โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ค่าระวางเรือขนน้ำมัน “ตะวันออกกลาง-จีน” พุ่ง 2 เท่า หลังศึกฮอร์มุซดันอุปทานเรือตึงตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 17.29 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 10.29 น.

ค่าระวางเรือขนน้ำมัน "ตะวันออกกลาง-จีน" พุ่ง 2 เท่า หลังศึกฮอร์มุซดันอุปทานเรือตึงตัว ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางและภาวะปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 16.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปจีนพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและภาวะตึงตัวของอุปทานเรือบรรทุกน้ำมัน

ข้อมูลจากนายหน้าซื้อขายเรือ ระบุว่า เรือประเภทซูเอซแมกซ์ (Suezmax) ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้สูงสุดราว 1 ล้านบาร์เรล ถูกว่าจ้างในเส้นทางดังกล่าวที่ระดับ 525 จุดเวิลด์สเกล (Worldscale points) เทียบกับ 225 จุดเมื่อวันศุกร์ และเพียง WS50 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือใช้ระบบเวิลด์สเกลเป็นมาตรฐานกลางในการคำนวณรายได้ของเรือและต้นทุนค่าขนส่งต่อน้ำมันหนึ่งบาร์เรลในแต่ละเส้นทางทั่วโลก ความขัดแย้งที่ลุกลามในตะวันออกกลาง รวมถึงการที่ช่องแคบฮอร์มุซแทบปิดการใช้งาน ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งทางเรือพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้วจากความเสี่ยงสงครามที่เพิ่มขึ้น

แรงกดดันด้านราคาในตลาดเรือบรรทุกน้ำมันยังถูกซ้ำเติมจากโครงสร้างความเป็นเจ้าของเรือที่กระจุกตัวมากขึ้น หลังบริษัทขนส่งทางเรือของเกาหลีใต้ Sinokor Merchant Marine เข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มาก (VLCC) จำนวนมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

โดยปกติ เส้นทางตะวันออกกลาง-จีนมักใช้เรือประเภท VLCC (Very Large Crude Carrier) ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันได้สูงสุดราว 2 ล้านบาร์เรลต่อเที่ยว แต่ภาวะตึงตัวของกองเรือในขณะนี้กำลังผลักดันให้ค่าระวางพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานที่ตลาดโลกกำลังเผชิญ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...