โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ไขปริศนาความเงียบแห่งจักรวาล ทำไมเราถึงยังไม่พบมนุษย์ต่างดาว ? อาจเป็นเพราะสภาพอวกาศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 10.23 น.
ไขปริศนาความเงียบแห่งจักรวาล ทำไมเราถึงยังไม่พบมนุษย์ต่างดาว ? อาจเป็นเพราะสภาพอวกาศ

นับเป็นเวลานานหลายทศวรรษที่โครงการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว (SETI) ได้พยายามดักจับสัญญาณวิทยุจากอวกาศ โดยนักวิทยาศาสตร์มักจะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาสัญญาณแบบแถบความถี่แคบพิเศษ (Ultra-narrow signals) เนื่องจากไม่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติใดที่เรารู้จักสามารถสร้างสัญญาณวิทยุที่มีความถี่แคบและเฉพาะเจาะจงในระดับไม่กี่เฮิรตซ์ได้ หากเราตรวจพบสัญญาณลักษณะนี้ นั่นย่อมเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงสิ่งประดิษฐ์จากเทคโนโลยีต่างดาว แต่จนถึงปัจจุบัน เรากลับพบเพียงความเงียบงันที่ยิ่งใหญ่ (Great Silence) ในการค้นหา

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal โดยทีมนักวิจัยจากสถาบัน SETI นำโดยดร. วิชาล กัจจาร์ (Dr. Vishal Gajjar) และเกรซ ซี. บราวน์ (Grayce C. Brown) อาจมีคำตอบสำหรับปรากฏการณ์นี้
โดยการศึกษาพบว่าสภาพอวกาศ (Space weather) ของดาวฤกษ์ อาจเป็นตัวการรบกวนและบิดเบือนสัญญาณวิทยุของมนุษย์ต่างดาวก่อนที่สัญญาณนั้นจะเดินทางมาถึงโลก
เมื่อดาวเคราะห์ต้นทางส่งสัญญาณคลื่นวิทยุออกมา สัญญาณนั้นจะต้องเดินทางผ่านสภาพแวดล้อมของดาวฤกษ์ ซึ่งเต็มไปด้วยพลาสมาที่ปั่นป่วน ลมดาวฤกษ์ และเหตุการณ์การปะทุอย่างการพ่นมวลโคโรนา (CMEs)
อนุภาคที่มีประจุและพลาสมาเหล่านี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Diffractive scintillation ซึ่งทำให้สัญญาณที่เคยคมชัดและมีความถี่แคบ เกิดการเบลอหรือกระจายตัวออกไปยังย่านความถี่อื่น ๆ
ผลที่ตามมา คือ พลังงานของสัญญาณจะลดลงและกว้างขึ้นจนอาจหลุดรอดจากการตรวจจับของระบบที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันที่ถูกออกแบบมาเพื่อหาสัญญาณแบบแคบโดยเฉพาะ ทีมวิจัยได้จำลองสถานการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลการรบกวนสัญญาณวิทยุของยานอวกาศในระบบสุริยะของเรา แล้วนำไปปรับใช้กับดาวฤกษ์ประเภทอื่น ๆ

โดยผลการจำลองพบว่า 70% ของดาวฤกษ์สามารถทำให้สัญญาณกว้างขึ้นมากกว่า 1 เฮิรตซ์ และอีก 30% ทำให้สัญญาณกว้างขึ้นมากกว่า 10 เฮิรตซ์ ปรากฏการณ์นี้จะยิ่งส่งผลกระทบอย่างหนักในกลุ่มดาวแคระแดง (M-dwarfs) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่มีอยู่ถึง 75% ในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา และมักจะมีกิจกรรมทางดาราศาสตร์ที่รุนแรง
และยิ่งไปกว่านั้น หากมีการพ่นมวลโคโรนา (CME) เกิดขึ้นในขณะที่มีการส่งสัญญาณ สัญญาณนั้นอาจกว้างขึ้นถึงกว่า 1,000 เฮิรตซ์ จนเครื่องตรวจจับไม่สามารถมองเห็นได้เลย อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้ไม่ได้แปลว่ามนุษย์ต่างดาวไม่มีอยู่จริง แต่มันชี้ให้เห็นว่า เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการค้นหาให้เหมาะสมมากขึ้น
นักวิจัยเสนอว่าเราควรออกแบบระบบค้นหาให้สามารถมีความไวต่อการตรวจจับสัญญาณที่อาจจะกว้างกว่าที่คาดการณ์ไว้แต่เดิม หรืออาจต้องเปลี่ยนไปสังเกตการณ์ในคลื่นความถี่วิทยุที่สูงขึ้นซึ่งได้รับผลกระทบจากพลาสมาน้อยกว่า บางทีในอนาคตเราอาจค้นพบว่าแท้จริงแล้ว จักรวาลอาจไม่ได้เงียบเหงาและอาจเต็มไปด้วยสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาว เพียงแต่เราอาจจะยังไม่ได้ปรับจูนเครื่องรับสัญญาณให้เข้ากับคลื่นเหล่านั้นอย่างถูกต้องก็เป็นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...