สทท.ชี้ท่องเที่ยวไทย’69 Feel the feeling : มาทุกความรู้สึก
สัมภาษณ์
แม้สถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านและสหรัฐจะมีวงจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และคาดการณ์สิ้นสุดภายใน 1 เดือน แต่ในภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าเกิดผลกระทบอย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องสายการบินตะวันออกกลางที่หยุดให้บริการ
ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long Haul) ที่เดินทางเข้าไทยด้วยการต่อเครื่องที่สนามบินดูไบ (UAE) ซึ่งเป็นฮับที่ใหญ่ที่สุดและเป็นฐานหลักของสายการบินเอมิเรตส์ สนามบินอาบูดาบี (AUH) ฐานหลักของสายการบินเอทิฮัด และสนามบินชาร์จาห์ (SHJ) ฐานของสายการบินราคาประหยัดแอร์อาราเบีย รวมถึงสนามบินโดฮา (DOH) ฮับหลักของสายการบินกาตาร์
เป็นทั้ง “ปัจจัยลบ-ปัจจัยบวก”
“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมสัมภาษณ์ “ชัย อรุณานนท์ชัย” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ถึงผลกระทบสถานการณ์โดยรวม และประเด็นที่อยากให้รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
“ชัย” บอกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้มีผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยว โดยหลังจากที่ท่องเที่ยวไทยถูกผลกระทบจากประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในปี 2568 ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกระทบกับ “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ภาคการท่องเที่ยวของไทยได้พยายามขยับไปรุกตลาดระยะไกล ในโซนยุโรป อเมริกา ฯลฯ รวมถึงตะวันออกกลางมากขึ้น
และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล โดยเฉพาะในโซนยุโรป ทั้งยุโรปเหนือ ยุโรปกลาง และยุโรปใต้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
“กลุ่มนี้มีความตั้งใจมาเรื่อง Wellness และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงต่อคนต่อทริปสูง”
สงครามรอบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทาง และต้นทุนการท่องเที่ยวที่เพิ่มขี้นแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในมุมบวกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้ประชากรในประเทศดังกล่าวอยากเข้ามาเที่ยวระยะยาวเพื่อหลบภัยสงคราม ซึ่งประเทศไทยมีโครงสร้างเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพักระยะยาว หรือกลุ่ม Workation ที่เที่ยวไปด้วยและทำงานไปด้วย
กระทบความปลอดภัย-ต้นทุนเที่ยว
“ชัย” บอกด้วยว่า สำหรับนักท่องเที่ยว กลุ่มตะวันออกกลางนั้นเริ่มมีสัญญาณการชะลอการเดินทางอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าพวกเขารู้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจชะลอการเดินทางไว้ก่อน
และทันทีที่เกิดสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ส่งผลให้เที่ยวบินที่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ สนามบินโดฮา หรือสนามบินกาตาร์ถูกยกเลิก ผลกระทบที่เห็นทันทีคือ 1.สายการบินตะวันออกกลางต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าและ 2.สายการบินที่ยังคงให้บริการอยู่ ซึ่งเป็นสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินบินตรงสู่ประเทศไทยปรับขึ้นราคาบัตรโดยสาร เนื่องจากต้องบินอ้อมน่านฟ้าที่มีปัญหา
ทั้ง 2 ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ล้วนทำให้นักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น บางส่วนจึงเลื่อนและยกเลิกการเดินทางไปก่อน
“บางส่วนก็เตรียมพร้อมอพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคนในโซนประเทศตะวันออกกลางสนใจเข้ามาลงทุนและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ซึ่งตามที่ได้รับรายงานส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว เช่น สมุย (สุราษฎร์ธานี) ภูเก็ต เป็นต้น”
หวั่นตลาด “คุณภาพ” หดหาย
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน สทท.ประเมินว่าท่องเที่ยวไทยจะกระทบหนักแค่ไหน “ชัย” บอกว่าถ้าสถานการณ์ลากนาน ๆ การท่องเที่ยวของไทยจะแย่ เพราะขาดตลาดที่มีคุณภาพไป ตอนนี้ สทท.และหน่วยงานต่าง ๆ พยายามมองหาแนวทางที่จะดึงตลาดอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเข้ามาให้มากขึ้น
“ตอนนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก ทั้งกระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ได้รับผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะประเด็นในเรื่อง “วีซ่า” หมดอายุกลับประเทศไม่ได้ เพราะสายการบินหยุดให้บริการ จึงอยากให้ภาครัฐช่วยดูแลเรื่องการขยายระยะเวลาอยู่ต่อโดยไม่ต้อง เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม”
สำหรับความเสียหายในเชิงมูลค่ารายได้นั้น จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พบว่านับตั้งแต่เกิดสงครามตัวเลขนักท่องเที่ยวในภาพรวมหายไปประมาณวันละ 10,000-20,000 คน ซึ่งประเมินว่าหากนักท่องเที่ยวหายไป ประมาณวันละ 10,000 คน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวหายไปราว 300,000 คน ถ้าคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 90,000 บาทต่อคนต่อทริป รายได้จะหายไปเกือบ 300,000 ล้านบาท
Feel the Feeling มาทุกความรู้สึก
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบอกอีกว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ การท่องเที่ยวเวลาร่วงก็จะร่วงเลย ส่วนการจะขับเคลื่อนเพื่อให้ฟื้นกลับมานั้นรัฐบาลต้องช่วยเสริม เขี้ยวเล็บ พร้อมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
รวมถึงควรช่วยเรื่องภาษีน้ำมันเครื่องบินและตรึงราคาดีเซล ลดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการ ที่สำคัญเงินเยียวยาควรออกให้เร็ว และมีมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการนำมาพยุงธุรกิจ
เมื่อถามว่า ถ้าให้คำนิยมของการท่องเที่ยวสำหรับปีนี้จะบอกว่าอะไร “ชัย” บอกว่าสำหรับปี 2569 นี้นิยามที่เหมาะที่สุดน่าจะเป็นคำว่า “Feel the Feeling” หรือ “มาทุกความรู้สึก”
เพราะในช่วง 2 เดือนแรกภาพรวมดีพอสมควร แต่พอเจอเหตุการณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์เข้าไปก็น่าจะหนักไม่น้อยเช่นกัน เรียกว่าปีนี้จะเป็นปีที่มี ทั้งความรู้สึกดีและร้ายมาครบ
ส่วนในด้านจำนวนนั้น คาดการณ์ว่าเต็มที่น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 35 ล้านคน แต่หากตะวันออกกลางยาว กระทบแรง อาจจะยังสามารถประคับ ประคองให้อยู่ในระดับ 33 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
สงคราม 1 เดือน กระทบท่องเที่ยว 3 เดือน
ชัดเจนแล้วว่าวันนี้ผู้ประกอบการ ท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต กระบี่ สมุย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทั้งเลื่อนการเดินทาง และยกเลิกห้องพัก เพราะสายการบินจากตะวันออกกลางยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าประเทศไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์
เรียกว่ากระทบทั้งตลาดตะวันออกกลางและตลาดยุโรป ซึ่งราว 50% ของนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางผ่านฮับการบินตะวันออกกลาง“ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ให้ข้อมูลว่า หากสงครามจบภายใน 1 เดือน นักท่องเที่ยวจะหายไป 3 เดือน นั่นหมายความว่าจะจบในสิ้นเดือนมีนาคม ผลกระทบลากยาวไปถึงเดือนมิถุนายน
ขณะที่ “นัทรียา ทวีวงศ์”ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดและขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศใน 3 กรณี
ประกอบด้วย 1.กรณีไม่เกิน 3 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยว ภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่บินตรงสู่ประเทศไทย โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 2.1 แสนคน รายได้ลดลงประมาณ 13,167 ล้านบาท
2.กรณีไม่เกิน 4 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรณีนี้มองว่าสายการบินสามารถปรับเส้นทางบิน/ตารางบินในช่วงสัปดาห์สุดท้ายและราคาน้ำมันจะยังไม่ขึ้นมาก
โดยสถานการณ์นี้ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่บินตรงสู่ประเทศไทยเช่นกัน และประเมินว่ากรณีนี้นักท่องเที่ยวจะลดลงราว 3.3 แสนคน รายได้ลดลง 21,531 ล้านบาท
และ 3.กรณีไม่เกิน 8 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสายการบินเส้นทางยุโรปสามารถปรับเส้นทางบิน/ตารางบินฤดูร้อน (ระหว่าง 30 มีนาคม-ตุลาคม 2569) และจะมีการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และค่าเงินที่ผันผวน
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เกินกว่า 60 วัน หรือเกินกำหนดระยะ เวลาสำรองน้ำมัน จะเป็นปัจจัยกดดัน ให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น และเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาบัตรโดยสารในทุกเส้นทาง รวมถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศต่าง ๆ
หากเป็นกรณีนี้ประเมินว่านักท่องเที่ยวน่าจะลดลงราว 5.95 แสนคน รายได้ลดลง 40,972 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สทท.ชี้ท่องเที่ยวไทย’69 Feel the feeling : มาทุกความรู้สึก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net