หุ้น PTTEP PTT TOP และ SPRC รับผลบวกสหรัฐฯ ผนึกอิสราเอลถล่มอิหร่าน
บล.อินโนเวสท์ มองสหรัฐฯ ผนึกอิสราเอลถล่มอิหร่าน หุ้นรับผลบวก กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC ชี้หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบและยืดเยื้อคาดหุ้นไทยปรับลง 3%
28 ก.พ. 69บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) มีมุมมองต่อตลาดหุ้นหลังสหรัฐฯ ผนึกอิสราเอลถล่มอิหร่าน มองการโจมตีข้างต้นจะทำให้มีเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาทองคำและโลหะเงินปรับขึ้น,ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ( Bond Yield) ปรับลง แต่จะกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก (Risk off)
จากสถิติตลาดหุ้นโลกมักตอบสนองต่อ Geopolitic risk 10-15 วันทำการ ก่อนที่จะฟื้นตัวในช่วงถัดมา เว้นแต่เหตุการณ์รุนแรง ตลาดมักจะผันผวนได้ต่อ แต่จะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
ทั้งนี้กลุ่มที่ได้ผลบวกหลัก ได้แก่ หุ้นกลุ่ม defense (กลุ่มที่ทนทานความผันผวน)
มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย ( SET) เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น โดย
- หากการโจมตีจำกัดและยุติเร็ว คาด SET ปรับลง -15 ถึง -30 จุด (-1% ถึง -2%)
- หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบและยืดเยื้อ คาด SET ปรับลง -50 จุด (-3%)
กลุ่มหลักที่ได้ผลบวก : กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น (PTTEP, PTT TOP, SPRC)
กลุ่มหลักที่ควรระวัง: กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP, กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน, กลุ่มปิโตรเคมี, กลุ่มท่องเที่ยว/สายการบิน, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มพาณิชย์และกลุ่มไฟแนนซ์
บล.หยวนต้า มองเช่นเดียวกันว่ากลุ่ม Outperform คือ พลังงาน (PTT, PTTEP, BCP, TOP, SPRC) เรือขนส่งน้ำมัน (PRM) และ Defensive เช่น โรงพยาบาล รวมถึงธนาคารพาณิชย์เพราะมีปันผลสูงคอยค้ำ
กลุ่มที่ Underperform คือ ท่องเที่ยว และกลุ่มที่ถูกกระทบจากราคาพลังงานขึ้น เช่น โรงไฟฟ้า