เมื่อ “สละโสด” ขยับสถานะ บ้าน - คอนโดฯ ที่ซื้อไว้ก่อนแต่งงาน จะกลายเป็นสินสมรสหรือไม่ ?
ในยุค Solo Economy หรือ เศรษฐกิจของการใช้ชีวิตลำพัง ต้องยอมรับว่า การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่วัยสร้างตัว ไม่ใช่เรื่องแปลก หลายคนเลือกซื้อคอนโดมิเนียม หรือบ้านในฝันไว้เป็น "รางวัลชีวิต" และ "พื้นที่ปลอดภัย" ของตัวเองตั้งแต่วันที่ยังใช้คำนำหน้าว่านาย หรือนางสาว
แต่เมื่อวันหนึ่งจังหวะชีวิตเปลี่ยนไป จาก "ตัวคนเดียว" กลายเป็น "เราสองคน" คำถามสำคัญที่ตามมา (และมักจะถามกันแบบกระซิบ) ก็คือ ทรัพย์สินที่เราสร้างมาจากหยาดเหงื่อแรงกายเมื่อครั้งยังโสด จะกลายเป็นของส่วนรวมทันที ที่จดทะเบียนสมรสหรือไม่?
ขีดเส้นแบ่งให้ชัด อะไรคือ "สินส่วนตัว" อะไรคือ "สินสมรส"
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักการการแยกให้ออก ระหว่าง "สินส่วนตัว" และ "สินสมรส"คือการใช้ "จุดตัดของเวลา" เป็นตัวตัดสิน
- สินส่วนตัว (มาตรา 1471): คือทรัพย์สินที่เรามีอยู่ "ก่อน" จดทะเบียนสมรส ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดฯ ที่ดิน หรือรถยนต์ หากโฉนดเป็นชื่อคุณก่อนวันจดทะเบียน ทรัพย์สินนั้นคือสินส่วนตัวของคุณ 100% ตลอดไป (รวมถึงมรดกที่ได้จากพ่อแม่ระหว่างแต่งงาน ถ้าในพินัยกรรมไม่ได้ระบุให้เป็นสินสมรส)
- สินสมรส (มาตรา 1474): คือทรัพย์สินที่ได้มา "ระหว่าง" สมรส หรือทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาผ่านพินัยกรรม/การให้ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นสินสมรส รวมถึง "ดอกผล" ของสินส่วนตัว (เช่น ถ้าคุณปล่อยเช่าคอนโดฯ ที่ซื้อตอนโสด ค่าเช่าที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว จะถือเป็นสินสมรส)
สรุปง่ายๆ บ้านหรือคอนโดฯ ที่ซื้อไว้ตอนโสด จะไม่กลายเป็น “สินสมรส" แม้จะแต่งงานไปแล้ว เจ้าของกรรมสิทธิ์ก็ยังคงเป็นเราเพียงผู้เดียว และหากมีการหย่าร้างในอนาคต ทรัพย์สินนี้ก็ไม่ต้องแบ่งครึ่ง
เมื่ออยากเปลี่ยน "ของฉัน" ให้เป็น "ของเรา"
แต่แม้ตามกฎหมายจะเป็นสินส่วนตัว แต่ในชีวิตจริงคู่สมรสหลายคู่เลือกที่จะช่วยกันผ่อน เพื่อสร้างครอบครัวไปด้วยกัน ซึ่งหากเราต้องการให้คู่สมรสเข้ามามีส่วนร่วมในกรรมสิทธิ์ มี 2 แนวทางที่ต้องรู้
- การกู้ร่วม (Refinance): หากบ้านยังติดจำนอง เราสามารถยื่นรีไฟแนนซ์และเพิ่มชื่อคู่สมรสเป็นผู้กู้ร่วมได้ ธนาคารจะพิจารณารายได้และความสามารถในการชำระหนี้ใหม่เสมือนเป็นการยื่นกู้ใหม่ทั้งหมด
- การเพิ่มชื่อในกรรมสิทธิ์: หากต้องการให้คู่สมรสมีชื่อในโฉนดร่วมกัน ต้องไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมงบไว้ ดังนี้
1.ค่าธรรมเนียมการให้: 0.5% ของราคาประเมิน
2.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: คิดตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร (ผู้ให้เปรียบเสมือนผู้ขาย)
3.ค่าอากรแสตมป์: 0.5% ของราคาซื้อขาย (แต่ต้องไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน) อย่างไรก็ตามหากถือครองน้อยกว่า 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี อาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แทน
บทสรุปสำหรับคนโสด (ที่กำลังจะรัก)
การรู้ข้อกฎหมายไม่ใช่เรื่องของการเห็นแก่ตัว หรือการเตรียมตัวเพื่อจะเลิกรา แต่มันคือ Financial Literacy ที่ช่วยให้คนสองคนบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างโปร่งใส ลดความขัดแย้ง และสร้างความมั่นคงร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ว่าคุณจะตัดสินใจครองตัวเป็นโสดใน Solo Economy ต่อไป หรือเตรียมพร้อมเข้าสู่ชีวิตคู่ การมีที่อยู่อาศัยที่เป็นของเราเองคือรากฐานของความสำเร็จที่น่าภูมิใจเสมอ
ที่มา : ดีดีพร็อพเพอร์ตี้
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อ “สละโสด” ขยับสถานะ บ้าน - คอนโดฯ ที่ซื้อไว้ก่อนแต่งงาน จะกลายเป็นสินสมรสหรือไม่ ?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รู้จัก 3 พี่น้องตระกูลคัง ผู้ก่อตั้ง Coffee Meets Bagel ที่ลาออกจากงานประจำ มาทำสตาร์ทอัพพันล้าน
- “ไมเดีย” บิ๊กจีน! ชูไทยฐานผลิตใหญ่
- ลุยทำ “หมูหัน” รับ “ตรุษจีน” ดึงผลผลิตส่วนเกินจากตลาด 5 หมื่นตัวต่อเดือน
- BDMS Wellness Clinic ผุดแลนด์มาร์คสุขภาพโลก
- Anthropic ไล่บี้ OpenAI ปิดดีล 3 หมื่นล้าน ดันมูลค่าพุ่งเท่าตัว ย้ำ AI คือ “สงครามเงิน” ของบิ๊กเทค
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath