โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกนิติ ถกทีมไทยแลนด์ วางหมากเจราภาษีทรัมป์ คลังชี้ 150 วันจังหวะเร่งส่งออก

PostToday

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากนโยบายการค้าล่าสุดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก (Worldwide Tariff) จาก 10% เป็น 15% ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลา 150 วัน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลไทยต้องเร่งวางแผนเชิงรุก เพื่อหาทางออกและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “ทีมไทยแลนด์” ต้องเร่งตั้งหลักพร้อมวางแผนรับมือ โดยล่าสุดวันนี้(2 มี.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งหัวโต๊ะหารือร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ หน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เพื่อประเมินผลกระทบและวางยุทธศาสตร์เจรจารอบใหม่กับสหรัฐ

“รายละเอียดต่าง ๆ คงต้องมาคุยกันก่อน โดยจะต้องมีการหารือว่าจะวางกลยุทธ์ในการเจรจากับเขาหลังจากนี้ต่อไปอย่างไร หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินออกมา”

วงประชุมมีทั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าสถานการณ์ยังสับสน เนื่องจากอัตราภาษี 19% ที่ไทยเคยถูกพูดถึงก่อนหน้าได้ถูกยกเลิก และแทนที่ด้วยอัตรา 15% แบบชั่วคราว ทำให้ฐานการเจรจาเดิมต้องถูกทบทวนทั้งหมด

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ “ไทยจะยืนอยู่ตรงไหน” ในเกมที่กติกายังไม่นิ่ง และคู่เจรจามีหลายศูนย์อำนาจ ทั้งผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ทำเนียบขาว กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ซึ่งจำเป็นต้องประสานข้อมูลผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างใกล้ชิด

“ขณะนี้อัตรา 15% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และอาจมีการปรับเพิ่มได้ในอนาคต ส่วนอัตรา 19% ที่เคยเจรจากันก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีข้อยุติชัดเจน เพราะยังมีเงื่อนไขภายในที่ต้องดำเนินการ เช่น การเปิดตลาดและมาตรการภาคเกษตร หลังจากนี้ต้องติดตามทิศทางอย่างใกล้ชิด แม้การเจรจาหลักจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ แต่กระทรวงการต่างประเทศพร้อมสนับสนุนด้านยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กระทบภาคธุรกิจโดยตรง จึงต้องเร่งกำหนดท่าทีให้ชัดเจน”

ด้าน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ภายใต้มาตรการ Worldwide Tariff ที่กำหนดกรอบเวลา 150 วัน ไทยจำเป็นต้องเร่งหารือทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์รับมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ เพราะอัตรา 15% ยังเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

พร้อมประเมินว่า ช่วง 150 วันข้างหน้าอาจเป็น “หน้าต่างโอกาส” หากผู้ส่งออกไทยสามารถเร่งคำสั่งซื้อและส่งมอบสินค้าได้ทันก่อนมาตรการใหม่จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยย้ำว่าขณะนี้ต้องกำหนดท่าทีให้ชัด ลดความไม่แน่นอนที่กระทบต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจในระยะสั้นถึงกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...