Finnomena Funds House View: แถลงมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนในวิกฤตอิหร่าน ฉบับวันที่ 2 มีนาคม 2026
อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด
ณ วันที่ 2 มีนาคม 2026 เวลา 8:30 น. ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความซับซ้อนขึ้น หลังมีรายงานจากภารกิจทางเรือของสหภาพยุโรป (Aspides) ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ส่งสัญญาณวิทยุ VHF ประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ออกมายืนยันในภายหลังว่าอิหร่านยังไม่มีนโยบายปิดช่องแคบอย่างเป็นระบบ
ในด้านการเมืองภายในอิหร่าน หลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ได้เร่งจัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวเพื่อรักษาเสถียรภาพ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าได้รับการติดต่อขอเจรจาจากผู้นำชุดใหม่และได้ตอบรับแล้ว พร้อมประเมินว่าความขัดแย้งนี้น่าจะใช้เวลาคลี่คลายราว 4 สัปดาห์
สรุปมุมมองการลงทุน
ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน เราประเมินว่ายังไม่ใช่จังหวะที่นักลงทุนควรตัดสินใจด้วยความตื่นตระหนก ไม่ว่าจะเป็นการรีบตัดขายสินทรัพย์เสี่ยง (Panic Sell) หรือการเร่งไล่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในราคาที่พุ่งสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน โดยเราคาดว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะมีลักษณะไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงรายได้จากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเอง ซึ่งหากพิจารณาจากสถิติในอดีตจะพบว่า แม้เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มักจะสามารถฟื้นตัวและสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในระยะกลางถึงยาวเสมอ
วิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อตลาดการเงินโลก (Scenario Analysis)
ในระยะสั้นเราเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ตลาดจะมีปฏิกิริยาแบบฉับพลัน (knee-jerk reaction) เข้าสู่ risk-off mode (สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลง ทองคำและน้ำมันดีดตัวขึ้น) อย่างไรก็ตามผลกระทบหลังจากนั้นยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความยืดเยื้อของสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขนส่งน้ำมันดิบราว 1 ใน 5 ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก โดยขอให้ฉากทัศน์ 4 รูปแบบไล่เรียงตามความเสียหายต่อตลาดจากมากไปน้อย
Scenario A: สู่ Regional War รุนแรงและยืดเยื้อเต็มรูปแบบ
เป็นกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือการยกระดับสู่สงครามภูมิภาค (Regional War) ที่รุนแรงและยืดเยื้อ โดยอิหร่านพร้อมกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรระดมโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง กรณีนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะเวลาอันสั้นและทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ทองคำจะพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ และตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสเปิดลบแรงมากกว่า 3% พร้อมเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง
Scenario B: สงครามกลางเมืองอิหร่านและความโกลาหลที่ยืดเยื้อเพื่อแย่งชิงอำนาจ
ฉากทัศน์ต่อมา คือความโกลาหลภายในอิหร่านที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองและการชิงอำนาจ แม้ช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่ได้ถูกปิดโดยคำสั่งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่จะเผชิญการโจมตีแบบกองโจรจากกองกำลัง IRGC ซึ่งจะดันราคาน้ำมันให้เข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเช่นกัน สถานการณ์นี้จะกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อในระยะกลาง ทำให้ทองคำได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และตลาดหุ้นถูกกดดันจากความไม่แน่นอนที่ลากยาว
Scenario C: การยกระดับอยู่ในวงจำกัด
สำหรับฉากทัศน์นี้เรามองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด คือการยกระดับความขัดแย้งที่ยังอยู่ในวงจำกัด โดยอิหร่านจะให้ความสำคัญกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการไว้อาลัยผู้นำสูงสุด การตอบโต้ทางทหารจะลดระดับความรุนแรงลงกว่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเพื่อรักษาฐานรายได้ของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นเปิดปรับตัวลดลงแรงในช่วงเช้าก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวออกข้าง (Sideway) เพื่อรอดูท่าที ขณะที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงแต่จะไม่เกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Scenario D: การแทรกแซงจากมหาอำนาจเพื่อลดระดับความขัดแย้ง
ฉากทัศน์สุดท้าย เป็นกรณีที่เป็นบวกที่สุด คือการเข้าแทรกแซงจากมหาอำนาจเพื่อลดความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลดท่าทีแข็งกร้าวหลังประกาศชัยชนะ หรือการที่จีนเข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงเพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานโลก ในฉากทัศน์นี้ ตลาดหุ้นจะมีแรงซื้อกลับในสินทรัพย์เสี่ยงทำให้การปรับตัวลดลงไม่รุนแรงนัก ส่วนราคาทองคำและน้ำมันจะปรับตัวขึ้นเพียงสั้นๆ ก่อนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
เราประเมินว่าการยืดเยื้อโดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซในหลักเกินกว่า 1 สัปดาห์จะมีความเสียหายต่อทั้งเศรษฐกิจโลกอย่างหนักและกับตัวอิหร่านเองด้วยซึ่งเพิ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบผ่านทางช่องแคบ ดังนั้นด้วยกลไกลนี้เองจะทำให้ความน่าจะเป็นของฉากทัศน์ในลักษณะยืดเยื้อน้อยลง นอกจากนี้อาจจะมีปัจจัยภายนอกเช่น OPEC+ ที่อาจเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบให้เพิ่มมากกว่านี้
ฉากทัศน์ ความน่าจะเป็น Scenario A: สู่ Regional War รุนแรงและยืดเยื้อเต็มรูปแบบ 10% Scenario B: สงครามกลางเมืองอิหร่านยืดเยื้อ 20% Scenario C: การยกระดับอยู่ในวงจำกัด 40% Scenario D: การแทรกแซงจากมหาอำนาจเพื่อลดระดับความขัดแย้ง 30% ผลตอบแทนหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P500 หลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เหตุการณ์ วันที่เริ่ม Market regime 1M 3M 6M 12M Gulf War (Iraq invades Kuwait) 2 Aug 1990 Late-cycle / recession fear -8% -13% -2% +10% Iraq War (US invasion) 20 Mar 2003 Bear market bottom +1% +13% +18% +26% Soleimani strike 3 Jan 2020 Late-cycle bull (pre-COVID) -1% -23%* -4% +14% Russia–Ukraine War 24 Feb 2022 Fed tightening / bear market +5% -7% -2% -7% Israel–Hamas War 7 Oct 2023 Early bull cycle (AI rally) +1% +10% +20% +33% ค่าเฉลี่ย** -0.3% +0.7% +8.5% +15.5%
Source: Finnomena Funds, Carson Group data as of 02/03/2026
*เกิดขึ้นพร้อมกับCOVID-19
**ค่าเฉลี่ยไม่นับรวมเหตุการณ์ Soleimani Strike เนื่องจากผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 ในตารางได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ COVID-19
จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลังของดัชนี S&P 500 หลังเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง พบว่าแม้ตลาดจะผันผวนในเดือนแรก แต่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะกลางถึงยาว
- ค่าเฉลี่ยหลังเกิดเหตุการณ์ 6 เดือน: ผลตอบแทนอยู่ที่ +8.5%
- ค่าเฉลี่ยหลังเกิดเหตุการณ์ 12 เดือน: ผลตอบแทนอยู่ที่ +15.5%
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและวัฏจักรของกำไรบริษัทจดทะเบียน มักเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่เอาชนะความกังวลเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้เสมอ เมื่อสถานการณ์เริ่มมีทิศทางที่ชัดเจน
Source:
Reuters, Iranian leaders want to talk, Trump tells Atlantic magazine
Reuters, Trump says conflict with Iran could last four weeks, Daily Mail reports
DISCLAIMER
เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จํากัด และ/หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทําโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนําเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทําการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทําซ้ำ ดัดแปลง นําออกแสดง ทําให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทําโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุน โดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง/ซับซ้อน และมีสินทรัพย์อ้างอิงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีความซับซ้อน ซึ่งมีปัจจัยอ้างอิงมีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้แนะนำการลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299