โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ORI ปักธงรายได้หมื่นล. ลุยเปิด 19 โครงการใหม่

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 10.07 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ORI ประกาศกลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” ปักเป้ารายได้ 10,000 ล้านบาท และ ยอดขายปีนี้แตะ 25,000 ล้านบาท เตรียมเปิดตัว 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 19,400 ล้านบาท พร้อมแผน Divestment อีก 4 โรงแรม อีกทั้งเล็งนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการหนุนโต

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางกลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” สร้างการเติบโตในหลากหลายธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นคง และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในทุกมิติ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

- การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL
- การพัฒนา โครงการบ้านจัดสรร ภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI
- กลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรสมัยใหม่ ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI และบริษัทย่อยในเครือ
- บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL
- บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้พัฒนาธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้

ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท โดยจะมาจากโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้ ORIGIN VERTICAL จำนวน 4,500 ล้านบาท, โครงการแนวราบ ภายใต้ BRI จำนวน 3,400 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรสมัยใหม่ ของ PRI จำนวน 2,000 ล้านบาท รวมถึงการขายเงินลงทุน (Divestment) ของธุรกิจโรงแรม จำนวน 4 แห่ง รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท บาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษเพิ่มกว่า 1,300 ล้านบาทให้กับกลุ่มธุรกิจ และมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ ขนาดพื้นที่ 211,682 ตารางเมตร ในชื่อ “ALPHA REIT” เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2569 ที่ 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มคอนโดมิเนียม คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ไว้ที่ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 14,440 ล้านบาท ซึ่งมี Backlog จาก 7 โครงการดังกล่าวแล้วรวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท และกลุ่มโครงการแนวราบ วางเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 4,000 ล้านบาท

ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือแล้วรวมมูลค่า 40,983 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2569 ประมาณ 11,707 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2571

ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรสมัยใหม่ ปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) รอรับรู้แล้วมูลค่า 900 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 50% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปี

สำหรับยอดขายปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ในส่วนของ ORIGIN VERTICAL ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท โดยปี 2569 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ ทำเลกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการแนวราบของ BRI ที่ 5,000 ล้านบาท จากการเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท

ธุรกิจโรงแรม ปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 โรงแรม มูลค่ารวม 5,900 ล้านบาท, ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวม 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท และธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าอีก 5 โครงการ กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแผนเปิดตัวโครงการใหม่ดังกล่าวคิดเป็นจำนวนรวม 19 โครงการ มูลค่ารวมทั้งหมด 19,400 ล้านบาท

นายพีระพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ มองว่ายังเป็นปีที่เติบโต ‘เล็กน้อย’ เนื่องจากยังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับที่ต่ำ สงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงวิกฤตการณ์ระดับโลก สร้าง Never Normal ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คน ซึ่งถึงแม้จะเผชิญความท้าทายแต่ก็ยังมี “สัญญาณบวก” จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายการรวมหนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ในฐานะ “Global Safe Zone” และ “Second Home” เป็นปัจจัยผลักดันสู่ดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัย นี่คือโอกาสสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในพื้นที่ Phuket Pattaya และ Bangkok CBD สามารถสร้างยอดขายจากโอกาสข้างต้น มีลูกค้าต่างชาติกว่า 6,300 ล้านบาท จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศ อาทิ Russia Taiwan Myanmar China และ Poland สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศไทยและแบรนด์ออริจิ้น

กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเน้นจุดแข็งด้านทำเลใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสาหกรรม ผลักดันลูกค้า B2B เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทต่างชาติที่ซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับพนักงาน Expat ระยะยาว พร้อมเป็นการขยายโอกาสต่อเนื่องไปยังธุรกิจคลังสินค้าในเครือภายใต้ Alpha Industrial Solutions และธุรกิจโรงแรมภายใต้ Origin Hotel ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนและการพักอาศัยในระยะยาว ขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Humanization ยังผลักดันดีมานด์คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ได้เห็นโอกาสและพัฒนาโครงการรองรับดีมานด์ดังกล่าว โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ ถือเป็นเจ้าตลาดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ มีโครงการเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Condominium) แล้วกว่า 25 โครงการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...