โฆษกประกันสังคม แจง ใช้งบกว่า 35 ล้าน “ตัดสูท” เพราะผู้ประกันตนบ่น “แยกไม่ออก คนไหนเป็นเจ้าหน้าที่”
สำนักงานประกันสังคม กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะโครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่ หรือการตัดชุดสูท 35 ล้านบาท เพื่อแจกให้พนักงานประกันสังคม 7 พันคน โดยใช้เงินบริหารงานที่เอามาจากยอดเงินสมทบของทั้งรัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน
ล่าสุด วันนี้ (29 ม.ค.69) สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้สอบถาม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม ถึงสาเหตุของการที่ต้องตัดสูทโดยใช้งบประมาณจากเงินประกันสังคมกว่า 35 ล้าน
นางนิยดา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องตัดสูทให้พนักงงาน เพราะเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มีข้อร้องเรียนไปยังบอร์ดประกันสังคม ว่า คนที่เข้าไปติดต่อประกันสังคมดูไม่ออกเลยว่า คนไหนเจ้าหน้าที่ประกันสังคม คนไหนคือผู้ติดต่อ อยากให้ปรับปรุงภาพลักษณ์เหมือนแบงก์ เข้าไปใช้บริการแล้วจะได้ดูสะดวกสบาย
จึงเป็นที่มาที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้ โดยเริ่มมีการตัดสูท 2 ชุดเป็นสูตร 1 เสื้อเชิ้ต 2 ถ้าผู้หญิงก็กระโปรง 1 กางเกง 1 ผู้ชายก็กางเกง 2
ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้าง นางนิยดา กล่าวว่า มีแค่ครั้งที่แล้วที่ใช้วิธีพิเศษ สลับกับการอีบิดดิ้งบ้างบางปี มีปีที่แล้วที่ใช้วิธีเจาะจง เพราะเราจะจัดทำสูท 5 ปีครั้ง เราได้สอบราคาตลาด พบว่าราคาเอกชนและภาพภาครัฐไม่แตกต่างกันมาก เผลอๆ ภาครัฐถูกกว่า ซึ่งตามระเบียบของภาครัฐเปิดโอกาสให้สนับสนุนรัฐด้วยกัน
และสาเหตุที่องค์การทหารผ่านศึกเสนอราคากลางเอง แล้วก็ได้เอง เพราะเราสืบราคามาแล้ว ซึ่งกระบวนการการจัดทำคำของบประมาณ ก็ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองมาก่อน ค่อยเสนอเข้าบอร์ดผ่านการพิจารณา ซึ่งถ้ามีราคากลางของงบประมาณก็ใช้มาตรฐานได้เลย ถ้าไม่มีก็ไปสืบราคาไปหาใบเสนอราคามายืนยัน
พร้อมย้ำว่า ทั้ง 7,000 คนมีทั้งข้าราชการและพนักงาน แต่ละคนทำหน้าที่หมุนเวียนกันไป จึงได้ทุกคนไม่มีละเว้นเพื่อความเท่าเทียม
เงินตัดสูทมาจาก 3 ฝ่าย ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ถือว่าเป็นเงิน 10% ที่มาจากเงินสมทบประจำปี ซึ่งเป็นเงินเพื่อเอาไว้จ่ายสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน แต่กฎหมายมีเขียนไว้ เปิดช่องให้เรานำไปใช้ในเรื่องจัดการบริหารจัดการเพื่อที่จะบริการผู้ประกันตน ก็สามารถใช้เงินสมทบประจำปีได้
ยืนยันว่า เป็นเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน
มาครั้งนี้ไม่ได้มาโต้แย้งหรือมาแก้ตัว กองทุนประกันสังคมพร้อมดูแลผู้ประกันตนมาโดยตลอด แต่ช่วงที่มีกระแสข่าวหรือช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ อาจจะทำให้ผู้ประกันตนไม่ได้รับความสะดวก และในงบประมาณต่างๆ ที่เราใช้จ่าย ก็มีระเบียบกติกาที่ชัดเจน ยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบหมด
ซึ่ง ณ ช่วงเวลาที่เรามีการทำโครงการตัดชุดให้พนักงานมาจากข้อร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่เราดูทำงานแล้วไม่เป็นระเบียบเลยอยากให้มีภาพลักษณ์ที่ดี
ส่วน ประเด็น app ประกันสังคมปิดระบบเลื่อนวันเปิดใช้งาน ส่งผลกระทบผู้ประกันตน โกลาหลประมาณเกือบเดือน
ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ โฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องตอบมากที่สุดคือ คำถามว่า “มีประกันสังคมไว้ทำไม” หลักการของประกันสังคมคือ การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ดูแลบุคคลชั้นกลางและชั้นล่าง ไม่ให้ล้มละลายจากการรักษาพยาบาลหรือการทุพพลภาพ
แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ คนชั้นกลางและชั้นสูงสงสัยว่ามีประกันสังคมไว้ทำไม ผมขออนุญาตเรียนว่า เงินสมทบ 12.75% ที่ส่งเข้ามาทุกเดือน ครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ในกองทุนชราภาพ ครบ 15 ปี จาก 6% จะเติบโตเป็น 20%
อีกส่วนหนึ่งคือ เบี้ยประกันที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอย่างแท้จริง
มีข้อสงสัยว่า คนประกันสังคมวัน ๆ ทำอะไร ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ 7,000 คน มาพูดว่า ไม่ง่ายเลยที่จะบริหารการจ่ายสิทธิประโยชน์บนสมดุลของรายรับและรายจ่าย แต่ขอยืนยันว่า ถึงแม้เราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว กองทุนประกันสังคมก็ยังมีเสถียรภาพ
เนื่องจากเงินสำรองที่เรามีอยู่ 2.85 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสมทบจริงประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท และเป็นเงินที่งอกเงยขึ้นมาอีกประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 65% หลังจากได้รับเงินสมทบมา เราพยายามบริหารกองทุนให้เกิดดอกผล เพื่อนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา เรายังคงอัตราเงินสมทบไว้ แม้จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นเรื่อย ๆ จาก 3% มาเป็น 5% จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติสามารถจัดเก็บได้สูงสุดถึง 9.5%
และเราเป็นกองทุนที่มีรายรับมากกว่ารายจ่าย สถานการณ์ยังแข็งแรงอยู่ แม้ว่ารายจ่ายจะยังไม่ติดลบ แต่ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูป เช่น การปรับตัวด้านการลงทุน กล้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ยืนยันว่าเรายังมีกระบวนการที่รัดกุมและสามารถตรวจสอบได้ หากส่วนใดยังไม่ดีพอ เราพร้อมปรับปรุง รับฟัง เพียงแค่เสนอเข้ามา
ในส่วนของปัญหาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ติดขัด มี 3 ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ 1 ข้อมูลประกันสังคมเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ระดับประเทศ เป็นข้อมูลของคนทำงานสะสมมากว่า 35 ปี ยอมรับว่าข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนผ่าน เช่นเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่ที่เคยประสบปัญหาในลักษณะนี้
ประเด็นที่ 2 เมื่อปิดระบบตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. ถึงช่วงปีใหม่ เจ้าหน้าที่เข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ระบบล่มชั่วขณะ
ประเด็นที่ 3 ความคุ้นชินของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับระบบใหม่
ในส่วนของกรณีว่างงาน ต้องมีการโอนข้อมูลเข้าสู่ระบบ ยอมรับว่าในช่วงแรกมีความติดขัด แต่ขณะนี้สามารถโอนข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว และมีการอนุมัติไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง คาดว่าไม่เกิน 7–10 วัน ทุกกระบวนการจะเรียบร้อยทั้งหมด
ยืนยันว่าแอปพลิเคชัน SSO Plus จะสามารถใช้งานได้ในวันที่ 1 โดยขณะนี้กำลังเร่งจัดสรรกำลังจากส่วนกลางไปช่วยสนับสนุนต่างจังหวัด
สำนักงานประกันสังคม มุ่งมั่นที่จะดูแลผู้ประกันตน อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ถือว่าเราเป็นครอบครัวกับท่านเราก็ดูแล เรารู้ว่ากว่าท่านจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุน มันก็เหนื่อยยากลำบาก ประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือกระแสต่างๆ ทุกวันนี้เรายินดีน้อมรับ กราบขอโทษผู้ประกันตนเป็นอย่างยิ่ง เราจะเร่งแก้ปัญหาให้ น้อมรับว่าเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ต้องขออภัยจริงๆ