โพสต์วิจารณ์รุนแรงนำสู่คดีหมิ่นประมาท โรงพยาบาลปกป้องศักดิ์ศรีองค์กร ทนายอาร์ม อดีต ผู้สมัคร สส.ปชป เขต3 สงขลา ร้องรัฐทบทวนนโยบาย
จากกรณีประชาชนรายหนึ่งโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า โดย เพจ Dr.Dark ได้โพสต์ไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน
“รพ ปะเหลียน อบรมนิสัย บุคลากรบ้างนะคะ ถ้าไม่เต็มใจทำงาน ออกค่ะ
อย่ามาส้มๆ ยุ
เวลากุส้มๆ ขึ้นกัน ยากะเอาไม่อยู่นั่น”
ต่อมาปรากฏว่าโรงพยาบาลได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Samaraka FG ได้โพสต์ข้อความถึง ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา – สงขลา โดยระบุว่า
“กราบเรียนคุณทนาย ผมในฐานะคนตรังซึ่งบ้านอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล
#โพสที่ทนายบอกว่า ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้คุยกันดีๆ ก็ได้ อย่าให้เป็นคดี อันนี้หมายถึงโรงพยาบาลหรือผู้หญิงคนนั้นครับ
1.ผู้หญิงโพสด่าลงเฟสตัวเอง ระบุชัดเจน (ทั้งที่มีช่องทางการร้องเรียนอย่างถูกต้อง) แต่ผู้หญิงกลับไม่ทำ
2.โรงพยาบาลรับรู้ ได้รับความเสียหาย เขาก็ต้องปกป้องสิทธิ ปกป้องศักดิ์ศรี ก็ต้องแจ้งความ
3.แบบนี้ใครผิดครับ ทนายตอบหน่อย ถ้าคิดว่าโรงพยาบาลผิด (คงต้องไปเพิ่มกฎหมายใหม่ใช่ครับ) ว่าต้องรองรับอารมณ์ผู้คนให้ได้ด้วย…? คิดครับ
คิด…ยิ่งออกข่าวทางทีวีทางเพจแล้ว…ความเสียหายยิ่งเพิ่มขึ้นกับผู้หญิงคนนั้น เพราะทางโรงพยาบาลคงไม่ยอม…”
ก่อนหน้านี้ ทนายอาร์ม อดีต ผู้สมัคร สส.ปชป เขต3 ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
“ถ้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ขี้น้อยใจขนาดนี้ น่าโดนฟ้องทั้งหาดใหญ่แล้ว
แทนที่จะลองทบทวนสิ่งที่ประชาชนสะท้อน
วันนี้ทำหน้าที่ปกป้องลูกความ และผมจะทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ปัญหาแค่นี้คุยกันดีๆ อย่าให้เป็นคดีรกโรงรกศาลดีกว่า”
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังคงถูกจับตามองในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้กระบวนการทางกฎหมายในกรณีนี้
ทนาย อาร์ม โพสต์
ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข: ทบทวนนโยบายโรงพยาบาลฟ้องประชาชน
ในฐานะที่ผมได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการฟ้องร้องระหว่างโรงพยาบาลกับประชาชนจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน ผมมีข้อความสำคัญที่อยากจะสื่อสารไปยังท่านรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนแนวนโยบายในเรื่องนี้ครับ
1.ผมขอยืนยันว่าผมเข้าใจ เห็นใจการทำงานที่หนักหน่วงของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกท่าน แต่ควรรับฟังความเห็นจากผู้ใช้บริการจริง และผมยืนยันไม่ได้สนับสนุนการด่าทอด้วยอารมณ์
2. เสียงประชาชนคือกระจก ไม่ใช่ศัตรู
การที่หน่วยงานรัฐโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นตัวการฟ้องประชาชน เป็นเรื่องที่ผมมองว่า "ไม่ถูกต้อง" เสียงวิจารณ์เหล่านั้นมักมีมูลเหตุมาจากการได้รับบริการจริง ไม่ใช่การกุเรื่องขึ้นมาลอยๆ
3. เรื่องนี้เป็นเรื่องหน่วยงานรัฐกับประชาชนผู้ใช้บริการมิใช่ต่อตัวบุคคล
• หากเป็นการหมิ่นประมาทตัวบุคคล เช่น นายแพทย์ ก. หรือ พยาบาล ข. นั่นคือเรื่องส่วนตัวที่ผู้ถูกกระทำสามารถใช้สิทธิ์ปกป้องตนเองได้แน่นอน
• แต่เมื่อเป็นการวิจารณ์ "โรงพยาบาล" ในฐานะหน่วยงานบริการสาธารณะ นั่นคือเสียงสะท้อนจากผู้รับบริการโดยตรง ซึ่งควรนำไปสู่การปรับปรุง ไม่ใช่การตั้งต้นด้วยการฟ้องคดีอาญา
4. เรื่องนี้ประชาชนจะสามารถสู้คดีได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม) แต่กระบวนการเหล่านั้นทำให้ชาวบ้านต้องเสียทั้งเงิน เวลา และสุขภาพจิต
"โรงพยาบาลควรเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเจ็บป่วย ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้งที่เพิ่มความทุกข์ให้ประชาชนในศาล"
ข้อเสนอต่อท่านรัฐมนตรี:
ผมขอเรียกร้องให้มีการวางแนวนโยบายที่ชัดเจน ห้ามมิให้หน่วยงานในสังกัดใช้การฟ้องร้องคดีอาญาเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน (SLAPP) แต่ควรเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อประชาชน แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแทน
ด้วยความเคารพในหน้าที่ของทุกฝ่าย
-ทนายอาร์ม
ปล.ภริยาผมเป็นข้าราชการสาธารณสุข ผมเข้าใจการทำงานดี