‘อ.ประพฤติ’ ลั่น ประกันสังคมไม่ใช่เวทีหาแสง ไม่ใช่สนามทดลองอุดมการณ์ตลาดเสรี
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 01.38 น. • The Bangkok Insight"อ.ประพฤติ" ตีแผ่ ไอซ์-รักชนก อัดประกันสังคม มีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาคลาดเคลื่อน ลั่นประกันสังคมไม่ใช่เวทีหาแสง ผู้ที่เสียหายที่สุดไม่ใช่นักการเมือง แต่คือผู้ประกันตนทั้งประเทศ
อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมาย นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประกันสังคมไม่ใช่เวทีหาแสง และไม่ใช่สนามทดลองอุดมการณ์ตลาดเสรี
ในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชน โดยนางสาวรักชนก ได้นำเสนอข้อกล่าวหาต่อสำนักงานประกันสังคม (สปส.) หลายประเด็นต่อสาธารณะ ซึ่งมีทั้งข้อเท็จจริงที่ควรรับฟัง และข้อกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนจากกรอบกฎหมายและข้อเท็จจริงเชิงระบบ บทความนี้จะพิจารณาเฉพาะประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคมและผู้ประกันตน
1. ข้อกล่าวหา: สำนักงานประกันสังคมบริหารเงินไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้
ข้อเท็จจริง: กองทุนประกันสังคมอยู่ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติประกันสังคม และระบบตรวจสอบหลายชั้น ทั้งจากคณะกรรมการประกันสังคมแบบไตรภาคี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และการจัดทำรายงานทางการเงินประจำปี ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเชิงรุกมากขึ้นเป็นเรื่องที่รับฟังได้ แต่การกล่าวหาว่า ไม่มีการตรวจสอบ เป็นการ บิดเบือนข้อเท็จจริง ทางกฎหมายอย่างชัดเจน
2. ข้อกล่าวหา: เงินผู้ประกันตนถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ข้อเท็จจริง: การใช้เงินกองทุนต้องเป็นไปตามกฎหมายและแผนการลงทุนที่มุ่งรักษาเสถียรภาพระยะยาว ประเด็นที่ถูกวิจารณ์จำนวนมากเป็นเรื่อง ความเหมาะสมของนโยบายการลงทุน ไม่ใช่การใช้เงินผิดกฎหมาย การเหมารวมว่าเป็นการทุจริตโดยปราศจากหลักฐาน เป็นการสร้างความหวาดระแวงต่อระบบโดยไม่รับผิดชอบ
3. ข้อกล่าวหา: สิทธิประโยชน์ไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย
ข้อเท็จจริง: ข้อวิจารณ์นี้มีส่วนที่เป็นความจริง เนื่องจากสิทธิประโยชน์บางด้านยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ประกันสังคมเป็นระบบประกันระยะยาว ไม่ใช่บัญชีเงินฝากส่วนบุคคล การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงเสถียรภาพกองทุน ย่อมเป็นการผลักภาระไปยังคนรุ่นถัดไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ
4. ข้อกล่าวหา: บอร์ดประกันสังคมถูกการเมืองครอบงำ ไม่ยึดโยงผู้ประกันตน
ข้อเท็จจริง: โครงสร้างบอร์ดเป็นไปตามหลักสากลแบบไตรภาคี ปัญหาแท้จริงไม่ใช่โครงสร้าง แต่คือ การทำหน้าที่ของผู้แทน โดยต้องไม่ลืมว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนก็ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการประกันสังคมแล้ว จึงไม่อาจอ้างสถานะเป็นเพียงผู้วิจารณ์ภายนอกได้อีกต่อไป
คำถามสำคัญคือ ในช่วงเวลาที่มีอำนาจตามกฎหมาย เหตุใดจึงไม่ปรากฏการผลักดันการแก้ไขเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม การออกมาโจมตีระบบภายหลัง โดยไม่ชี้แจงบทบาทของตนเองในช่วงที่ผ่านมา ย่อมเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นการใช้มาตรฐานสองชั้นทางการเมือง
5. ข้อกล่าวหา: ควรเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารกองทุนประกันสังคม
ข้อเท็จจริง: ข้อเสนอนี้มีความเสี่ยงสูงและอาจเป็นอันตรายต่อหลักประกันของประชาชน บทเรียนจากประเทศชิลีชี้ชัดว่า การโอนการบริหารกองทุนบำนาญไปสู่เอกชนเต็มรูปแบบ นำไปสู่เงินบำนาญที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ความเสี่ยงถูกผลักให้ประชาชนแบกรับ จนรัฐต้องกลับเข้าไปอุดหนุนงบประมาณจำนวนมหาศาลและเกิดความปั่นป่วนทางสังคม
แม้ประเทศที่มีกองทุนขนาดใหญ่และระบบการเงินเข้มแข็ง เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก็ยังต้องให้รัฐเข้าไปโอบอุ้มและกำกับอย่างใกล้ชิด เพราะประกันสังคมไม่ใช่ธุรกิจ แต่คือหลักประกันขั้นพื้นฐานที่รัฐไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
บทสรุป
การตรวจสอบประกันสังคมเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องอยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ทางการเมือง มิใช่การใช้ประกันสังคมเป็นเครื่องมือทางวาทกรรม เพราะหากระบบความเชื่อมั่นพังทลาย ผู้ที่เสียหายที่สุดจะไม่ใช่นักการเมือง แต่คือผู้ประกันตนทั้งประเทศ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ศุภชัย' จ่อเอาผิด 'ษัษฐรัมย์' อ้างคนภูมิใจไทย ต้นตอปัญหาทุจริตประกันสังคม
- ‘สุชาติ’ โต้ ‘ประกันสังคม’ ถูกใส่ร้าย ยันบริหารได้กำไร ซัดอย่าโจมตีหวังคะแนนเสียง
- ‘ประกันสังคม’ แจงตัดสูท 7,000 ชุด งบ 35 ล้าน แจกเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ
ติดตามเราได้ที่