ม.3 และ ที่บ้านแหร ม.4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา จำนวน 2 จุด เจ้าหน้าที่จึงได้กันพื้นที่ไว้ จนกระทั้ง ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ อีโอดี จึงเดินทางเข้าตรวจสอบและใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย ซึ่งพบว่าภายในขวดน้ำเป็นเพียงทราย

จากนั้น พนักงานสอบสวน สภ.อัยเยอร์เวง จึงได้เข้าทำการเก็บหลักฐานทั้งหมดเพื่อส่งให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน10 ยะลา ทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง เพื่อจะได้นำตัวผู้ที่ก่อกวนสร้างสถานการณ์ความไม่สงบมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> ปภ. แจ้ง 48 จังหวัด "เหนือ อีสาน กลาง และ กทม." เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ช่วงวันที่ 11 - 13 มี.ค. 69

11.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 48 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ในช่วงวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2569 กำชับจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

>> ประชุม ครม. งดใส่สูท ผูกไท ปรับแอร์ 26 องศาฯ ขานรับประหยัดพลังงาน ขณะที่ นายกฯ-ธรรมนัส” ลาประชุมวันนี้

11.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งลาประชุม โดยมอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม ท่ามกลางการจับตาบรรยากาศการประชุม ครม. หลังพรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 วันนี้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลาประชุมเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ต้องจับตาการหารือผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าในที่ประชุมจะมีการหารือถึงเรื่องการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน รวมถึงแผนรับมือด้านเศรษฐกิจ และพลังงาน

โดยกระทรวงพลังงานจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการประหยัดพลังงาน โดยมุ่งเน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาฯ การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไท การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการ Work from Home และการประชุมออนไลน์ เพื่อลดการเดินทาง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือ เรื่องการแต่งกายของรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีชาย ให้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ไม่ผูกเนคไท และไม่สวมสูท รัฐมนตรีหญิงแต่งกายตามสบาย โดยอาจเป็นเสื้อผ้าฝ้าย เสื้อผ้าไหม หรือเสื้อเชิ้ตสีขาว ฯลฯ ส่วนเจ้าหน้าที่ให้สวมเสื้อเชิ้ตขาว/ดำ ไม่สวมสูท และให้เปิดเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมฯ ที่ อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส

>> ตำรวจไทรน้อย รวบ 3 คนร้าย สบโอกาสไม่มีคนอยู่ยกเค้าบ้านอดีตเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า สูญกว่า 3 แสนบาท

12.00 น. พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหา ชาย 3 ราย พร้อมของกลาง ทีวี ขนาด 52 นิ้ว 1 เครื่อง ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ฯ พระเครื่องพระบูชา, เหรียญกระษาปณ์ รวมทั้งหมด 25 รายการ สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 ริมคลองขุนศรี ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ก่อนนำตัวมาสอบสวนและติดตามของกลางที่ลักไป

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ลูกชายผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า ได้มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในบ้านไปหมดบ้าน ทั้งพระเครื่อง พระบูชา ประมาณ 500 องค์ เป็นพระ เชียงแสน พระอู่ทอง อายุเก่าแก่ แอร์ โต๊ะเก้าอี้ไม้สัก และอีกหลายรายการ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 350,000 บาท เหตุเกิดบ้าน ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

หลังเกิดเหตุ ตำรวจสืบสวน สภ.ไทรน้อย ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ ทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนกัน จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง มาดำเนินคดี
สอบสวนผู้ต้องหารายหนึ่ง ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านของผู้เสียหายจริง ซึ่งเป็นบ้านอยู่ติดกัน โดยได้ชักชวนเพื่อนอีก 2 คน มาร่วมก่อเหตุด้วย เพราะเห็นว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่นานหลายเดือน เมื่อเข้าไปลักก็ใช้วิธียกข้ามรั้วมาเก็บที่บ้าน ก่อนจะนำไปฝากต่อที่บ้านคนรู้จัก เพราะเกรงว่าถ้าตำรวจมาตรวจสอบแล้วจะพบของกลาง หลังได้ทรัพย์สินมาที่เป็นพระ จะติดต่อให้คนรับซื้อมาดูก่อนจะตกลงราคาขาย และทรัพย์บางส่วนก็ขายให้กับคนทั่วไป ได้เงินมานำมาแบ่งกันใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและซื้อยาบ้าเสพ

ผู้ต้องหาอีกคน กล่าวว่า น้องบอกว่าชวนไปหาเงินใช้ ตนไปขโมยมาแล้ว 2 ครั้ง ตนเป็นคนเอาของไปขายและก็เก็บไว้บางส่วน ตนยอมรับว่าเสพยาเสพติดด้วย

>> มติ ครม. สั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ WFH เต็มรูปแบบ งดดูงานต่างประเทศ เฉพาะงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

12.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.รับทราบข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อวิกฤตพลังงานในประเทศไทย จึงให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เริ่มดำเนินมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮมทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชนและงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ใช้วิธีดูงานในต่างประเทศแทน

>> ตำรวจสอบสวนกลาง ผนึกกรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” ทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวต่างชาติ 8 จุด จ.ราชบุรี

13.30 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายพูนพงษ์ นัยนาภาภรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” หลังระดมกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวต่างชาติ 8 จุด ในพื้นที่ จ.ราชบุรี พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและผูกขาดตลาดรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกร

จากการสืบสวนของ บก.ปอศ. พบกลุ่มทุนต่างชาติใช้โครงสร้าง “นอมินี” ให้คนไทยถือหุ้น 51% แต่ไม่มีอำนาจบริหารจริง ขณะที่การสั่งซื้อ กำหนดราคา และการส่งออกถูกควบคุมจากต่างประเทศทั้งหมด ทำให้สามารถกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยเหลือเพียง 2–5 บาทต่อลูก ก่อนนำไปแปรรูปส่งออกขายในต่างประเทศราคาสูงถึง 35–50 บาทต่อลูก เบื้องต้นตรวจพบบริษัทเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 6 แห่ง เกี่ยวข้องทั้งนิติบุคคล คนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย พร้อมยึดเอกสารบัญชี ภาษี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กว่า 10 กล่อง เตรียมขยายผลเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

>> ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อนสาวยืมรถหนุ่มไปขับจนพังยับ พบบัตรทหารเป็นของชายอายุ 67 ปี

15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี หนุ่ม อายุ 29 ปี เจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร แจ้งความกับ พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สารวัตรสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ว่ารถยนต์ที่ถูกหญิงสาวรุ่นพี่ยืมไปขับก่อนนำมาจอดทิ้งไว้ที่หน้าคอนโด ย่านถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด โดยมีสภาพพังเสียหายทั้งด้านหน้าและหลัง ภายในรถพบมีคราบเลือด เมื่อเวลา 05.30 น. ที่ผ่านมา

คืบหน้า ที่ห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด หนุ่มเจ้าของรถที่พังเสียหาย เดิยทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวไปชี้จุดที่รับหญิงสาวขึ้นรถ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.เปรี้ยว ไม่ทราบชื่อจริง นามสกุลจริง ส่วนบัตรทหารนั้นทราบว่าเป็นทหารเกษียญอายุ 67 ปี โดยทั้ง 2 คนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดต่อไม่ได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำเจ้าของรถเพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องหญิงที่ยืมรถว่าเป็นใคร เกี่ยวข้องอย่างไร จากนั้นจึงจะติดตามตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบสวนหาสาเหตุที่รถพังเสียหาย พร้อมคราบเลือดว่าเป็นของผู้ใด

>> เสียงทะเลาะกันลั่น ก่อนอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักชนรั้วเหล็กประตูบ้าน ก่อนพุ่งเข้าท้ายรถกระบะ เมียเจ็บหนัก ส่วนผัวคนขับขี่เสียชีวิต

15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนรั้วบ้านและรถยนต์กระบะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ "โค้งร้อยศพ" บ้านไหล่หิน หมู่ 2 ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีเขียว ป้ายทะเบียน ลำปาง ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บนอนทับกันอยู่บริเวณท้ายรถกระบะส่งของ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียน ลำปาง ห่างออกไปพบรั้วเหล็กของประตูบ้าน มีร่องรอยการชนเสียหาย

พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 51 ปี เป็นผูขับขี่ มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ภัยฯ เร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต ภูมิลำเนาเป็นชาวบ้านทุ่งขาม ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคาเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ และนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะคา

จากการสอบสวนและคำให้การของชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นสองสามีภรรยาขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา โดยมีปากเสียงทะเลาะกันมาตลอดทาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง (โค้งร้อยศพ) รถเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนประตูรั้วบ้านอย่างจัง ก่อนจะไถลไปอัดก๊อปปี้กับท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ จนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเตรียมสอบปากคำพยานแวดล้อมและผู้บาดเจ็บหลังจากอาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุสลดในครั้งนี้ต่อไป

>> วัวขวิดเจ้าของ เสียชีวิตข้างคอก

17.20 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้ง มีเหตุพบคนเสียชีวิต ข้างคอกวัว ม.5 ต.วังจันทร์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จึงสั่งการ สภ.แก่งกระจาน ให้สายตรวจไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อนายเพือน อายุ 65 ปี นอนเสียชีวิตข้างคอกวัว มีบาดแผลบริเวณหน้าอก จึงแจ้งร้อยเวร และชุดสืบสวน ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบถามญาติแจ้งว่าบาดแผลน่าจะเกิดจากถูกวัวขวิดเข้าที่หน้าอก ทำให้เสียชีวิต จึงให้นำร่างไปชันสูตรหาสาเหตุการตายต่อไป

>> พี่ชายคว้ามีดฟันน้อง คอเกือบขาด จนบาดเจ็บสาหัส หลังมีปากเสียงเรื่องไม่ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ

19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุ ทำร้ายร่างกายใช้อาวุธมีดฟัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ซอยประชาชื่นนนทบุรี 7 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครนนทบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น บริเวณเกิดเหตุอยู่ภายในห้องโถงด้านใน ใกล้ทางขึ้นชั้น 2 พบนายกอ (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ผู้บาดเจ็บ นอนจมกองเลือดอยู่ มีบาดแผลถูกมีดฟันที่ ท้ายทอย 1 แผลลึกจนเห็นกระดูก หน้าอกซ้ายและขวา 2 แผล ด้านหลังไหล่ซ้าย 1 แผล หูซ้ายและขวาถูกฟันเกือบขาด กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายคอ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นพี่ชาย รอมอบตัวกับตำรวจอยู่ภายในบ้าน

นายคอ อายุ 60 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพี่ชาย ให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอนอยู่กับแม่ที่ชั้นล่าง ส่วนน้องชายมาเอะอะโวยวาย ซึ่งก่อนหน้าเคยมีปัญหากันหลายเรื่องและหาว่าไม่ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ชอบพูดกะแนะกะแหนอิจฉาตนเรื่องค่าเช่าบ้านอีกสองหลังเพราะแม่โอนให้ตน แต่น้องชายเก็บค่าเช่าไปคนเดียว ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนมา พอตนจะมานอนกับแม่ก็มาด่าตนอีก ตนฟันไปกี่ครั้งจำไม่ได้

นายปอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี พยาน เล่าว่า นายกอ ผู้บาดเจ็บเป็นน้องชาย ส่วนนายคอ ผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชาย ทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องผู้ก่อเหตุไม่ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แล้วผู้บาดเจ็บได้ขึ้นไปปิดเบรคเกอร์ไฟ ไม่ให้พี่ชายใช้ หลังจากนั้นทางแม่ของทั้งสองคนให้ตนมาเปิดเบรคเกอร์ พอคนเจ็บเขาบอกไม่ให้ตนเปิด ตนก็เลยเดินออกไป แล้วเขาทั้งสองคนก็ด่ากันและมีเสียงตุ๊บๆ พอเห็นว่านานไป จึงได้เดินกลับมาดูเห็นคนพี่ชายกำลังฟันน้องชายอยู่ ตนได้ห้ามแล้วจึงไล่คนก่อเหตุออกไป

หลังเกิดเหตุตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

>> พายุถล่มเมืองสันป่าตอง ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มขวางถนนรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนเข้าเต็มแรง เคราะห์ดีเจ็บไม่สาหัส

20.23 น. ในพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ มีลมกระโชกแรงและฝนตกเล็กน้อยในบางพื้นที่ เบื้องต้นมีรายงานว่า ในพื้นที่ ต.สันกลาง บริเวณบ้านใหม่ห้วยส้ม ได้เกิดเหตุ ต้นไม้ล้มขวางถนน ส่งผลให้การสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวเกิดความไม่สะดวก

ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รายหนึ่งขับผ่านเส้นทางและ เฉี่ยวชนกับต้นไม้ที่ล้มขวางถนน อย่างไรก็ตาม เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง โดย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือและนำตัวส่งกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นปลอดภัยดี หลังเกิดเหตุ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้เร่งเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายต้นไม้ เพื่อเปิดเส้นทางและไม่ให้กีดขวางการจราจร

ขณะเดียวกัน ทางอำเภอสันป่าตองได้ แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นจากพายุครั้งนี้ และจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบต่อไป

>> ก.พลังงาน ย้ำชัด ปิดปั๊มน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม ใช้กับสถานการณ์วิกฤต ปัจจุบันยังคงให้ปั้มน้ำมันเปิดตามปกติ

20.40 น. นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่ กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศประสานงานกับสำนักงานพลังงานจังหวัด ให้รวบรวมข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งฐานข้อมูลน้ำมันดีเซล เบนซิน และก๊าซหุงต้ม ซึ่งการเก็บข้อมูลดังกล่าวนั้น จะนำมาใช้เป็นการวางแผนทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ มาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลัง 4 ทุ่มนั้น “เป็นมาตรการเตรียมความพร้อม” การปิดเปิดสถานีบริการจะใช้เฉพาะกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความรุนแรงมากขึ้นจนส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำมันสำรองของไทยเข้าขั้นวิกฤตเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไปไม่ถึงขั้นวิกฤต

แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น จากการที่สถานีบริการน้ำมันบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามและบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งประสานผู้ค้าเร่งจัดส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ยังมีน้ำมันไม่เพียงพอ เพื่อลดผลกระทบของประชาชนให้น้อยที่สุด

>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา

22.17 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 163 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...