โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เกาะเอปสตีน’ หรือศูนย์กลางค้ากามเด็ก พิกัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงที่คนใหญ่คนโต (อาจ) เคยเกาะขาขอเข้าร่วม

The Momentum

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 02.30 น. • THE MOMENTUM

ชื่อทางการของเกาะคือ ลิตเติลเซนต์เจมส์ (Little Saint James) แต่โลกรู้จักในชื่อ เกาะเอปสตีน ส่วนคนท้องถิ่นเรียกขานด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นว่า ‘เกาะเปโด’ (Pedophile Island)

ที่มา: GettyImage

ลิตเติลเซนต์เจมส์เป็นเกาะบริวารขนาดเล็กในหมู่เกาะเวอร์จิน ซึ่งแม้จะเป็นดินแดนของสหรัฐฯ แต่ก็ตั้งอยู่กลางทะเลแคริบเบียน ตัดขาดและห่างไกลจากภาคพื้นทวีปราว 2,000 กิโลเมตร หากนั่งเครื่องบินไปจากแถบเวสต์โคสต์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฮอลลีวูดและซิลิคอนวัลเลย์ จะใช้เวลาเดินทาง 8-12 ชั่วโมงทีเดียวเกาะแห่งนี้เคยเป็นทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Eptein) มหาเศรษฐีชาวอเมริกันผู้มากด้วยคอนเนกชันระดับโลก ในปี 2008 เขาเคยถูกตัดสินว่า มีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้หญิงจำนวนมาก แต่รอดพ้นข้อหาค้าประเวณี ทำให้ได้รับโทษจำคุกเพียง 13 เดือน และไม่ได้ตกเป็นข่าวคึกโครมนัก อีกทั้งยังได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานนอกเรือนจำได้วันละกว่า 12 ชั่วโมง และได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษในทุกด้าน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเส้นสายของ อเล็กซานเดอร์ อะคอสตา (Alexander Acosta) อัยการรัฐฟลอริดา ที่เขาทำข้อตกลงลับด้วย

ทว่าเบื้องลึกของคดีก็แดงขึ้นมาอีกหนในปี 2019 เมื่อเอปสตีนถูกจับที่นิวยอร์ก และพบว่าเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่อยู่ในมือเขา สามารถโยงไปถึงผู้มีอิทธิพลในหลากหลายแวดวงเสียจนน่าตกใจ ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังถูกจับได้ไม่เท่าไร เอปสตีนก็ฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอ ทำให้รูปคดีที่บิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้นยิ่งสร้างความสงสัยให้กับสาธารณชนเข้าไปใหญ่ เพื่อความโปร่งใส เอกสารประกอบคดีความยาวหลายล้านหน้าจึงค่อยๆ ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (United States Department of Justice: DOJ)

ในบรรดาเอกสารจำนวนมหาศาลที่ถูกเปิดเผยออกมา สิ่งที่ยืนยันได้แน่ชัดคือ เกาะลิตเติลเซนต์เจมส์เป็นศูนย์กลางเครือข่ายแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนหญิงที่ทำกันอย่างเป็นระบบ จากคำให้การของทั้งเหยื่อและพยาน ซึ่งปรากฏทั้งในสำนวนคดีเก่าและเอกสารที่เพิ่งถูกเปิดเผย เกาะแห่งนี้มีระบบขนส่งด้วยเครื่องบินและเรือส่วนตัวที่เข้มงวด มีการจัดสรรที่พัก และมีพนักงานประจำเกาะที่มอบหมายงานไว้เพื่อกิจการนี้โดยเฉพาะ

แขกผู้อาจเคยมาเยือนเท่าที่รู้

แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า บิล เกตส์ (Bill Gates) และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เคยไปเยือนลิตเติลเซนต์เจมส์ แต่นี่คือ 2 ชื่อได้รับความสนใจมากที่สุดจากเอกสารชุดใหม่ เนื่องจากตลอดเวลาที่เกิดคดีความ ทีมประชาสัมพันธ์ของทั้งคู่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลดทอนสัมพันธ์ส่วนที่มีต่อเอปสตีนให้ดูผิวเผินและแทบไม่รู้จักกัน

แต่ปรากฏว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างเคยติดต่อกับเอปสตีนจริง โดยมัสก์นั้นได้รับคำเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงที่เอปสตีนจัด แต่ไม่ได้ไปร่วมจริง ส่วนกรณีของเกตส์ เอกสารระบุว่า เคยติดโรคทางเพศสัมพันธ์จากนางแบบชาวรัสเซียที่เอปสตีนจัดหา จนต้องแอบเอายาปฏิชีวนะให้ภรรยากิน

นอกจากนี้อดีตลูกจ้างของเอปสตีนให้การว่า แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ (Andrew Mountbatten-Windsor) หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘เจ้าชายแอนดรูว์’ ยังเคยเดินทางมายังเกาะแห่งนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง (บางรายยืนยันว่า เคยมาเยือนหลายครั้ง) โดยนั่งเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนมาลงบนเกาะ และในเอกสารที่ถูกปล่อยออกมาชุดล่าสุด ยังมีร่องรอยการติดต่อพูดคุยกันอย่างสนิทสนมระหว่างเอปสตีนกับ ‘ท่านดยุค’ (The Duke) ซึ่งสันนิษฐานกันว่า คือนามแฝงของเจ้าชายแอนดรูว์

ที่มา: DOJ

ด้าน เวอร์จิเนีย จุฟเฟร (Virginia Giuffre) หนึ่งในเหยื่อที่โด่งดังที่สุดจากคดีเอปสตีน เธอระบุในคำฟ้องขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า ช่วงที่ถูกล่อลวงให้เข้าไปพัวพันกับขบวนการของเอปสตีน มีโอกาสได้พบกับ บิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) บนเกาะแห่งนี้ อย่างไรก็ตามนอกจากคำให้การดังกล่าวแล้ว ไม่พบหลักฐานอื่นใดที่สามารถยืนยันว่าคลินตันเคยเดินทางไปยังเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์จริง รวมถึงบันทึกเที่ยวบินของเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนในเส้นทางไปหมู่เกาะเวอร์จิน กระนั้นคลินตันเองก็มีสายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเอปสตีนเช่นกัน

ที่มา: DOJ

ที่มา: DOJ

สไตล์ตกแต่งชวนขนหัวลุก

ห้องหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังคณะกรรมการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (House Oversight Committee) เผยแพร่ภาพบรรยากาศบนเกาะออกสู่สาธารณะคือ ‘ห้องหมอฟัน’ ซึ่งมีเก้าอี้หมอฟันตั้งอยู่กลางห้อง และมีหน้ากากรูปใบหน้าผู้ชาย 12 ภาพ แขวนอยู่บนผนังโดยรอบ ราวกับชายผิวโทนสีส้มเบิกตาโพลงกำลังจ้องมองกิจกรรมอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นบนเก้าอี้หมอฟัน

ที่มา: House Oversight Committee

ที่มา: House Oversight Committee

อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมปริศนาบนเกาะคือ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกล่องลายแถบสีน้ำเงิน เดิมทีมียอดโดมสีทองและรูปปั้นสีทองคล้ายการ์กอยล์ หรือไม่ก็นกขนาดใหญ่ 2 ตัวบนหลังคา รวมถึงงานประติมากรรมอีกหลายชิ้นที่จัดวางไว้บริเวณด้านหน้าอาคาร (ภาพดาวเทียมที่บันทึกไว้ในปีนั้นสอดคล้องกับคำบอกเล่านี้) แต่ภายหลังถูกพายุเฮอริเคนมาเรียพัดหายไป

ที่มา: House Oversight Committee

อาคารดังกล่าวเป็นสถานที่ที่จุดประสงค์ใช้สอยไม่แน่ชัดที่สุด ทั้งยังไม่ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างไปในปี 2010 ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่า ‘ศาลาดนตรี’ (Music Pavilion) หลายฝ่ายจึงสันนิษฐานว่า อาจมีเรื่องของพิธีกรรมบางอย่างมาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในเอกสารชุดล่าสุด มีบันทึกปากคำจากเหยื่อที่ให้การว่า ตนเคยถูกบังคับให้ร่วมพิธีกรรมสังเวยที่ต้องถูกเฉือนเนื้อเท้าด้วยดาบโค้ง (Scimitar) หลังจากนั้นยังเห็นกับตาว่า มีการผ่าแยกชิ้นส่วนเด็กทารกบนเรือยอชต์ ก่อนจะกินอุจจาระจากลำไส้ของเด็กสดๆ

ที่สำคัญคือเหยื่อรายเดียวกันนี้ยังให้การว่า เคยถูก จอร์จ บุช (George Bush) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ข่มขืนอีกด้วย

ที่มา: DOJ

“ภาพชุดใหม่นี้สะท้อนให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของของโลกที่เอปสตีน สร้างขึ้นบนเกาะของเขา เราตัดสินใจเผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอเหล่านี้ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนขั้นต่อไปเป็นไปอย่างโปร่งใส และเพื่อเป็นจิกซอว์ชิ้นถัดไปที่จะช่วยไขความจริงทั้งหมดของอาชญากรรมอันโหดร้ายนี้ เราจะสู้ต่อไปไม่หยุดจนกว่าจะผู้รอดชีวิตจะได้รับความยุติธรรม” โรเบิร์ต การ์เซีย (Robert Garcia) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครต (Democratic Party) และสมาชิกอาวุโสฝ่ายเสียงข้างน้อยของคณะกรรมาธิการ กล่าวในแถลงการณ์

ที่มา

https://www.politico.com/news/2025/12/19/trump-world-takes-shots-at-favorite-boogeyman-bill-clinton-in-epstein-file-dump-00701780

https://hyperallergic.com/photos-of-epsteins-carribean/

https://www.bbc.com/news/articles/c4g5rrlve33o

https://www.theguardian.com/technology/2026/jan/30/elon-musk-epstein-files-island-visits

https://www.hindustantimes.com/world-news/us-news/george-bush-in-epstein-files-shocking-allegations-emerge-raped-him-too-101769828955422.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...