โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สทท.ชี้ท่องเที่ยวไทย’69 Feel the feeling : มาทุกความรู้สึก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.58 น.

สัมภาษณ์

แม้สถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านและสหรัฐจะมีวงจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และคาดการณ์สิ้นสุดภายใน 1 เดือน แต่ในภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าเกิดผลกระทบอย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องสายการบินตะวันออกกลางที่หยุดให้บริการ

ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long Haul) ที่เดินทางเข้าไทยด้วยการต่อเครื่องที่สนามบินดูไบ (UAE) ซึ่งเป็นฮับที่ใหญ่ที่สุดและเป็นฐานหลักของสายการบินเอมิเรตส์ สนามบินอาบูดาบี (AUH) ฐานหลักของสายการบินเอทิฮัด และสนามบินชาร์จาห์ (SHJ) ฐานของสายการบินราคาประหยัดแอร์อาราเบีย รวมถึงสนามบินโดฮา (DOH) ฮับหลักของสายการบินกาตาร์

เป็นทั้ง “ปัจจัยลบ-ปัจจัยบวก”

“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมสัมภาษณ์ “ชัย อรุณานนท์ชัย” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ถึงผลกระทบสถานการณ์โดยรวม และประเด็นที่อยากให้รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

“ชัย” บอกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้มีผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยว โดยหลังจากที่ท่องเที่ยวไทยถูกผลกระทบจากประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในปี 2568 ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกระทบกับ “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ภาคการท่องเที่ยวของไทยได้พยายามขยับไปรุกตลาดระยะไกล ในโซนยุโรป อเมริกา ฯลฯ รวมถึงตะวันออกกลางมากขึ้น

และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล โดยเฉพาะในโซนยุโรป ทั้งยุโรปเหนือ ยุโรปกลาง และยุโรปใต้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

“กลุ่มนี้มีความตั้งใจมาเรื่อง Wellness และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงต่อคนต่อทริปสูง”

สงครามรอบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทาง และต้นทุนการท่องเที่ยวที่เพิ่มขี้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในมุมบวกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้ประชากรในประเทศดังกล่าวอยากเข้ามาเที่ยวระยะยาวเพื่อหลบภัยสงคราม ซึ่งประเทศไทยมีโครงสร้างเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพักระยะยาว หรือกลุ่ม Workation ที่เที่ยวไปด้วยและทำงานไปด้วย

กระทบความปลอดภัย-ต้นทุนเที่ยว

“ชัย” บอกด้วยว่า สำหรับนักท่องเที่ยว กลุ่มตะวันออกกลางนั้นเริ่มมีสัญญาณการชะลอการเดินทางอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าพวกเขารู้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจชะลอการเดินทางไว้ก่อน

และทันทีที่เกิดสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ส่งผลให้เที่ยวบินที่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ สนามบินโดฮา หรือสนามบินกาตาร์ถูกยกเลิก ผลกระทบที่เห็นทันทีคือ 1.สายการบินตะวันออกกลางต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าและ 2.สายการบินที่ยังคงให้บริการอยู่ ซึ่งเป็นสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินบินตรงสู่ประเทศไทยปรับขึ้นราคาบัตรโดยสาร เนื่องจากต้องบินอ้อมน่านฟ้าที่มีปัญหา

ทั้ง 2 ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ล้วนทำให้นักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น บางส่วนจึงเลื่อนและยกเลิกการเดินทางไปก่อน

“บางส่วนก็เตรียมพร้อมอพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคนในโซนประเทศตะวันออกกลางสนใจเข้ามาลงทุนและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ซึ่งตามที่ได้รับรายงานส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว เช่น สมุย (สุราษฎร์ธานี) ภูเก็ต เป็นต้น”
หวั่นตลาด “คุณภาพ” หดหาย

เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน สทท.ประเมินว่าท่องเที่ยวไทยจะกระทบหนักแค่ไหน “ชัย” บอกว่าถ้าสถานการณ์ลากนาน ๆ การท่องเที่ยวของไทยจะแย่ เพราะขาดตลาดที่มีคุณภาพไป ตอนนี้ สทท.และหน่วยงานต่าง ๆ พยายามมองหาแนวทางที่จะดึงตลาดอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเข้ามาให้มากขึ้น

“ตอนนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก ทั้งกระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ได้รับผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะประเด็นในเรื่อง “วีซ่า” หมดอายุกลับประเทศไม่ได้ เพราะสายการบินหยุดให้บริการ จึงอยากให้ภาครัฐช่วยดูแลเรื่องการขยายระยะเวลาอยู่ต่อโดยไม่ต้อง เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม”

สำหรับความเสียหายในเชิงมูลค่ารายได้นั้น จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พบว่านับตั้งแต่เกิดสงครามตัวเลขนักท่องเที่ยวในภาพรวมหายไปประมาณวันละ 10,000-20,000 คน ซึ่งประเมินว่าหากนักท่องเที่ยวหายไป ประมาณวันละ 10,000 คน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวหายไปราว 300,000 คน ถ้าคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 90,000 บาทต่อคนต่อทริป รายได้จะหายไปเกือบ 300,000 ล้านบาท

Feel the Feeling มาทุกความรู้สึก

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบอกอีกว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ การท่องเที่ยวเวลาร่วงก็จะร่วงเลย ส่วนการจะขับเคลื่อนเพื่อให้ฟื้นกลับมานั้นรัฐบาลต้องช่วยเสริม เขี้ยวเล็บ พร้อมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

รวมถึงควรช่วยเรื่องภาษีน้ำมันเครื่องบินและตรึงราคาดีเซล ลดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการ ที่สำคัญเงินเยียวยาควรออกให้เร็ว และมีมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการนำมาพยุงธุรกิจ

เมื่อถามว่า ถ้าให้คำนิยมของการท่องเที่ยวสำหรับปีนี้จะบอกว่าอะไร “ชัย” บอกว่าสำหรับปี 2569 นี้นิยามที่เหมาะที่สุดน่าจะเป็นคำว่า “Feel the Feeling” หรือ “มาทุกความรู้สึก”

เพราะในช่วง 2 เดือนแรกภาพรวมดีพอสมควร แต่พอเจอเหตุการณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์เข้าไปก็น่าจะหนักไม่น้อยเช่นกัน เรียกว่าปีนี้จะเป็นปีที่มี ทั้งความรู้สึกดีและร้ายมาครบ

ส่วนในด้านจำนวนนั้น คาดการณ์ว่าเต็มที่น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 35 ล้านคน แต่หากตะวันออกกลางยาว กระทบแรง อาจจะยังสามารถประคับ ประคองให้อยู่ในระดับ 33 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

สงคราม 1 เดือน กระทบท่องเที่ยว 3 เดือน

ชัดเจนแล้วว่าวันนี้ผู้ประกอบการ ท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต กระบี่ สมุย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทั้งเลื่อนการเดินทาง และยกเลิกห้องพัก เพราะสายการบินจากตะวันออกกลางยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าประเทศไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์

เรียกว่ากระทบทั้งตลาดตะวันออกกลางและตลาดยุโรป ซึ่งราว 50% ของนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางผ่านฮับการบินตะวันออกกลาง“ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ให้ข้อมูลว่า หากสงครามจบภายใน 1 เดือน นักท่องเที่ยวจะหายไป 3 เดือน นั่นหมายความว่าจะจบในสิ้นเดือนมีนาคม ผลกระทบลากยาวไปถึงเดือนมิถุนายน

ขณะที่ “นัทรียา ทวีวงศ์”ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดและขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศใน 3 กรณี

ประกอบด้วย 1.กรณีไม่เกิน 3 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยว ภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่บินตรงสู่ประเทศไทย โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 2.1 แสนคน รายได้ลดลงประมาณ 13,167 ล้านบาท

2.กรณีไม่เกิน 4 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรณีนี้มองว่าสายการบินสามารถปรับเส้นทางบิน/ตารางบินในช่วงสัปดาห์สุดท้ายและราคาน้ำมันจะยังไม่ขึ้นมาก

โดยสถานการณ์นี้ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่บินตรงสู่ประเทศไทยเช่นกัน และประเมินว่ากรณีนี้นักท่องเที่ยวจะลดลงราว 3.3 แสนคน รายได้ลดลง 21,531 ล้านบาท

และ 3.กรณีไม่เกิน 8 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง และนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่แวะพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสายการบินเส้นทางยุโรปสามารถปรับเส้นทางบิน/ตารางบินฤดูร้อน (ระหว่าง 30 มีนาคม-ตุลาคม 2569) และจะมีการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และค่าเงินที่ผันผวน

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เกินกว่า 60 วัน หรือเกินกำหนดระยะ เวลาสำรองน้ำมัน จะเป็นปัจจัยกดดัน ให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น และเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาบัตรโดยสารในทุกเส้นทาง รวมถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศต่าง ๆ

หากเป็นกรณีนี้ประเมินว่านักท่องเที่ยวน่าจะลดลงราว 5.95 แสนคน รายได้ลดลง 40,972 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สทท.ชี้ท่องเที่ยวไทย’69 Feel the feeling : มาทุกความรู้สึก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...