"สระผมตอนกลางคืน" ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม และทำเป็นประจำ
สระผมตอนกลางคืน แล้วไม่เป่าให้แห้ง ระวัง! เชื้อราถามหา เสี่ยงผมร่วงหมดหัว
วิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้หลายคนเลือกที่จะ สระผมตอนกลางคืน หลังจากกลับมาจากทำงานหรือเรียน เพราะรู้สึกผ่อนคลายและประหยัดเวลาในช่วงเช้า แต่รู้หรือไม่ว่านิสัยการ "สระแล้วนอนเลย" โดยที่ผมยังไม่แห้งสนิท คือภัยเงียบที่ทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหา ผมร่วง และเชื้อราที่หลายคนมองข้าม
ความชื้นสะสม แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อราชั้นดี
การเข้านอนทั้งที่ผมยังเปียกชื้น หรือแห้งแค่หมาดๆ จะทำให้ความชื้นถูกกักเก็บไว้ระหว่างเส้นผมและหมอน ประกอบกับอุณหภูมิร่างกายที่อุ่นพอเหมาะ สภาพแวดล้อมแบบนี้ถือเป็นสวรรค์ของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อรากลุ่ม Malassezia ที่จะเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ ส่งผลให้สมดุลของหนังศีรษะเสียไป และเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
จากรังแค ลุกลามสู่ "หนังศีรษะอักเสบ" และผมร่วง
เมื่อเชื้อราเจริญเติบโต จะกระตุ้นให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง และมีรังแคหลุดร่วงมากกว่าปกติ หากปล่อยไว้นานจะพัฒนากลายเป็น โรคหนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ทำให้รากผมอ่อนแอและยึดเกาะได้ไม่ดี เมื่อเราเกาเพราะความคัน ก็จะยิ่งทำให้หนังศีรษะเป็นแผล ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเส้นผมจะเริ่มหลุดร่วงง่ายขึ้น ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด หรือในรายที่รุนแรงอาจเกิดผมร่วงเป็นหย่อมๆ ได้
วิธีป้องกัน หากจำเป็นต้องสระผมกลางคืน
ทางที่ดีที่สุดผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สระผมช่วงเช้าจะดีกว่า แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ กฎเหล็กที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดคือ "ต้องเป่าผมให้แห้งสนิท" ก่อนนอนทุกครั้ง ไม่ควรใช้แค่พัดลมเป่าจ่อ หรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดแค่พอหมาดแล้วนอนทันที เพราะความชื้นที่โคนผมคือจุดที่อันตรายที่สุด
ควรใช้ไดร์เป่าผม โดยเลือกใช้ ลมเย็นหรือลมอุ่นๆ เป่าไล่จากโคนผมให้ทั่วศีรษะจนมั่นใจว่าแห้งสนิทจริงๆ หลีกเลี่ยงการใช้ลมร้อนจัดจ่อที่หนังศีรษะโดยตรง เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปและเกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน การเสียเวลาเป่าผมเพียงไม่กี่นาที จะช่วยเซฟเส้นผมของคุณให้อยู่คู่กับหนังศีรษะไปได้อีกนาน
สรุปส่งท้าย
อย่าละเลยเรื่องความชื้นบนหนังศีรษะ เพราะการแก้ปัญหา เชื้อราและผมร่วง นั้นใช้เวลารักษานานและยากกว่าการป้องกัน หากรักผม ต้องขยันเป่าผมให้แห้งทุกครั้ง เพื่อสุขภาพหนังศีรษะที่ดีและผมที่ดกดำเงางามค่ะ