อากาศร้อนมาก ตลาดหุ้นก็ร้อนแรงมากเช่นกัน
#ทันหุ้น-สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน วันนี้ผมเอาบทวิเคราะห์ของ บล. หยวนต้า มาเล่าให้ฟังเช่นเคยครับ เป็นบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับ Event play ในช่วงฤดูร้อนนี้ครับ
ทันหุ้น-กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่ 22 ก.พ. โดยปีนี้ อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42–43°C ซึ่งร้อนกว่าปีก่อนโดยเฉพาะช่วงกลาง มี.ค.–เม.ย. และอุณหภูมิอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่องถึง ส.ค. อีกทั้งมีแนวโน้มเข้าสู่เอลนีโญเร็วกว่าคาดในเดือน พ.ค. และอาจยาวถึง ก.พ. 2027 ทำให้ประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงคลื่นความร้อน และฝนแปรปรวน ดังนั้น เราประเมินว่า ความต้องการบริโภคเครื่องดื่มคลายร้อนปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน จากอากาศที่ร้อนขึ้นและยาวนานขึ้น รวมถึง ฐานปีก่อนต่ำ จากผลกระทบของลานีญา
จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (ไม่นับช่วง COVID-19 ระบาด) พบว่า SET Index ในช่วงฤดูร้อน (มี.ค.–พ.ค.) มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -0.9% อย่างไรก็ดี ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มักเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดในช่วงเดียวกัน โดยกลุ่มที่เด่นในเชิงสถิติ ได้แก่
- กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย (ไม่นับ COVID-19) +0.7% ได้แรงหนุนจากช่วง High Season ของการบริโภคเครื่องดื่ม และเทศกาลสงกรานต์
- กลุ่มโรงพยาบาล เป็นกลุ่มที่มีค่าสถิติดีที่สุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย (ไม่นับ COVID-19) +1.3% แม้ไม่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวชัดเจน แต่เราประเมินว่าเป็นผลจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากอากาศร้อน
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 กลุ่มที่เรามองว่า มีโอกาสเด่นในปีนี้ แม้สถิติย้อนหลังไม่โดดเด่น ได้แก่
- กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งค่าสถิติย้อนหลัง (ไม่นับ COVID-19) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -4.3% แต่เราประเมินว่า ปีนี้มีโอกาส Outperform เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับลงต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี และเห็นสัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 35–36 ล้านคน สูงกว่าปี 2025 ที่ 32.9 ล้านคน
- กลุ่มสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น กลุ่มยางพารา อาจได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของราคายาง จากโครงสร้างตลาดที่เป็นอุปสงค์ส่วนเกิน เพราะผลผลิตออกมาน้อยกว่าปกติจากภาวะน้ำแล้ง
ด้วยความที่ SET Index ปรับตัวขึ้นเด่น +18% YTD ส่งผลให้ PER2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.10 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ขณะที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยวยังซื้อขายต่ำกว่าระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงมองว่าหุ้นใน 3 กลุ่มดังกล่าวยังมีโอกาส Outperform จากช่องว่าง Valuation ที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ดังนั้น เรามองว่า Summer Play ปีนี้ยังเป็นจังหวะที่น่าเก็งกำไร ทั้งในมิติ Valuation และ สถิติฤดูกาล โดยคัดเลือกหุ้นเด่นที่ Valuation ยังไม่แพง และแนวโน้มผลประกอบการยังแข็งแกร่ง ได้แก่ TACC, OSP, ICHI, CBG, SAPPE, COCOCO, ERW, SHR, CENTEL, BCH, BH, BDMS รวมถึงกลุ่มยางพารา เช่น STA, NER, TEGH
สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในทุกสินทรัพย์ลงทุนนะครับ แล้วพบกันกับบทความดีๆจากทาง บล. หยวนต้า ในสัปดาห์หน้าครับ
ณัฐพล คำถาเครือ
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด