โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตั้งWar Roomรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและการคมนาคมระหว่างประเทศ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและภาคการขนส่งของประเทศอย่างใกล้ชิด ในส่วนของกระทรวงคมนาคม สั่งตั้ง ศูนย์ติดตามสถานการณ์ หรือ War Room คุมค่าโดยสารขนส่งสาธารณะไม่ให้เกินกฎหมาย พร้อมจับตาผลกระทบต้นทุนน้ำมัน ซึ่งหลายฝ่ายเริ่มจับตาถึงผลกระทบที่อาจขยายตัวในวงกว้างหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ระบุว่า ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ประสานหน่วยงานในสังกัดเร่งกำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยได้ตั้ง War Room เพื่อเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภทไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกรอบที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังคงมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ

กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานหลักด้านการขนส่งเร่งดำเนินมาตรการในแต่ละระบบอย่างเข้มงวด โดยการขนส่งทางบกให้ตรวจสอบ รถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ขณะที่การขนส่งทางน้ำให้ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าไม่ให้คิดค่าบริการเกินอัตรา พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

ด้านการขนส่งทางอากาศ ได้กำชับให้กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงที่สถานการณ์ผันผวน ส่วนการขนส่งทางรางให้ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่งและรายงานสถานการณ์ต่อศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านการคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ รวมทั้งศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้แจ้งว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการหยุดชะงักของการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สายการบินที่มีฐานการบินในภูมิภาคดังกล่าวส่วนใหญ่ยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ ยกเว้นบางเที่ยวบินจากประเทศโอมาน ส่งผลกระทบต่อ โครงข่ายการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องใช้ตะวันออกกลางเป็นศูนย์กลางการต่อเที่ยวบิน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางจากการต่อเครื่องในตะวันออกกลางไปใช้เส้นทางบินตรงระหว่างเอเชียและยุโรปมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการที่นั่งในเส้นทางดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บัตรโดยสารที่สามารถหาซื้อได้ในระยะสั้นมักเหลือเฉพาะในระดับราคาสูง หรือบางช่วงอาจหาบัตรโดยสารได้ยาก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในหลายประเทศทั่วภูมิภาค

ในช่วงนี้ CAAT จึงแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเอเชียและยุโรป วางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการหาบัตรโดยสารในราคาที่เหมาะสม และหากมีความยืดหยุ่นในการเดินทาง อาจพิจารณาปรับเส้นทางบินผ่านประเทศอื่นที่ยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้ ขณะเดียวกัน CAAT ยังติดตามต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับสายการบินเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อค่าโดยสาร

ดังนั้นในภาพรวม แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบขนส่งภายในประเทศอย่างรุนแรง แต่การเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการตั้ง War Room และคุมเข้มค่าโดยสาร สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามจำกัดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่อาจลุกลามผ่านต้นทุน พลังงาน การขนส่ง และการเดินทางระหว่างประเทศหากวิกฤตยืดเยื้อ ภาคการคมนาคมทั่วโลกอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและโครงข่ายการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

กัลยา ยืนยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...