เฝ้าระวังทะเลภูเก็ต หลังเรืออัปปาง ป้องกันน้ำมันรั่วไหล ตั้งศูนย์วอร์รูมกู้สินค้า
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 09.01 น. • The Bangkok Insightกรมควบคุมมลพิษ เร่งเฝ้าระวังทะเลภูเก็ต หลังเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามาอัปปาง ใช้แบบจำลอง Oil Map คาดการณ์ทิศทางน้ำมัน ป้องกันน้ำมันรั่วไหล พร้อมสนับสนุนปฏิบัติการรับมือ
จากวันที่ 7 ก.พ. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. มีเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามา จมลงทะเล บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ห่างจากฝั่งประมาณ 1.82 ไมล์ทะเล สาเหตุคาดว่ามาจากรอยรั่วใต้ทองเรือทำให้น้ำเข้ามาบริเวณตัวเรือเป็นผลให้เรืออัปปาง บนเรือมีสินค้าประเภท Dry cargo/container ship จำนวน 297 ตู้คอนเทนเนอร์ มีน้ำมัน Heavy Oil จำนวน 98 ตันและมีน้ำมัน Marine Diesel Oil จำนวน 32 ตัน
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้มอบหมาย กองจัดการคุณภาพน้ำ โดยส่วนแหล่งน้ำทะเล และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (ภูเก็ต) ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ โดย กรมเจ้าท่าเป็นผู้ประสานงานหลักในเหตุการณ์ ได้ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือ ผู้ประสบภัยทั้งหมด 16 คน ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งบริเวณท่าเทียบเรือฉลอง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ขณะที่กรมเจ้าท่าได้จัดเตรียมอุปกรณ์ และพิจารณาการวางทุ่นกักน้ำมันไปวางล้อมรอบบริเวณเรือที่จมเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันไปยังบริเวณใกล้เคียง พร้อมจัดตั้งศูนย์วอร์รูม ทรภ.3 ได้มีแผนจัดเก็บตู้สินค้าทั้งหมดโดยประสานภาคเอกชนในการเข้าเก็บกู้
จากการติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ภูเก็ต พบว่า เรือบรรทุกสินค้าดังกล่าว ได้บรรทุกสินค้าประเภทสารเคมี จำนวน 14 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งปรากฎสารเคมีที่ขนส่งส่วนใหญ่เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ( class 3 ของเหลวไวไฟ ) เช่น เอทิลอะซิเตต (Ethyl Acetate) สารประกอบอินทรีย์ประเภทเอสเทอร์ เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วปานกลาง พิษต่ำ และน้ำมันเชื้อเพลิง หากเกิดการรั่วไหลจะลอยอยู่ผิวบนของน้ำ จึงไม่มีผลร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ แต่จะส่งให้เกิดความเสี่ยงจากการลุกไหม้ที่ผิวน้ำ และความสกปรกต่อชายหาด
อย่างไรก็ตาม หากมีการรั่วไหลของกรดอะซิติก ( กรดน้ำส้ม จัดเป็น class 8 สารกัดกร่อน ) และ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (จัดเป็น class 5.1) อาจทำให้สัตว์น้ำบริเวณดังกล่าว (รวมปะการัง) ตายได้ โดยต้องระวังการทำปฏิกิริยาทางเคมีของสารเคมีไวไฟกับสารออกซิไดซ์ (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) ซึ่งจะทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้
สำหรับสินค้าวัตถุอันตรายที่ขนส่งนั้น ได้รับการบรรจุเพื่อความปลอดภัย ระบุว่าเป็น packaging group II และ III ตามใบขนสินค้า ซึ่งหมายถึงกลุ่มที่มีความอันตรายปานกลาง และ อันตรายน้อย ตามลำดับ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ทัพเรืองภาค 3 ศรชล.ภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อเรือบาร์จพร้อมดำเนินการในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ ขณะที่ คพ. จะใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ Oil Map ในการคาดการณ์ทิศทางของน้ำมัน เพื่อจำลองถ้าเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากเรือ และจะประสานข้อมูลกับศรชล. และกรมเจ้าท่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการขจัดคราบน้ำมัน และเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมจนกว่าสถานการณ์ทะเลภูเก็ตจะกลับสู่ภาวะปกติ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กู้ภัยช่วยนักท่องเที่ยวครบ 9 คนแล้ว เหตุเรือประมงล่มกลางทะเลพัทยา
- ระทึก!! เรือสปีดโบ๊ต พุ่งชนหน้าผาเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต เจ็บ 9 ราย
- เปิดคลิปนาที เรือลากจูงล่มกลางแม่น้ำป่าสัก หญิงท้อง 7 เดือน สูญหาย
ติดตามเราได้ที่