หุ้นไทยกราวรูด 100 จุด พิษสงครามตะวันออกกลาง 'ตลท.' งัด 'เซอร์กิต เบรกเกอร์' ในรอบ 6 ปี
หุ้นไทยกราวรูด 100 จุด พิษสงครามตะวันออกกลาง ‘ตลท.’ งัด ‘เซอร์กิต เบรกเกอร์’ ในรอบ 6 ปีก่อนปิดตลาดติดลบ 81.90 จุด กกร.ห่วงฉุดจีดีพีเหลือ 1.3 %
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีได้รับรายงานความกังวลของประชาชนจากสงครามตะวันออกกลาง และมีการกักตุนน้ำมันบ้างหรือไม่ ว่า กระทรวงพลังงานและตนได้ให้คำยืนยันแล้วว่า เรื่องราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ เราจะตรึงราคาไว้อย่างน้อย 15 วัน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปกักตุน ส่วนราคาน้ำมันและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม กกร.ประจำเดือนมีนาคม ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดล่วงหน้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปอีก 1-3 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งสินค้าทางเรือและเส้นทางการบิน
นายเกรียงไกรกล่าวว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กระทบต่อภาคธุรกิจและค่าครองชีพประชาชน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวจากการยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางเสี่ยง โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินเบื้องต้นว่าอาจฉุดให้เศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตเพียง 1.3-1.6% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร.ที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.6%-2.0% โดย กกร.จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในระยะต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 117.52 จุด คิดเป็น 8.01% มาอยู่ที่ระดับ 1,348.99 จุด ในการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 4 มีนาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หยุดการซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 ระหว่างเวลา 12.18-12.30 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้มีเวลาพิจารณาข้อมูล ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ โดยเปิดซื้อขายตามปกติในภาคบ่าย เวลา 14.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,466.51 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,384.61 จุด ปรับลดลง 81.90 จุด หรือลบ 5.58% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,404.73 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,341.14 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 159,372.02 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภาวะการซื้อขายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนทั่วโลกลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หรือสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และขอให้ผู้ลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนอย่างรอบด้านในสถานการณ์ปัจจุบัน
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเช้าดัชนีปรับตัวลงมากกว่า 100 จุด จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในภาคตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา โดยมีแรงขายกระจายอยู่ในทุกเซ็กเตอร์ผสมกันไปหมด โดยเฉพาะหุ้นเดลต้าที่กดดันดัชนีกว่า 33 จุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีกและธนาคาร โมเมนตัมที่มีความเสี่ยงในระยะสั้นทำให้ตลาดใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 หรือในรอบกว่า 6 ปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นไทยกราวรูด 100 จุด พิษสงครามตะวันออกกลาง ‘ตลท.’ งัด ‘เซอร์กิต เบรกเกอร์’ ในรอบ 6 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th