โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช.เฝ้าระวังแล้ง ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ยาวถึงปี 71

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 12.50 น.
สทนช.กำชับเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เตรียมปรับเกณฑ์ควบคุมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต รองรับสถานการณ์น้ำระยะ 3 ปีถึงปี 2571 หลังคาดปีนี้ฝนต่ำกว่าค่าปกติ อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย

สทนช.จับตาฝนทิ้งช่วง เร่งยกระดับคาดการณ์น้ำ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. โดยนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะลานีญาอ่อน ขณะที่การประเมินของ กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ชี้แนวโน้มปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ และปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งมีความเสี่ยงเกิดฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางปี

คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์สภาพภูมิอากาศให้แม่นยำมากขึ้น พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ เพื่อยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณน้ำรวมกว่า 6.2 หมื่นล้าน ลบ.ม. ยังเป็นไปตามแผน

สถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 13 ก.พ. 2569 มีปริมาณน้ำรวม 62,761 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนด

คณะอนุกรรมการฯ ติดตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2568/2569 อย่างใกล้ชิด เน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำสำรอง โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค

ตรวจพื้นที่ 4 ภาค น้ำดิบยังเพียงพอ

สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตบริการของ การประปาส่วนภูมิภาค ครอบคลุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พะเยา นครสวรรค์ และนครราชสีมา พบว่าปริมาณน้ำดิบยังเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้

ส่วนพื้นที่นอกเขตบริการ กปภ. ซึ่งบริหารผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังไม่พบพื้นที่ขาดแคลนน้ำ

ด้านการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) และกรมส่งเสริมการเกษตร วิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบล พบว่าน้ำมีเพียงพอจนถึงระยะเก็บเกี่ยว และยังไม่พบพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ในเขต การประปานครหลวง มีการติดตามคุณภาพน้ำดิบในลำน้ำสายหลักร่วมกับกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง แม้น้ำเพียงพอ แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงฝนทิ้งช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

เตรียมปรับเกณฑ์อ่างใหญ่แบบพลวัต มองไกล 3 ปี

คณะอนุกรรมการฯ ยังพิจารณาปรับเกณฑ์การบริหารอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต หรือ Dynamic Operation Curve ร่วมกับกรมชลประทานและ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

แนวทางสำคัญคือ ต้นฤดูฝนจะเร่งระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก ส่วนปลายฤดูฝนจะชะลอการระบายเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ควบคู่กับการประเมินปริมาณฝนและน้ำไหลเข้าอ่างล่วงหน้า 3 ปี ระหว่างปี 2569–2571 เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...