คำว่า “ผี” มาจากไหน ทำไมถึงเรียกสิ่งเร้นลับว่า “ผี” ?
“ผี” ถือเป็นสิ่งที่มนุษย์เชื่อว่ามีสภาพเร้นลับ มองไม่เห็น แต่มีตัวตน แล้วสงสัยไหมทำไมคนไทยต้องเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ผี”
คำว่า ผี มาจากไหน?
ในทีนี้มีทั้งข้อสันนิษฐานที่ว่ามาจากภาษาจีน ภาษาบาลีสันสกฤต หรืออาจจะเป็นคำไทยเดิม
สำหรับภาษาจีน ในหนังสือ “การศึกษาวิเคราะห์คติความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาในชุมชนใต้”บอกไว้ว่า
“ในสำเนียงจีนมีคำว่า ‘พี้’ อยู่คำหนึ่ง ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็ว่าหนังสือ, เปลือก กระพี้ ที่แปลในพจนานุกรมว่า ส่วนของเนื้อไม้ที่หุ้มแก่น ก็ตรงกับคำว่า ‘พี้’ ในภาษาจีน ทำให้สะดุดใจว่า ‘ผี’ เสียงคล้ายกับ ‘พี้’ ของจีน อาจแปลว่าเปลือกได้กระมัง
คือ ร่างกายเปล่า หาแก่นสารคือชีวิตจิตใจมิได้ พงศาวดารได้กล่าวอ้างว่าชนชาติไทยเดิมอยู่ในภาคใต้ของจีน ภาษาอาจสับสนกันมาก็ได้”
นี่คือข้อสังเกตหนึ่งที่คาดว่าผีอาจจะมาจากภาษาจีน
ส่วนแนวคิดที่ว่า ผี มาจากภาษาบาลี และสันกฤตนั้น กล่าวว่า ผี คงจะเพี้ยนมาจากคำว่า ภี ในบาลี และสันกฤต ที่แปลว่า กลัว เพราะผีเป็นสิ่งที่ใครต่างก็หวาดกลัว คำว่าภีนี้อาจจะเพี้ยนมาเป็นผี ที่คนไทยเรียกกันในปัจจุบัน
ขณะเดียวกันก็ปรากฏคำว่าผีจากคำไทย ในปทานุกรม แปลว่าอ้วนใหญ่ ซึ่งคนที่ตายไปแล้วก็จะตัวพองใหญ่ขึ้น คนไทยก็เลยเรียกกันว่า “ผี” ก็เป็นได้
แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะยังไม่มีข้อสรุปว่า คำว่าผีนั้นมาจากไหนกันแน่ แต่ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาก็อยู่กับคนไทยมาเนิ่นนาน และเชื่อว่าจะยังคงอยู่ตลอดไป
อ่านเพิ่มเติม :
- ตำนานความเฮี้ยน ท้าวหิรัญพนาสูร “ผีทรงเลี้ยง” ในรัชกาลที่ 6
- โหราศาสตร์ กับข้อห้าม แต่งงานวันพุธ-เผาผีวันศุกร์-ขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์
- ที่มา “ดอกไม้จันทน์” ทำไม “ไม้จันทน์” มักอยู่ในงานผี พิธีศพ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มกราคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คำว่า “ผี” มาจากไหน ทำไมถึงเรียกสิ่งเร้นลับว่า “ผี” ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com