“เรือดำน้ำสหรัฐ” โจมตีเรือรบอิหร่านด้วยตอร์ปิโด จมกลางมหาสมุทรอินเดีย
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเผย เรือดำน้ำอเมริกันยิงตอร์ปิโดโจมตีเรือรบอิหร่านที่ปฏิบัติการอยู่ในน่านน้ำสากลจนจมลงในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นการจมเรือศัตรูด้วยตอร์ปิโดครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 20.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มีรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีเรือดำน้ำของสหรัฐที่ พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าได้ยิงตอร์ปิโดโจมตีและจมเรือรบของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่กำลังเพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ลูกเรือของเรือรบอิหร่านที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำขึ้นฝั่งที่ประเทศศรีลังกา อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุการณ์เรือจมเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดและบริเวณใดของมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ลำใดเป็นผู้ยิงตอร์ปิโดโจมตี
ปัจจุบันกองทัพเรือสหรัฐมีเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ประมาณ 50 ลำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชั้น (class) ได้แก่ Los Angeles-class, Virginia-class และ Seawolf-class เรือดำน้ำเหล่านี้ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ และได้รับการออกแบบให้มีเสียงเงียบอย่างมาก เพื่อให้สามารถติดตามหรือเฝ้าตรวจเรือของฝ่ายตรงข้ามได้โดยไม่ถูกตรวจจับ
โดยทั่วไป เรือดำน้ำโจมตีของสหรัฐจะติดตั้งตอร์ปิโด Mk48 ซึ่งเป็นตอร์ปิโดขนาดใหญ่ที่มีหัวรบระเบิดหนักประมาณ 650 ปอนด์ อาวุธชนิดนี้ถูกออกแบบให้ระเบิดใต้ท้องเรือของเป้าหมาย เพื่อทำลายโครงสร้างหลักของเรือ ทำให้ตัวเรือหักหรือเสียหายอย่างรุนแรงจนจมลงได้อย่างรวดเร็ว
เฮกเซธกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เรือดำน้ำของสหรัฐได้จมเรือรบของอิหร่านที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยในน่านน้ำสากล แต่ท้ายที่สุดมันถูกตอร์ปิโดโจมตีจนจมลง” พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็น “การจมเรือของฝ่ายศัตรูด้วยตอร์ปิโดครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง”
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาค และตอกย้ำบทบาทของเรือดำน้ำในฐานะหนึ่งในอาวุธยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งสามารถปฏิบัติการโจมตีได้อย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพสูงในสนามรบทางทะเล
อ้างอิง : bloomberg.com