โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกประกันสังคม แจง ใช้งบกว่า 35 ล้าน “ตัดสูท” เพราะผู้ประกันตนบ่น “แยกไม่ออก คนไหนเป็นเจ้าหน้าที่”

อีจัน

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 03.19 น. • อีจัน

สำนักงานประกันสังคม กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะโครงการชุดฟอร์มเจ้าหน้าที่ หรือการตัดชุดสูท 35 ล้านบาท เพื่อแจกให้พนักงานประกันสังคม 7 พันคน โดยใช้เงินบริหารงานที่เอามาจากยอดเงินสมทบของทั้งรัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน

ล่าสุด วันนี้ (29 ม.ค.69) สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้สอบถาม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม ถึงสาเหตุของการที่ต้องตัดสูทโดยใช้งบประมาณจากเงินประกันสังคมกว่า 35 ล้าน

นางนิยดา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องตัดสูทให้พนักงงาน เพราะเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มีข้อร้องเรียนไปยังบอร์ดประกันสังคม ว่า คนที่เข้าไปติดต่อประกันสังคมดูไม่ออกเลยว่า คนไหนเจ้าหน้าที่ประกันสังคม คนไหนคือผู้ติดต่อ อยากให้ปรับปรุงภาพลักษณ์เหมือนแบงก์ เข้าไปใช้บริการแล้วจะได้ดูสะดวกสบาย

จึงเป็นที่มาที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้ โดยเริ่มมีการตัดสูท 2 ชุดเป็นสูตร 1 เสื้อเชิ้ต 2 ถ้าผู้หญิงก็กระโปรง 1 กางเกง 1 ผู้ชายก็กางเกง 2

ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้าง นางนิยดา กล่าวว่า มีแค่ครั้งที่แล้วที่ใช้วิธีพิเศษ สลับกับการอีบิดดิ้งบ้างบางปี มีปีที่แล้วที่ใช้วิธีเจาะจง เพราะเราจะจัดทำสูท 5 ปีครั้ง เราได้สอบราคาตลาด พบว่าราคาเอกชนและภาพภาครัฐไม่แตกต่างกันมาก เผลอๆ ภาครัฐถูกกว่า ซึ่งตามระเบียบของภาครัฐเปิดโอกาสให้สนับสนุนรัฐด้วยกัน

และสาเหตุที่องค์การทหารผ่านศึกเสนอราคากลางเอง แล้วก็ได้เอง เพราะเราสืบราคามาแล้ว ซึ่งกระบวนการการจัดทำคำของบประมาณ ก็ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองมาก่อน ค่อยเสนอเข้าบอร์ดผ่านการพิจารณา ซึ่งถ้ามีราคากลางของงบประมาณก็ใช้มาตรฐานได้เลย ถ้าไม่มีก็ไปสืบราคาไปหาใบเสนอราคามายืนยัน

พร้อมย้ำว่า ทั้ง 7,000 คนมีทั้งข้าราชการและพนักงาน แต่ละคนทำหน้าที่หมุนเวียนกันไป จึงได้ทุกคนไม่มีละเว้นเพื่อความเท่าเทียม

เงินตัดสูทมาจาก 3 ฝ่าย ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ถือว่าเป็นเงิน 10% ที่มาจากเงินสมทบประจำปี ซึ่งเป็นเงินเพื่อเอาไว้จ่ายสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน แต่กฎหมายมีเขียนไว้ เปิดช่องให้เรานำไปใช้ในเรื่องจัดการบริหารจัดการเพื่อที่จะบริการผู้ประกันตน ก็สามารถใช้เงินสมทบประจำปีได้

ยืนยันว่า เป็นเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน

มาครั้งนี้ไม่ได้มาโต้แย้งหรือมาแก้ตัว กองทุนประกันสังคมพร้อมดูแลผู้ประกันตนมาโดยตลอด แต่ช่วงที่มีกระแสข่าวหรือช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ อาจจะทำให้ผู้ประกันตนไม่ได้รับความสะดวก และในงบประมาณต่างๆ ที่เราใช้จ่าย ก็มีระเบียบกติกาที่ชัดเจน ยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบหมด

ซึ่ง ณ ช่วงเวลาที่เรามีการทำโครงการตัดชุดให้พนักงานมาจากข้อร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่เราดูทำงานแล้วไม่เป็นระเบียบเลยอยากให้มีภาพลักษณ์ที่ดี

ส่วน ประเด็น app ประกันสังคมปิดระบบเลื่อนวันเปิดใช้งาน ส่งผลกระทบผู้ประกันตน โกลาหลประมาณเกือบเดือน

ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ โฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องตอบมากที่สุดคือ คำถามว่า “มีประกันสังคมไว้ทำไม” หลักการของประกันสังคมคือ การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ดูแลบุคคลชั้นกลางและชั้นล่าง ไม่ให้ล้มละลายจากการรักษาพยาบาลหรือการทุพพลภาพ

แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ คนชั้นกลางและชั้นสูงสงสัยว่ามีประกันสังคมไว้ทำไม ผมขออนุญาตเรียนว่า เงินสมทบ 12.75% ที่ส่งเข้ามาทุกเดือน ครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ในกองทุนชราภาพ ครบ 15 ปี จาก 6% จะเติบโตเป็น 20%

อีกส่วนหนึ่งคือ เบี้ยประกันที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอย่างแท้จริง

มีข้อสงสัยว่า คนประกันสังคมวัน ๆ ทำอะไร ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ 7,000 คน มาพูดว่า ไม่ง่ายเลยที่จะบริหารการจ่ายสิทธิประโยชน์บนสมดุลของรายรับและรายจ่าย แต่ขอยืนยันว่า ถึงแม้เราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว กองทุนประกันสังคมก็ยังมีเสถียรภาพ

เนื่องจากเงินสำรองที่เรามีอยู่ 2.85 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสมทบจริงประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท และเป็นเงินที่งอกเงยขึ้นมาอีกประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 65% หลังจากได้รับเงินสมทบมา เราพยายามบริหารกองทุนให้เกิดดอกผล เพื่อนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา เรายังคงอัตราเงินสมทบไว้ แม้จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นเรื่อย ๆ จาก 3% มาเป็น 5% จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติสามารถจัดเก็บได้สูงสุดถึง 9.5%

และเราเป็นกองทุนที่มีรายรับมากกว่ารายจ่าย สถานการณ์ยังแข็งแรงอยู่ แม้ว่ารายจ่ายจะยังไม่ติดลบ แต่ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูป เช่น การปรับตัวด้านการลงทุน กล้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ยืนยันว่าเรายังมีกระบวนการที่รัดกุมและสามารถตรวจสอบได้ หากส่วนใดยังไม่ดีพอ เราพร้อมปรับปรุง รับฟัง เพียงแค่เสนอเข้ามา

ในส่วนของปัญหาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ติดขัด มี 3 ประเด็นหลัก

ประเด็นที่ 1 ข้อมูลประกันสังคมเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ระดับประเทศ เป็นข้อมูลของคนทำงานสะสมมากว่า 35 ปี ยอมรับว่าข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนผ่าน เช่นเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่ที่เคยประสบปัญหาในลักษณะนี้

ประเด็นที่ 2 เมื่อปิดระบบตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. ถึงช่วงปีใหม่ เจ้าหน้าที่เข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ระบบล่มชั่วขณะ

ประเด็นที่ 3 ความคุ้นชินของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับระบบใหม่

ในส่วนของกรณีว่างงาน ต้องมีการโอนข้อมูลเข้าสู่ระบบ ยอมรับว่าในช่วงแรกมีความติดขัด แต่ขณะนี้สามารถโอนข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว และมีการอนุมัติไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง คาดว่าไม่เกิน 7–10 วัน ทุกกระบวนการจะเรียบร้อยทั้งหมด

ยืนยันว่าแอปพลิเคชัน SSO Plus จะสามารถใช้งานได้ในวันที่ 1 โดยขณะนี้กำลังเร่งจัดสรรกำลังจากส่วนกลางไปช่วยสนับสนุนต่างจังหวัด

สำนักงานประกันสังคม มุ่งมั่นที่จะดูแลผู้ประกันตน อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ถือว่าเราเป็นครอบครัวกับท่านเราก็ดูแล เรารู้ว่ากว่าท่านจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุน มันก็เหนื่อยยากลำบาก ประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือกระแสต่างๆ ทุกวันนี้เรายินดีน้อมรับ กราบขอโทษผู้ประกันตนเป็นอย่างยิ่ง เราจะเร่งแก้ปัญหาให้ น้อมรับว่าเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ต้องขออภัยจริงๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...