ตม.ยันชาวอิสราเอลอยู่ไทยไม่ถึงแสน สั่งเข้มคัดกรองต่างชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งตะวันออกกลาง
จากกรณีสังคมมีข้อห่วงใย เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของคนต่างชาติที่เป็นประเทศคู่ขัดแย้งในเหตุตะวันออกกลาง ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลทางสื่อมวลชนว่า มีคนต่างชาติโดยเฉพาะชาวอิสราเอลพำนักในไทยจำนวนมากถึง 425,000 คน หรือ 5%ของชาวอิสราเอลทั้งประเทศ
โดยเฉพาะจังหวัดที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น พะเยา ประมาณ 470,000 คน แพร่ ประมาณ 440,000 คน จังหวัด ลำพูน ประมาณ 400,000 กว่าคน อำนาจเจริญ ประมาณ 370,000 คน จังหวัด สตูล ประมาน 324,000 คน
ทำให้สังคมเกิดความกังวลว่าจะมีการตั้งรกราก จนกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น สังคม และการใช้ทรัพยากรในระยะยาว และอาจดึงไทยเข้าไปเป็นเป้าประเทศพันธมิตรคู่ความขัดแย้งสงคราม
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และโฆษก สตม. ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวว่า ตัวเลขของชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้าไทยทาง 5 สนามบินหลัก ในปี 2568 จากระบบฐานข้อมูล ตม. พบว่า มีการเดินทางเข้า 420,202 คน และเดินทางออก 405,712 คน ในขณะที่ ปี 2569 ตั้งแต่ ม.ค.2569 ถึง 11 มี.ค.2569 มีชาวอิสราเอลเดินทางเข้า 84,238 คน และเดินทางออกไปแล้ว 80,171 คน จะเห็นได้ว่า สัดส่วนการเข้าและออกยังไม่มีลักษณะการตกค้างอย่างมีนัยสำคัญจนผิดปกติ
และจากการรายงานของ ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง พบว่า ในวันที่ 10 มี.ค.2569 มีชาวอิสราเอลอยู่ในไทยประมาณ 31,892 คน ซึ่งเป็นตัวเลขรวมทั้งส่วนของนักท่องเที่ยวฟรีวีซ่า และกลุ่มที่ขอวีซ่าด้วยเหตุผลธุรกิจ นักเรียน ครอบครัว ฯลฯ ไม่ใช่มีการพำนักอยู่เป็นหลักแสนคนอย่างที่ปรากฎเป็นข่าว
พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวด้วยว่า เมื่อเจาะลงไปดูชาวอิสราเอล ที่มีการยื่นวีซ่าขออยู่ต่อ ในรายจังหวัด เช่น อำนาจเจริญ มีขออยู่ต่อบั้นปลายชีวิต 1 ราย ส่วน แพร่ และพะเยา ตัวเลขเป็น 0 ส่วนจังหวัดท่องเที่ยว เช่น แม่ฮ่องสอน มีการยื่นวีซ่าขออยู่ต่อ 139 ราย ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวที่หมุนเวียนเข้าออกต่อเนื่อง นอกจากนั้นในเขตสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะเกาะต่างๆ เช่น สมุย พะงัน มีนักท่องเที่ยวและกลุ่มที่ขออยู่ต่อทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่ ม.ค. 2569 ถึง 11 มี.ค. 2569 เพียง 5,938 คน
ดังนั้น ตัวเลขชาวอิสราเอลโดยรวมไม่ใช่หลักแสนตามที่ปรากฎเป็นข่าวแต่อย่างใด นอกจากนั้น พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้สั่งการ ตม.สนามบิน และ ตม.จังหวัด ทุกพื้นที่ เพิ่มความเข้มในการคัดกรองคนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศคู่ขัดแย้งจากสงครามตะวันออกกลางทุกสัญชาติที่เดินทางเข้าไทย และพำนักในประเทศ อย่างเข้มข้น
โดยพิจารณาจาก ประวัติการเดินทางทั้งไทยและต่างประเทศ แผนการท่องเที่ยว พฤติกรรมการจองที่พักและแผนการเดินทางกลับ หากพบข้อสงสัย ก็จะถูกปฎิเสธการเข้าเมือง
นอกจากนั้น ตม.จังหวัดต่างๆ ได้จัดกำลังพล ออกตรวจสอบการแจ้งที่พักต่างชาติของผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ และออกสืบสวนหาข่าวในเขตชุมชนต่างชาติโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยให้ประสานงานข่าวกับหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อทราบข้อมูลและข้อกังวลทางการข่าว ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีการแจ้งเป้าหมายทางข่าวกรองจากหน่วยข่าวความมั่นคงแต่อย่างใด
“ขอยืนยันว่า สตม. ให้ความสำคัญกับการระมัดระวังผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เราตกเป็นพื้นที่โต้ตอบของชาติคู่ขัดแย้ง ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติรัฐ ฯ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญฯ รอง ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกหน่วยก่อนหน้านี้แล้ว โดยยอมรับว่า มาตรการดังกล่าว อาจกระทบต่อคิวความหนาแน่นของคนต่างชาติที่สนามบิน โดยเฉพาะสุวรรณภูมิในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ซึ่งใช้เวลารอคิวราว 50 นาที จากเดิมไม่เกิน 30 นาที ซึ่ง ตม.สนามบิน ได้จัดกำลังพลลงตรวจเต็มทุกช่องตรวจ เพื่อรักษาสมดุลย์ด้านการทีองเที่ยว โดยเฉพาะการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ตม." โต้ข่าว ชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัวในประเทศไทย 11 ราย
ข่าวปลอม! ไวรัลสะพัดโซเชียล ตม.ปฏิเสธนักท่องเที่ยวกัมพูชาเข้าไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตม.ยันชาวอิสราเอลอยู่ไทยไม่ถึงแสน สั่งเข้มคัดกรองต่างชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งตะวันออกกลาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com