เปิดหน้า Next Gen! ธนาธาร อดีตพลทหารไฟแรง กลั่นนโยบายจากเสียงปชช. อาสาแก้ปัญหาชาวสัตหีบ
เปิดหน้า Next Gen! ธนาธาร ประมูลพงษ์ อดีตพลทหารไฟแรง กลั่นนโยบายจากเสียงปชช. อาสาแก้ปัญหาชาวสัตหีบ
เป็นหน้าใหม่ในสนามเลือกตั้ง 2569 อีกหนึ่งคนที่น่าจับตามอง สำหรับ ธนา-ธนาธาร ประมูลพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 10 ชลบุรี สัตหีบ พรรคประชาชน
ที่ถึงแม้จะเพิ่งลงสนามเลือกตั้งจริงๆ จังๆ ในครั้งนี้ แต่ประสบการณ์การเมืองของธนา ไม่ใช่ว่าเพิ่งเริ่มต้น แต่เข้ามาอยู่เบื้องหลังการทำงานการเมือง ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล และ พรรคประชาชน กว่า 6 ปีแล้ว เป็นมาแล้วทั้ง ผอ.การเลือกตั้งสนามท้องถิ่นของพรรค ซึ่งรอบนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะลงพิสูจน์ตัวเอง
เส้นทางการเมืองก็น่าสนใจแล้ว แต่ชีวิตก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมืองของ ธนา ก็เรียกว่า หลากหลายและน่าสนใจไม่น้อย
ธนาธาร เรียกว่าเป็นชาวบางละมุงเต็มขั้น เกิดที่ โรงพยาบาลบางละมุง และเติบโตที่นี่มาโดยตลอด คุณแม่เป็นคนพัทยา หลังจากเรียนจบที่ เทคนิคสัตหีบ ธนาธาร ก็เข้าศึกษาต่อ เทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ฝึกสอนอยู่ต่างจังหวัดอีก 1 ปี
และด้วยที่บ้าน มีธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่ประเทศเบลเยียม บวกกับความรักในการทำอาหาร หลังเรียนเชฟที่สวนดุสิต ธนาธารก็ออกไปสัมผัสโลกกว้าง ไปทำร้านอาหารที่บ้านในประเทศเบลเยียม แต่ชีวิตก็พลิกผันอีกครั้ง ต้องกลับมาเกณฑ์ทหารตามหน้าที่ของชายไทย
เช่นเดียวกับชายไทยหลายคน ที่อยากจะจับได้ใบดำ เพื่อไม่ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร เพราะเส้นทางการงานกำลังโลดแล่น มีงานร้านอาหารที่ต่างประเทศรอให้กลับไป แต่ชีวิตก็เปลี่ยนไปเพราะจับได้ใบแดง ซึ่งเขาเล่าติดตลกว่า เสียงเฮดังลั่น เพราะเขาจับได้ใบแดงใบสุดท้าย และยังเหลือคนอีก 10 กว่าคน
เขาเข้ารับใช้ชาติ เป็นพลทหารสังกัดทหารเรือ อยู่ที่สัตหีบแห่งนี้ไม่ไปไหนเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งก็โชคดีว่า เขาได้เจอกับหัวหน้าเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรที่ดี ด้วยอายุห่างกันไม่มากนัก ณ ที่นั่น เขาได้ทำงานในส่วนของกรมยุทธศึกษา ประสานงานต่างๆกับผู้กอง ครูฝึก ไม่ได้มีประสบการณ์โหดร้ายเหมือนผู้อื่น แต่ก็ทำให้เขาได้เห็น“ความเหลื่อมล้ำ” ในกองทัพ
หลังจากออกจากกองทัพ ธนาธาร ได้มีโอกาสเป็นครีเอทีฟโปรดิวเซอร์ ช่องเคเบิลทีวีแห่งหนึ่ง ทำรายการท่องเที่ยว ทำเองหมดทั้งผลิต และเป็นพิธีกร ก่อนจะริเริ่มทำโครงการร้องทุกข์ ที่ความเสื่อมโทรมของบ้านเมือง และ เห็นความเดือดร้อนของประชาชนในตอนนั้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ร่วมกับกลุ่ม“พัทยา Watch Dog” จับเคสอย่าง โครงการวอเตอร์ ฟรอนท์ พัทยา ที่สูงจนมีการตั้งคำถาม ตั้งแต่ก่อนเป็นข่าว อยากยืนข้างประชาชน อยากตั้งคำถาม ถามหาความถูกต้อง
เก็บเกี่ยวงานด้านสื่อมาแล้ว เขาก็กลับมาทำธุรกิจส่วนตัว กับงานอสังหาริมทรัพย์เล็กๆ ที่ตรงกับสายงานช่างก่อสร้างที่เขาเรียนจบมา รวมไปถึง เปิดโรงเรียนสอนภาษา สอนทั้งอังกฤษ และ จีน ที่ซึ่งเขา ผู้ออกตัวว่าเป็นคนไม่เก่งภาษา สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับคุณครู ด้วยความมุ่งมั่น ที่อยากให้เด็กนักเรียนโรงเรียนรัฐบาล กับเด็กโรงเรียนอินเตอร์ อยู่ร่วมกันได้ เด็กๆเรียนและเล่นไปพร้อมกัน อยู่ในสังคมเดียวกันได้
เมื่อธุรกิจทั้งโรงเรียนสอนภาษา และ ธุรกิจก่อสร้าง อยู่ตัว สามารถบริหารจัดการ และ ส่งต่อให้กับผู้อื่นได้ดูแลแล้ว ก็ถึงเวลาที่ ธนาธาร เข้าสู่สนามการเมือง
“ยอมรับว่า คุณธนาธร เป็นผู้จุดประกายความหวังผม ว่าบางที คนเราไม่ต้องมีตำแหน่งก็สามารถทำงานได้ ในรัฐธรรมนูญก็เขียนว่า ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงภาครัฐ สิทธิที่จะนำเสนอ สิทธิที่จะแสดงออก ผมก็ได้มาทำงานการเมือง กลายเป็นว่าพอทำงานการเมือง ก็โฟกัสมากกว่าการทำงานธุรกิจแล้ว”
หลังจากมีประกายความหวัง ธนาธาร ก็ลุยขับเคลื่อนการเมืองแบบเขา อยู่ในทีมหลังบ้าน คอยทำงานเพิ่มองค์ความรู้ให้ประชาชน ให้เข้าใจว่าตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ อาทิ สจ. สท. หรือ ส.ว. ทำหน้าที่อะไร ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้าง เน้นการผลักดันการมีส่วนร่วมของประชาชน เก็บข้อมูลและ ออกแบบนโยบาย
กระทั่ง ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญ อย่างการเป็นผอ.การเลือกตั้งสจ.บางละมุง ของพรรคก้าวไกล ซึ่ง เขาสุขใจมาก ที่อ.บางละมุง มีผู้สมัคร สจ. 9 ท่าน เราชนะได้ 3 คน นั่นก็เพราะทั้งจังหวัด มีคนชนะเพียง 6 คน และอยู่ในบางละมุงถึง 3 คน นอกจากนี้ยังได้เป็นผอ.สนามเทศบาลอีกครั้ง
จนวันนี้ในวัย 41 ปี เขาพร้อมจะลงสมัครส.ส.ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ต้องผ่านกระบวนการคัดของพรรคตามปกติเช่นกัน
“เวลาผมขึ้นไปส่วนกลางได้เห็นน้องๆรุ่นใหม่ มีแนวคิดที่ดี ทัศนคติ และมุมมองที่ดี ก็คิดว่าเราจะเอาท์ไปแล้วหรือเปล่า ไปไม่ทันยุคสมัย แต่ก็ได้ความเห็นจากน้องๆ ที่อยากให้เป็นกำแพง เป็นบันไดก้าวแรกให้ ซึ่งเราก็เลยคิดว่า เราขอใช้ความรู้ความสามารถ ใช้ศักยภาพที่มี ทำงานเพื่อประชาชน”
หมายมั่นปั้นมือ ปักหมุดส.ส.สัตหีบให้ได้ พื้นที่ซึ่งเรียกว่า แข่งกันเดือด แห่งหนึ่งของประเทศ กับการเลือกตั้งปี 2566 สะถิระ เผือกประพันธุ์ พรรคพลังประชารัฐ ได้รับคะแนน 27,461 คะแนน ขณะที่ พนธกร ใคร่ครวญ จากเพื่อไทย ได้ 27,387 คะแนน ส่วน นิชนันท์ วังคะฮาต พรรคก้าวไกล ได้คะแนน 25,957 คะแนน เรียกได้ว่า บี้กันระดับจุดทศนิยมก็ไม่ผิดนัก
และยิ่งแชมป์เก่า กลับมาลงสนามครั้งนี้ ก็เรียกได้ว่า สนามนี้ หินไม่เบา
แต่ ธนาธาร ก็ใช้การรับฟัง จุดแข็งของเขา ผนวกกับการรู้จักพื้นที่ มาเป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงมัดใจคนสัตหีบ
ธนา บอกว่า ปัญหาของชาวสัตหีบ ชัดเจนมากว่าเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างไฟฟ้า และประปา เราไม่ได้บอกว่าไฟฟ้ามันแพง แต่สิ่งหนึ่งคือมันเป็นกิจการของกองทัพ ซึ่ง ปัญหาคือ คุณภาพของไฟฟ้า ไฟตกบ่อย สัตหีบจึงมีร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะมาก แอร์พัง ตู้เย็นเสีย ร้านตู้ปลายังต้องสำรองไฟ เพราะไม่งั้นมันตายหมด เราต้องขอบคุณทหารเรือ ที่ทำให้เรามีไฟใช้เมื่อ 50 ปีก่อน แต่วันนี้ เราก็มีการขับเคลื่อนผ่านกรรมาธิการ ซึ่งพี่วิโรจน์ ลักขณาดิศร ก็ผลักดันให้ถ่ายโอนกิจการกองทัพนี้ให้กับ กฟผ. เพื่อให้ดูแลไฟฟ้าโดยตรงและเพิ่มคุณภาพ
ผู้สมัครส.ส.สัตหีบ กล่าวอีกว่า แต่การผลักดันให้ถ่ายโอนกิจการกองทัพ อาจใช้เวลา เราก็มีนโยบายติดโซลาร์ รูปท็อป ควบคู่กันไป ผ่อนได้ไม่ต้องมีเงินก้อน ภาครัฐสนับสนุน เพิ่มการพึ่งพิงตัวเองของประชาชน ส่วนเรื่องประปา เราก็อยากผลักดันเพิ่มศักยภาพ เพราะท่อแตกทุกวัน ก็ผลักดันให้ กปภ.ที่เชี่ยวชาญมาดูแล หาจุดเก็บน้ำที่เพียงพอ
“2 อย่างนี้ เรียกว่าเป็นพื้นฐาน ที่เป็นภาพรวมของทั้งอำเภอได้ดี”
อย่างไรก็ตาม การเป็นพื้นที่ทหาร ก็เป็นทั้งข้อดี และเป็นจุดที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดได้อีก ธนาธาร บอกว่า สัตหีบเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพราะเป็นพื้นที่ทหาร เราก็มองว่าต้องสร้างความปลอดภัยคู่ไปกับการท่องเที่ยว ซึ่งเรามีทรัพยากรที่ดีมาก เรามีภูเขา ทะเล ที่เป็นของพลเรือนที่สวยงาม มีสตรีทฟู้ด ร้านอาหารมิชลิน อาหารทะเลสด คงจะดีถ้าเรามีฮับตลาดปลา ควบคุมราคาได้ สนับสนุนพื้นที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เราก็จะดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้เต็มรูปแบบ ชาวต่างชาติอยากสัมผัส เพราะเขาไม่ได้อยากมาป่าปูน แต่อยากเห็นพื้นที่ธรรมชาติจริงๆ เรายังมีพื้นที่อีกหลากหลาย เช่น เขาชีจรรย์ ที่ทำพื้นที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัยได้ ซึ่งการท่องเที่ยว จะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชน
และด้วยเป็นผู้แทนในเขตทหาร ธนาธาร ก็ขอเอ่ยถึงนโยบายเพื่อพี่น้องทหารบ้าง ซึ่งก็คือ การผลักดันสวัสดิการทุกระดับชั้น ลดความเหลื่อมล้ำทุกระดับ มีค่าเสี่ยงภัยที่ดีขึ้น ไม่ใช่ได้เบี้ยเลี้ยง 250 บาทต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอ รวมไปถึง เพิ่มเติมยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสม เพิ่มเติมเทคโนโลยี เพื่อลดความสูญเสียของพี่น้องทหาร เปลี่ยนการเกณฑ์ทหาร เป็นพลทหารอาชีพ ผลักดันเขาด้วยภาษีของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งก็ต้องเริ่มต้นจากการ ตัดคอร์รัปชั่น ให้สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกับ กิจการทหาร
นี่เป็นผลจากการรับฟังความเห็นของประชาชน กลั่นออกมาเป็นนโยบายพัฒนาพื้นที่ สอดคล้องกับจุดยืนของธนา ที่อยากจะเคียงข้างประชาชน 100% โอบรับทุกความแตกต่าง และผลักดันให้ทุกคนมีส่วนร่วม แน่นอนว่าต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อปักธงความคิด และแสวงหาจุดร่วมให้ได้
อีกไม่กี่สัปดาห์ ก็จะถึงวันชี้ชะตา 8 กุมภาพันธ์ ธนา ลุยขี่ซาเล้งหาเสียงด้วยตัวเอง แต่ละวันมีของติดไม้ติดมือกลับบ้านไม่ขาด ไม่เน้นขึ้นรถแห่ เพราะกลัวเสียงรบกวนประชาชน ทั้งเด็กน้อย คนทำงานกลางคืน ผู้แก่ผู้เฒ่า แต่จะขี่ซาเล้งไปหาประชาชน รับฟังปัญหาต่างๆ ใช้นโยบายเป็นจุดขาย
“เราสู้ด้วยนโยบาย สู้ด้วยความเป็นจริง เอาความหวังประชาชนมาขับเคลื่อนให้กลายเป็นจริง ไปไหนผมก็พูดคุยได้กับทุกคน ทักทาย ไม่มีปัญหา ยังคุยกันว่า ถ้าผมชนะ จะขอนโยบายดีๆของแต่ละคน เข้าไปทำ เราเน้นนโยบาย ไม่เน้นกล่าวหาว่าร้าย แต่เน้นรับฟัง”
แต่เห็นเขาตระเวนหาเสียงคนเดียวตามที่ต่างๆ ธนาธาร ยืนยันหนักแน่นในทีมงานของเขา ที่กระจายกันออกไปช่วยหาเสียง และเป็นทีมทำงานที่พร้อมรับปัญหาทุกด้าน
“เราทำงาน ใช้คนอย่างเหมาะสม เพราะผมไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ผมมีทีมครบทุกด้าน หากท่านพูดเรื่องการศึกษา ผมมีคุณครู พูดเรื่องสุขภาพ เรามีอดีตหมอทหารเรืออยู่ด้วย เรามีทหารระดับสัญญาบัตรที่เกษียณแล้วอยู่กับเรา ด้านกฎหมาย เรามีอดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง หรือ เรื่องกระจายอำนาจ เรามีผู้สมัครผู้แทนท้องถิ่น ขณะที่ ทีมงานที่ลงแข่งเพื่อนลงสมัครส.ส. ก็ยังอยู่ทั้งหมด มีพี่น้ำ นิชนันท์ ที่พูดเรื่องทหารเกณฑ์มาตลอด รวมไปถึงบ้านใหญ่ที่มาร่วมทำงาน”
“เราเชื่อว่าวันนี้ เรามีทีมที่แข็งในเรื่องความเชื่อมั่นในประชาชน เชื่อมั่นในผู้คน”
ซึ่งก็ต้องจับตากันว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะมีชื่อของ ธนาธาร เข้าสภาได้หรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหน้า Next Gen! ธนาธาร อดีตพลทหารไฟแรง กลั่นนโยบายจากเสียงปชช. อาสาแก้ปัญหาชาวสัตหีบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th