โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ล่ามือสังหาร ‘หลานชายกำนัน’ หมกป่ายูคา ตร.ตั้งปมขัดแย้งส่วนตัว ทะเลาะวิวาท

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 2.09 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พบร่างชายวัยรุ่นถูกแทงร่างพรุนกว่า 30 แผลเสียชีวิต มีการนำไปฝังดินอำพรางในป่ายูคาลิปตัสพื้นที่ บ้านไม้แก่น หมู่ที่ 12 ต.สำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ สอบเหตุพบเป็น

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่บ้านไม้แก่น หมู่ที่ 12 ต.สำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ หลังชาวบ้านช่วยกันแกะรอยคราบเลือดจากบริเวณใกล้วัด ก่อนพบศพชายวัยรุ่นถูกฝังดินอำพรางในป่ายูคาลิปตัส สภาพศพถูกของมีคมแทงทั่วร่างกว่า 30 แผล ขณะที่เพื่อนอีกคนบาดเจ็บสาหัส อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ทันทีที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมชุดพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน จุดไพรบึง จุดขุนหาญ และจุดขุขันธ์ ได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงลักษณะนี้มาก่อน

โดยจุดเกิดเหตุเป็นป่ายูคาลิปตัสอยู่ด้านหลังวัดบ้านไม้แก่น ห่างจากชุมชนพอสมควร ภายในพบหลุมดินขนาดยาวประมาณ 1.9 เมตร ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร มีดินและใบไม้ปกคลุมอย่างแนบเนียน คล้ายพยายามอำพรางไม่ให้สังเกตเห็น เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดลงไปก็พบศพชายวัยรุ่นนอนหงายอยู่ภายในหลุม สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ สภาพศพเริ่มแข็งตัว จากการตรวจสอบทราบชื่อ นายสิทธิศักดิ์ หรือ “มิกซ์” (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ภายในตัวพบเงินสด 100 บาท และไฟแช็ก 1 อัน ไม่พบร่องรอยการถูกรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ชันสูตรเบื้องต้น พบว่าร่างผู้ตายมีบาดแผลถูกของมีคมและของแหลมแทงเข้าตามลำตัว แขน และแผ่นหลัง รวมแล้วมากกว่า 30 แผล หลายแผลเป็นบาดแผลลึก คาดว่าเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

บริเวณใกล้กันพบรองเท้า 1 คู่ คาดว่าเป็นของผู้ตาย ซองบุหรี่ ขวดเครื่องดื่ม และมีดปลายแหลมยาวประมาณ 15 เซนติเมตร สภาพหักตกอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งพบคราบเลือดกระจายหลายจุด สันนิษฐานว่าอาจมีการต่อสู้หรือไล่ทำร้ายกันก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพมาฝังอำพราง จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า คืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณก่อนเที่ยงคืน ได้ยินเสียงเอะอะคล้ายวัยรุ่นทะเลาะกัน จากนั้นมีชายวัยรุ่นอีก 1 คน วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือในหมู่บ้าน สภาพมีเลือดไหลอาบเต็มตัว ชายผู้บาดเจ็บรายดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังคือ นายกิตติศักดิ์ หรือ "อ้น" (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ถูกแทงใต้ราวนมขวา 2 แผล และถูกแทงด้านหลังอีก 4 แผล อาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยประเมินอาการอยู่ในระดับ 50-50

ด้าน นายบุญเลี้ยง ไพรวงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านไม้แก่น เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นถูกทำร้ายบาดเจ็บ จึงเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมสอบถามผู้บาดเจ็บว่าเดินทางมากับใคร ผู้บาดเจ็บระบุว่ามาด้วยกัน 2 คน เมื่อถามว่าอีกคนอยู่ที่ใด เจ้าตัวตอบว่าไม่ทราบ ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดคนละทิศละทาง ภายหลังนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้สูญหาย กระทั่งรุ่งเช้า ญาติของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นกำนันจากตำบลไพร อำเภอขุนหาญ เดินทางมาตามหาบุคคลที่มาด้วยกัน โดยทราบว่าทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์สีเหลืองมาด้วยกัน แต่กลับพบเพียงผู้บาดเจ็บรายเดียว ชาวบ้านจึงช่วยกันย้อนกลับไปตรวจสอบบริเวณวัดอีกครั้ง สังเกตพบคราบเลือดติดอยู่ตามใบไม้และพื้นดินเป็นระยะ ๆ จึงช่วยกันเดินแกะรอยตามคราบเลือดดังกล่าว พบทั้งรอยล้อรถจักรยานยนต์และคราบเลือดเพิ่มเติม นำไปสู่ป่ายูคาลิปตัสด้านหลังวัด ก่อนพบจุดต้องสงสัยมีร่องรอยดินถูกกลบใหม่ เมื่อขุดดูจึงพบร่างผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ขณะที่ นายมณี เบ็ญมาตร กำนันตำบลไพร อำเภอขุนหาญ ซึ่งเป็นตาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "น้องมิกซ์" เป็นหลานชายของตน ก่อนหน้านี้ได้พาหลานไปสมัครเป็นทหารอาสา และอยู่ระหว่างรอรายงานตัวในเดือนเมษายนนี้ ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ ครั้งสุดท้ายที่พบหลานคือช่วงเย็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 18.00 น. ที่บ้าน สังเกตว่าหลานมีท่าทีลุกลี้ลุกลน คล้ายมีเรื่องกังวลใจบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดคุยรายละเอียดมากนัก โดยปกติหลานจะมาขอยืมรถจักรยานยนต์และขอเงินเล็กน้อย ซึ่งตนมักจะวางเงินไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านให้หยิบไปเอง วันดังกล่าวได้วางเงินไว้ 40 บาท ก่อนจะมาทราบข่าวร้ายในวันถัดมา โดยไม่เคยมีลางสังหรณ์อะไรเลย ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้า หลานกำลังจะมีอนาคต รอเข้ารับราชการทหาร อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุ หากมีปัญหาใด ๆ ควรออกมาพูดคุยกัน การกระทำแบบนี้โหดร้ายเกินไป

ขณะที่ นางอุรา ศรีดาชาติ อายุ 66 ปี ชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนอนหลับ ได้ยินเสียงเคาะประตูและเสียงร้องขอความช่วยเหลือ "..ยาย ๆ ช่วยผมหน่อย พาผมไปโรงพยาบาลหน่อย…" เมื่อออกมาดูพบชายวัยรุ่นมีเลือดไหลเต็มตัว จึงรีบไปตามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเหลือ โดยไม่ทราบว่าเหตุเกิดจากที่ใด และไม่เคยเห็นหน้าผู้บาดเจ็บมาก่อน ตอนแรกไม่ได้ตกใจมากนัก เพราะคิดว่าอาจเป็นหลานของตนเอง แต่เมื่อทราบว่าเป็นคนอื่นและมีเหตุเสียชีวิตเกิดขึ้นในเวลาต่อมา ก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงลักษณะนี้มาก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว การทะเลาะวิวาท หรือสาเหตุอื่น ๆ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบรอยเลือด อาวุธมีดที่พบ รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด พร้อมรออาการผู้บาดเจ็บดีขึ้นเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม เร่งคลี่คลายคดี เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...