โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สันดานดิบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 4.05 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โลกวันนี้ไร้กติกาแทบจะสิ้นเชิงแล้ว

“โดนัลด์ ทรัมป์” เข้าข่ายอาชญากรสงคราม แต่ใครล่ะครับจะจับนายคนนี้เข้าตะแลงแกง เพราะ มหาอำนาจ ทำอะไรก็ถูกไปหมด

สุดท้ายอ่าวเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์อาหรับหรือเปอร์เซียก็ต้องรับเคราะห์

การสู้รบยิงขีปนาวุธตอบโต้กันไปมาหลายๆ เมืองตอนนี้อยู่ในสภาพแดนสงคราม มีแต่ซากปรักหักพัง

ลองนึกภาพ มหานครนิวยอร์ก โดนถล่มตึกรามบ้านช่องพังพินาศ อเมริกันชนเสียชีวิตกันเป็นเบือ “โดนัลด์ ทรัมป์” และผู้ที่ให้การสนับสนุนจะรู้สึกอย่างไร

เรื่องที่อเมริกาต้องการเข้าไปเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนระบอบการปกครองในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เป็นเรื่องจริงครับ อิหร่าน เวเนซุเอลา คือกรณีล่าสุด

ไทยเองก็ถูกแทรกแซงมานานแล้ว!

ทั้งหมดนี้อย่าคิดว่าเพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นนะครับ แต่เพื่อผลประโยชน์ของอเมริกาล้วนๆ

อิรัก เคยโดนอย่างไร อิหร่านก็จะโดนแบบนั้น

การปล้นทรัพยากรจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ที่น่าสนใจคือคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยโปรอเมริกาเยอะพอควร

มองอเมริกาเป็นต้นแบบทั้งในแง่เศรษฐกิจ และระบอบการปกครอง มีแนวคิดปฏิรูปการปกครองแบบถอนรากถอนโคน บางครั้งก็อ้างอิงปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากสาเหตุ ไม่พอใจในรากเหง้าชาติของตนเอง

มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านโพสต์ของ ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

----------------------

"…ผมสังเกตเห็นปรากฏการณ์หนึ่งในสังคมไทยตอนนี้ คือความรู้สึกที่ว่า 'อะไรที่เป็นของคนอื่น หรือระบบของประเทศอื่น ดีกว่าของเราเสมอ'

ในทางสากลเราเรียกสิ่งนี้ว่า 'The Grass is Always Greener on the Other Side' ครับ แต่ในฐานะนักยุทธศาสตร์ ผมอยากชวนน้องๆ และทุกคนมามองลึกลงไปถึง 'รากเหง้าทางจิตวิทยา'ว่าทำไมมนุษย์เราถึงติดกับดักความคิดนี้?

๑.ความจริงในสวนเอเดน: บทเรียนแรกของมนุษยชาติ

หากเรามองผ่านมุมมองความเชื่อ ในวันที่พระเจ้าสร้างอาดัมกับเอวาไว้ใน 'สวนเอเดน'ทุกอย่างสมบูรณ์แบบครับ ไม่มีสงคราม ไม่มีคอร์รัปชัน ไม่มีโศกนาฏกรรม

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร? มนุษย์คือผู้ที่เลือกจะทำลายมันเอง เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น และการถูกล่อลวงให้เชื่อว่า 'มีสิ่งที่ดีกว่า'อยู่ในผลไม้ต้องห้ามนั้น

บทเรียนคือ: ปัญหาบ่อยครั้งไม่ได้อยู่ที่ 'ระบบ'หรือ 'สวน'แต่อยู่ที่ 'สันดานดิบ'ของมนุษย์ที่ไม่เคยรู้จักพอและชอบหาเหตุผลมาทำลายสิ่งที่มีอยู่

๒.จิตวิทยาของการ ‘มองข้ามช็อต’ (Cognitive Bias)

สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มองเห็น 'จุดด่างพร้อย'ในสิ่งที่ตัวเองมี แต่จะมองเห็นเฉพาะ 'จุดเด่น'ในสิ่งที่คนอื่นมี

เรามองเห็นปัญหาในบ้านเราชัดเจน เพราะเราอยู่กับมันทุกวัน

แต่เรามองเห็นประเทศอื่นผ่านหน้าฟีดโซเชียลที่ถูกคัดกรองมาแล้ว (Curated Content) เราจึงคิดว่า 'บ้านเขาเขียวกว่า'ทั้งที่ความจริงเขาก็มีกองขยะและปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมไม่ต่างจากเรา

๓.ระบบที่ 'ดี' หรือ คนที่ 'แย่'?

ยุทธศาสตร์การปกครองทุกระบบบนโลก ไม่ว่าจะเป็นสาธารณรัฐหรือคอมมิวนิสต์ เมื่อนำมาใช้จริง สุดท้ายก็ถูกขับเคลื่อนด้วย 'คน'ครับ

ถ้าคนไม่มีจริยธรรม (Ethics) ต่อให้เปลี่ยนระบบไปเป็นแบบไหน หญ้าที่เคยคิดว่าเขียว ก็จะกลายเป็นทุ่งหญ้าที่แห้งแล้งในที่สุด

การรื้อถอน 'เสาหลัก'ที่มั่นคงเพื่อไปเสี่ยงกับสิ่งที่ 'ดูเหมือนจะดี'คือความเสี่ยงระดับยุทธศาสตร์ที่อาจนำไปสู่หายนะเหมือนการถูกไล่ออกจากเอเดน

ข้อคิดจากผมถึงคนรุ่นใหม่:

ก่อนจะตัดสินใจว่า 'หญ้าข้างบ้านเขียวกว่า'ลองหยุดคิดสักนิดครับว่า… เราได้ช่วยกันรดน้ำและดูแลหญ้าในบ้านเราเต็มที่หรือยัง?

การมี Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์) ไม่ใช่แค่การด่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่คือการวิเคราะห์ให้ขาดว่า 'สิ่งที่เขานำมาล่อใจเรานั้น เป็นความจริง หรือเป็นแค่ภาพลวงตา'

'ระบบที่มั่นคงที่สุด คือระบบที่มีรากเหง้า และถูกบริหารด้วยคนที่มีหัวใจแห่งความดีครับ'

ขอบคุณครับ…"

---------------------------

ราชอาณาจักรไทยมีรากเหง้ามาร่วมๆ ๘๐๐ ปี เราสร้างประเพณี วัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่เด็กเมื่อวานซืนอ้างถั่วงอกที่เพิ่งโผล่พ้นดินเมื่อปี ๒๔๗๕ เป็นแสงนำทาง

อ้างว่าต้องการระบอบการปกครองที่ดีกว่า

แต่…ไม่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ให้นานนักครับ แค่ชั่วตดไม่หายเหม็น ก็เห็นธาตุแท้แล้วว่า อุดมการณ์ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพเป็นของปวงชน ทุกคนเท่าเทียมกัน มันเป็นเพียงอุดมการณ์ในกระดาษ

มิได้ถูกนำมาใช้จริง

การที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ถอยออกจากพรรคส้ม มุมหนึ่งมองเห็นรอยแผลที่ยากจะสมาน และจะเป็นแผลที่เน่า เต็มไปด้วยน้ำหนองในอนาคต

โพสต์ของ “ปิยบุตร” คือใบเสร็จยืนยันถึงความเน่าในของพรรคส้ม

---------------------

"…ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจากสำนักไหน บอกเราว่า การเป็นพรรคมวลชน คือ การเป็นพรรคที่ไม่จำเป็นต้องมีคณะนำ ไม่ต้องมีศูนย์การนำตัดสินใจ

การเป็นพรรคที่ไม่ต้องมีวินัย คนของพรรคอยากแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์พรรคก็สามารถทำในที่สาธารณะอย่างเสรี ตามอำเภอใจ โดยไม่อภิปรายกันภายในพรรคให้ตกไปเสียก่อน

การเป็นพรรคที่กลายเป็นยานพาหนะให้ปัจเจกบุคคลมาใช้เพื่อให้ตนเองได้ขยับสถานะทางชนชั้นขึ้นเป็นมหาอำมาตย์ทางการเมืองรายใหม่ หรือได้มีแสงส่องมาที่ตนเอง

การเป็นพรรคที่กระจายอำนาจออกไปในแต่ละพื้นที่ จนศูนย์การนำควบคุมสั่งการไม่ได้

การเป็นพรรคที่ใครมิได้ดังใจ มิได้รับตำแหน่ง หรือมิได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ออกมาโจมตีพรรค

การเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกมากๆ แต่สมาชิกไม่ได้มีความคิดเป็นเนื้อเดียวกันกับพรรค ไม่ได้มีส่วนร่วม หรือทำกิจกรรมกับพรรค หากเป็นเพียงยอดจำนวนที่ทำให้ครบถ้วนตามกฎหมายและทำให้ได้เงินสนับสนุนจากกองทุนพรรคการเมืองเท่านั้น

พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลอมรวมประชาชน และทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสังคมขนาดใหญ่ ต้องประสาน ๒ สิ่งที่อาจขัดแย้งกัน เข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ

รวมศูนย์ + ประชาธิปไตย

มิใช่รวมศูนย์จนไม่ฟังใคร จนกลายเป็นเผด็จการภายในพรรค ตัดสินใจโดยคนเดียวหรือไม่กี่คน

และมิใช่ประชาธิปไตยเฟ้อ ใครอยากทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องมีวินัย

แต่ต้องเป็นพรรคที่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจ แต่การตัดสินใจนั้นผ่านการถกเถียงอภิปรายกันภายในอย่างถึงที่สุด และปฏิบัติตามข้างมาก

สภาพการณ์เช่นนี้ เกิดได้ ต้องมีการประชุม ในเรื่องสำคัญๆ มีระเบียบวาระ มีการตระเตรียมความเห็น เข้ามาเสนอตามระเบียบวาระ ถกเถียงกันให้ตก และต้องใช้วิธี 'วิจารณ์สามัคคี-วิจารณ์'กันอย่างเต็มที่ และยุติกันในที่ประชุม

ปัญหาของพรรคในเวลานี้ ก็คือว่า ได้ขัดเกลาความคิดและพฤติกรรมของแกนนำ ผู้ดำรงตำแหน่ง นักการเมืองของพรรค ผู้ปฏิบัติงานของพรรค ให้เข้าใจวิธีการเช่นนี้แล้วหรือยัง?

หากยังแก้ประเด็นนี้ไม่ตก วันข้างหน้า ก็จะมีดราม่า เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนไปวนมา จนต้องแก้ปัญหาดราม่าหยุมหยิมจนไม่ได้ทำงานใหญ่…"

---------------------------

พรรคส้มกำลังเปลี่ยนไป มิใช่การเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณประโยชน์สำหรับประเทศ

เรากำลังเห็นเค้าลางของเผด็จการในรูปแบบใหม่ เผด็จการที่มาพร้อมกับคำว่า สิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม อย่างเช่นที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” กำลังทำกับโลกใบนี้

คนบางจำพวกคิดว่าตัวเองมีความเป็นประชาธิปไตยเต็มเปี่ยม ก็มักไม่ค่อยฟังใคร กลับทำอะไรตามอำเภอใจ เพราะคิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของอำนาจ

พวกนี้ได้เป็นใหญ่เป็นโตเมื่อไหร่ หายนะจะมาเยือน

ให้ดูจุดจบ “ทรัมป์” หลังจากนี้เป็นตัวอย่าง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...