“บริษัทประกันเดินเรือยักษ์ใหญ่” ยุติประกันความเสี่ยงสงครามในอ่าวเปอร์เซีย เริ่ม 5 มี.ค. 69
7 จาก 12 สมาชิกของ International Group of Protection and Indemnity Clubs เตรียมยุติความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงครามสำหรับเรือที่เข้าอ่าวเปอร์เซียและน่านน้ำใกล้เคียง เริ่ม 5 มีนาคม 2569
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 12.18 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของสโมสรประกันภัยทางทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก เตรียมยุติความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงคราม (war-risk cover) สำหรับเรือที่เข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป
ตามประกาศที่ Bloomberg News ตรวจสอบพบ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนตามเวลาลอนดอนของวันที่ 5 มีนาคม เป็นต้นไป ความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงครามจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ หากเรือเดินสมุทรเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย น่านน้ำใกล้เคียงที่กำหนด หรือเขตน่านน้ำของอิหร่าน โดยมีสโมสรสมาชิก 7 แห่ง จากทั้งหมด 12 แห่งของ International Group of Protection and Indemnity Clubs ที่ออกประกาศดังกล่าว
การตัดสินใจครั้งนี้กระทบเฉพาะความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงครามเท่านั้น เงื่อนไขความคุ้มครองประเภทอื่นยังคงเดิม
โดย War-risk cover คือกรมธรรม์ประกันภัยเฉพาะทางที่คุ้มครองเจ้าของเรือและผู้เช่าเรือจากความเสียหายต่อบุคคลภายนอกซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เช่น สงคราม การก่อการร้าย การปฏิบัติการทางทหาร หรือโจรสลัด ความคุ้มครองประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากช่วยลดภาระความเสียหายทางกฎหมายและการเงินที่อาจเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การถอนความคุ้มครองดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้ผู้ประกอบการลังเลในการรับความเสี่ยงเพื่อขนถ่ายสินค้าจากพื้นที่อ่าวเปอร์เซียมากขึ้น เพราะหากเกิดเหตุความเสียหายจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ผู้ประกอบการจะต้องรับภาระความเสี่ยงเองโดยไม่มีประกันรองรับ
กลุ่ม International Group of Protection and Indemnity Clubs (IG) เป็นเครือข่ายสมาคมประกันภัยทางทะเลแบบไม่แสวงหากำไรที่ให้ความคุ้มครองเรือเดินทะเลประมาณ 90% ของปริมาณเรือพาณิชย์ทั่วโลก
โดยสโมสรที่ประกาศถอนความคุ้มครอง war-risk แล้ว ได้แก่ Gard AS, NorthStandard Ltd., Steamship Mutual Underwriting Association Ltd., Assuranceforeningen Skuld, American Steamship Owners Mutual Protection and Indemnity Association Inc., The Swedish Club และ London P&I Club
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้จำกัดเพียงอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมอ่าวโอมาน (Gulf of Oman) น่านน้ำทางตะวันตกของแหลม Cape al-Hadd ในโอมาน และพื้นที่ต่อเนื่องไปทางตะวันออกเฉียงเหนือใกล้พรมแดนอิหร่าน–ปากีสถาน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนระดับความกังวลของตลาดประกันภัยต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานและสินค้าสำคัญผ่านหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญที่สุดของโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com