โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ผักเบี้ยใหญ่ ไม่ใช่แค่ วัชพืช ธรรมดา แต่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

สยามนิวส์

เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 05.35 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ผักเบี้ยใหญ่ (Purslane) หรือที่รู้จักกันในชื่อ common purslane, little hogweed, pigweed, fatweed หรือ pusle พบได้ทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกามักถูกมองว่าเป็นวัชพืชที่น่ารำคาญ แต่ในหลายประเทศกลับนำมารับปร

ผักเบี้ยใหญ่ (Purslane) หรือที่รู้จักกันในชื่อ common purslane, little hogweed, pigweed, fatweed หรือ pusle พบได้ทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกามักถูกมองว่าเป็นวัชพืชที่น่ารำคาญ แต่ในหลายประเทศกลับนำมารับประทานเป็นอาหารหรือใช้เป็นสมุนไพร ในเม็กซิโกเรียกว่า verdolaga และถูกนำไปประกอบอาหาร ส่วนในคติชนของจีน ผักเบี้ยใหญ่ถูกเรียกว่าเป็น ผักอายุยืน

เนื่องจากเป็นพืชอวบน้ำ (พืชที่สามารถกักเก็บน้ำได้) ผักเบี้ยใหญ่จึงเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่พืชชนิดอื่นอยู่ได้ยาก ความทนทานของมันทำให้เหมาะกับพื้นที่ที่แห้งแล้ง ร้อนจัด หรือเหมาะกับคนทำสวนที่ไม่ค่อยได้รดน้ำเป็นประจำ พืชที่มักถูกมองข้ามชนิดนี้ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างน่าประหลาดใจ แต่หากต้องการได้รับคุณค่าทางโภชนาการเหล่านี้ อาจต้องปลูกเอง

ประโยชน์ของผักเบี้ยใหญ่ (Purslane Benefits)

คุณอาจไม่คาดคิดจากดอกสีเหลืองเล็ก ๆ หรือใบสีเขียวที่ดูอวบหนา แต่ผักเบี้ยใหญ่ถูกจัดโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่ถูกใช้มากที่สุดในโลก เหตุผลก็เพราะพืชเตี้ย ๆ ชนิดนี้มีคุณสมบัติเด่นดังนี้

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ สารต้านอนุมูลอิสระคือสารพิเศษที่พบในพืชและอาหารจากพืช ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ผักเบี้ยใหญ่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ได้แก่

วิตามินเอ (Vitamin A): ช่วยปกป้องดวงตา เสริมภูมิคุ้มกัน และสำคัญต่อสุขภาพของอวัยวะต่าง ๆ เพราะช่วยสนับสนุนการแบ่งตัวของเซลล์อย่างเหมาะสม

เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene): เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ช่วยลดจำนวนอนุมูลอิสระ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

วิตามินซี (Vitamin C): ช่วยรักษาคอลลาเจนและหลอดเลือดให้แข็งแรง และช่วยในการสมานแผล

กลูตาไธโอน (Glutathione): มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง ใบผักเบี้ยใหญ่มีปริมาณกลูตาไธโอนมากกว่าผักโขม

เมลาโทนิน (Melatonin): ไม่เพียงช่วยให้นอนหลับดีขึ้น แต่ยังช่วยลดการอักเสบ ควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน และดีต่อความดันโลหิต

เบตาเลน (Betalain): แม้จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม แต่สารธรรมชาติที่ทำให้ลำต้นผักเบี้ยใหญ่มีสีแดงนี้ ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติต้านไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา

คุณค่าทางโภชนาการของผักเบี้ยใหญ่

ผักเบี้ยใหญ่มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย เช่น วิตามิน A, C, โฟเลต (วิตามิน B9), โพแทสเซียม, แคลเซียม, เหล็ก, แมกนีเซียม และโคลีน

สารอาหารต่อ 1 ถ้วย (ประมาณ 43 กรัม)

พลังงาน: 7 กิโลแคลอรี

โปรตีน: น้อยกว่า 1 กรัม

ไขมัน: น้อยกว่า 1 กรัม

คาร์โบไฮเดรต: 1 กรัม

ไฟเบอร์: น้อยกว่า 1 กรัม

น้ำตาล: น้อยกว่า 1 กรัม

ข้อควรระวังในการรับประทาน

ผักเบี้ยใหญ่มีกรดออกซาลิก (Oxalate) ซึ่งอาจทำให้เกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วหรือมีโรคไตอยู่แล้ว หากต้องการรับประทาน ควรต้ม หรือลวกก่อน เพื่อช่วยลดกรดออกซาลิกในผัก

นอกจากนี้ ผักเบี้ยใหญ่มีรสเค็มตามธรรมชาติ ผู้ที่ควบคุมปริมาณโซเดียมควรจำกัดการบริโภค ส่วนหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน รายงานทางการแพทย์จากจีน

ในปี 2022 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เจ้อเจียง (ประเทศจีน) รายงานผู้ป่วย 6 รายที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันหลังรับประทานผักเบี้ยใหญ่ในปริมาณมาก แพทย์ตรวจพบผลึกเล็กจำนวนมากอุดตันท่อไต และพบระดับครีอะตินีนในเลือดสูงผิดปกติ สาเหตุเกิดจากการรับกรดออกซาลิกมากเกินไปในระยะเวลาสั้น ๆ

ข้อมูล webmd

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...