หลวงพ่อนักปราบผีเตือนภัย ลัทธิลี้ลับยุคใหม่ใช้ “เอไอ” ขยายอิทธิพล
วานนี้ (5 มี.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคำเชิญชวนของหลวงพ่อหลุยส์ รามิเรซ อัลมันซา บาทหลวงชาวเม็กซิกัน ต่อแรบไบ ผู้นำศาสนายิว, อิหม่าม และนักเทศน์สายเอแวนเจลิคัล ให้เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมการ “ไล่ผี” เป็นกรณีพิเศษ เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญในการต่อสู้กับความชั่วร้ายรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงลัทธิซาตานที่ “ขับเคลื่อนด้วยเอไอ"
“ปัญญาประดิษฐ์คืออำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นพลังที่มีทั้งคุณและโทษ ดังนั้น จึงสามารถนำไปใช้ในการบูชาปิศาจได้” หลวงพ่ออัลมันซาเตือนในงานแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตร “พันธกิจการปราบผีและสวดอธิษฐานเพื่อการปลดปล่อย”
หลักสูตรนี้จัดขึ้นที่ Ateneo Pontificio Regina Apostolorum ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในเครือของวาติกัน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 170 คน แม้ว่าผู้เข้าอบรมจะยังไม่ได้รับอำนาจในการประกอบพิธีไล่ผีโดยตรง (สิทธิดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากบิชอปประจำสังฆมณฑลตามกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิกเท่านั้น) แต่มหาวิทยาลัยยืนยันว่าหลักสูตรนี้จะช่วยให้พวกเขามีความรู้ที่ลึกซึ้งและจริงจังในเรื่องพันธกิจปราบผีและการสวดอธิษฐานเพื่อปลดปล่อยผ่าน “มุมมองแบบสหวิทยาการ”
ในปีนี้ จะมีการเน้นหนักเป็นพิเศษเกี่ยวกับ "การใช้เอไอในกลุ่มผู้เลื่อมใสลูซิเฟอร์ (ซาตาน)” หลวงพ่อฟอร์ตูนาโต ดิ โนโต บาทหลวงชาวซิซิลีผู้กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งมีกำหนดบรรยายในเดือนพฤษภาคม อ้างว่ากลุ่มลัทธิซาตานบางกลุ่มเริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีนี้แล้ว
“เราเชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้ใช้เอไอเพื่อสร้างภาพเด็กที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบูชาซาตาน” ท่านกล่าว “การใช้เด็กดึงดูดใจพวกเขา เพราะมันเป็นการสำแดงอำนาจเหนือผู้ที่บริสุทธิ์”
ทางด้านนักวิจัยที่ติดตามกิจกรรมของลัทธิต่าง ๆ กล่าวว่า "ปิศาจดิจิทัล" ไม่ได้มีแต่ในทฤษฎีอีกต่อไป เดวิด มูร์เกีย จากกลุ่มวิจัย Catholic Risk and Insurance Services ระบุว่าตำรวจได้เตือนว่า กลุ่มลัทธิลี้ลับเริ่มใช้เครื่องมือเอไอเพื่ออำพรางกิจกรรมออนไลน์ของตน “ตำรวจบอกเราว่าเหล่าสาวกซาตานใช้เอไอเพื่อซ่อนเนื้อหาออนไลน์และใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน”
วิทยากรอีกรายในหลักสูตรนี้จะเจาะลึกเรื่องที่ผู้นิยมศาสตร์มืดในยุคปัจจุบันใช้เทคโนโลยีเอไอสร้างภาพในการออกแบบสัญลักษณ์และภาพลักษณ์ที่ใช้ในพิธีกรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมศาสตร์ลี้ลับโบราณให้เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างชัดเจน
ด้านสำนักวาติกันเริ่มออกมาแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของเทคโนโลยีที่ไร้การควบคุม บิชอปพอล ไทจ์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานวัฒนธรรมและการศึกษาแห่งวาติกัน เตือนว่า เทคโนโลยีนี้อาจเปิดประตูสู่ภัยคุกคามใหม่ ๆ เช่น อาวุธชีวภาพ, การโฆษณาชวนเชื่อ, ข้อมูลเท็จ และระบบที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ นอกจากนี้ยังเตือนว่า เอไออาจเปลี่ยนโครงสร้างสังคมในแนวทางที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเป็นส่วนตัว และอาชีพการงาน
นอกจากด้านมืดแล้ว เทคโนโลยีเอไอยังเริ่มรุกคืบเข้าสู่พิธีกรรมทางศาสนาสมัยใหม่ด้วย ดังที่เคยมีรายงานข่าวในปี 2567 ว่าโบสถ์แห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกโซเชียล ด้วยการเปิดตัว "โฮโลแกรมพระเยซูที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ" เพื่อทำหน้าที่รับฟังการสารภาพบาปจากชาวคาทอลิก โดยมีการติดตั้งโฮโลแกรมดังกล่าวไว้ในห้องสารภาพบาปที่โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ใบหน้าของพระเยซูที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบดิจิทัลจะวิเคราะห์คำพูดของผู้มาเยือนและตอบกลับด้วยคำแนะนำเสมือนจริง
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Facebook/Fortunato Di Noto