โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปากีสถานประท้วงหนุนอิหร่าน ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชน เสียชีวิต 9 ราย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายจากเหตุประท้วงสนับสนุนอิหร่านใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน หลังการลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

สำนักข่าวอัลจาซีราเผยว่า เหตุรุนแรงปะทุขึ้นช่วงเช้าที่ผ่านมา (1 มี.ค.) เมื่อกองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิงเพื่อสลายฝูงชนหลายร้อยคนที่พยายามบุกเข้าสถานกงสุล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน โดยแพทย์หญิงซุมไมยา ซัยยิด แพทย์ตำรวจ ระบุว่า ร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลพลเรือนในนครการาจี

การประท้วงครั้งใหญ่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นของปากีสถานด้วย ผู้ชุมนุมจุดไฟเผาอาคารสำนักงานสหประชาชาติในเมืองสการ์ดู ทางตอนเหนือของประเทศ ในเขตกิลกิต-บัลติสถาน ซึ่งมีประชากรชีอะห์เป็นส่วนใหญ่ โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่เมืองลาฮอร์ ผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายงานความรุนแรง พยานระบุว่า ผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามทำลายประตูรักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ห่างจากอาคารสถานกงสุลหลายร้อยหลา อย่างไรก็ตาม ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่ใช้กำลัง

นอกจากนี้ ยังมีการคาดหมายว่าจะมีการชุมนุมใกล้เขตการทูตซึ่งเป็นที่ตั้งสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัดด้วย

กระแสประท้วงต่อการสังหารคาเมเนอียังลุกลามไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงอิรัก โมร็อกโก และพื้นที่แคชเมียร์ภายใต้การปกครองของอินเดีย โดยในกรุงแบกแดดของอิรัก ผู้สนับสนุนอิหร่านได้รวมตัวกันนอกกรีนโซน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...