โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Teen Coach EP.82 : “มิตรภาพระหว่างเพื่อนผู้หญิง” ความสัมพันธ์ที่เหนี่ยวแน่น..แต่เปราะบาง

Dek-D.com

อัพเดต 03 เม.ย. 2566 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 07.18 น. • DEK-D.com
เช็กมิตรภาพกลุ่มเพื่อนสาว ควรไปต่อหรือพอแค่นี้?

มิตรภาพเพื่อนสาวยากแท้ หยั่งถึง และสามารถดึงไปสู่การเป็นซึมเศร้า

น้อง ๆ ผู้หญิงมีใครบ้างที่เคยเจอกับประสบการณ์การจับกลุ่มกับเพื่อนสาวแล้วรู้สึกว่ามันอึดอัด ไม่เป็นตัวเอง ต้องทำตามกฎของกลุ่ม บางทีเราก็นินทาจับพวกกับคนส่วนใหญ่ ในกลุ่มเพื่อแบนเพื่อนอีกคน หรือบางครั้งตัวเราเองโดนเพื่อนเมินแบบงง ๆ ด้วยเหตุผลที่ดูไม่เป็นเรื่อง เช่น เป็นเพราะเราไปคุยกับเพื่อนนอกกลุ่ม ยิ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน การเอาชีวิตรอดจากการบูลลี่เป็นเรื่องยากเหมือนกัน

มีคนไข้มาปรึกษาพี่หมอแมวน้ำเรื่องเพื่อนอยู่บ่อย ๆ ว่า ควรจะทำยังไงดี ในสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดาเพราะเพื่อนผู้หญิงเวลามีอะไรจะไม่คุยกันแบบตรงไปตรงมา ต้องให้คิดแบบอ้อมโลกกว่าจะทำตัวได้ถูกใจเพื่อน อยู่ด้วยแล้วเครียด ต้องระวังตัวขั้นสุด ถ้าใครไม่เคยเจอกับเรื่องแบบนี้คือโชคดีสุด ๆ แนะนำว่าต้องหนังเรื่อง “mean girls”หรืออ่านมังงะเรื่อง “peach girl” ที่นางเอกเป็นเด็กผู้หญิงที่ถือว่าแปลกแตกต่างจากคนอื่น เลยถูกบูลลี่ หรือได้รับมิตรภาพประหลาดที่เพื่อนหยิบยื่นมาให้ เลยรู้สึกไม่ดี

จากข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าเด็กหญิงในช่วงวัยรุ่นมีความชุกของการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ปี 2017 พบว่ามีเด็กหญิงวัยรุ่นมีความชุกของการเป็นโรคซึมเศร้าร้อยละ 20 (เด็กหญิง 100 คนมีคนป่วยเป็นซึมเศร้า 20 คน) อัตราส่วนของเด็กหญิงที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมากกว่าเพศชาย 2:1 ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ทั้งที่เด็กชายและเด็กหญิงก่อนเข้าวัยรุ่นมีการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าใกล้เคียงกันแต่พอเข้าวัยรุ่นมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เช่น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและฮอร์โมน หนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจ คือ “มิตรภาพระหว่างเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน” (Female friendship- FF) หากเรามีความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนหญิงที่ไม่ดีพอ อาจนำไปสู่การป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้

10 ชนิดของ “เพื่อน” ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง (Female Friends)

1. เพื่อนที่เป็นผู้นำ (The Leader):เป็นเพื่อนที่มีความเป็นผู้นำสูง มั่นใจ ริเริ่มที่จะทำสิ่งต่างๆของกลุ่ม

2. เพื่อนที่ยอมรองรับสิ่งต่างๆ (The Doormat):เป็นคนที่ยอมจำนนยอมรับสิ่งต่างๆ ทำตามที่คนอื่นต้องการ ไม่มีปากเสียง ไม่บอกความต้องการหรือความรู้สึกของตนเองกับเพื่อน

3. เพื่อนผู้เสียสละ (Sacrificer): เป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อน 24 ชั่วโมงประหนึ่งเป็น 7-11 ใครๆในกลุ่มก็อยากจะมาขอพึ่งพา เธอจะอุทิศตนเพื่อความสุขของคนอื่น

4. เพื่อนที่ชอบเสพดราม่า (The Misery Lover):เป็นเพื่อนที่ชอบเข้ามาเสพกับเรื่องดราม่าแย่ๆที่เกิดขึ้นกับเรา จากเรื่องเล็กทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เวลาที่เรามีเรื่องดีๆจะไม่ค่อยเข้าหา

5. เพื่อนที่ใช้ประโยชน์จากคนอื่น (The User): เพื่อนประเภทนี้จะมีวัตถุประสงค์ในการกระทำเสมอ ดูผิวเผินเป็นคนที่น่าดึงดูด น่าเข้าหา คนที่คบกับเธอจะทำสิ่งที่เธอต้องการโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นการหลอกใช้และจะทำให้ด้วยความเต็มใจ

6. เพื่อนที่ขี้อิจฉา (The Frenemy):เธอเหมือนจะเป็นเพื่อนที่แสนดี แต่จริงๆเธอมีความอิจฉาที่แรงมากใช้จุดอ่อนของคนอื่นมาเป็นประโยชน์ในการบีบบังคับให้ทำตามที่เธอต้องการ (Manipulation)

7. เพื่อนแสนดีที่ผิวเผินเหมือนเป็นรางวัลในชีวิต (The Trophy Friend):เพื่อนจะเข้ามาทำดีด้วย ให้ในสิ่งที่เราต้องการ จนเรามีความรู้สึกดี เหมือนได้รางวัลในชีวิต เป็นความสัมพันธ์ที่สุขแบบหวือหวา แต่จะจากไปในเวลาไม่นาน

8. เพื่อนที่เหมือนกับเรา (The Mirroring Friend):มีความชอบและความคล้ายกันหลายอย่าง ต่างเป็นเงาสะท้อนของกันและกัน อยู่ร่วมกับเราทั้งเวลาที่สุขหรือทุกข์

9. เพื่อนผู้แบ่งปัน (The Sharer): เป็นเพื่อนที่เล่าและแชร์ทุกเรื่องของตัวเองให้เราฟัง ให้ความสำคัญกับมิตรภาพอย่างมาก ต้องการให้อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่แสนดีตลอดกาล (Best friend forever- BFF) ในเมื่อเขาให้ใจเรามาก เขามีความคาดหวังที่จะได้รับการตอบรับกลับเช่นเดียวกัน

10. เพื่อนที่แท้จริง (The Authentic Friend):เป็นเพื่อนในอุดมคติ เป็นคนที่มีความอดทน ยืดหยุ่น ยอมรับทั้งในส่วนที่ดีและไม่ดีของเรา พูดคุยกันในเรื่องที่ดีที่จะช่วยให้อีกฝ่ายพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เป็นมิตรภาพที่สามารถคงอยู่ในยาว

เด็กหญิงต้องการได้รับการยอมรับที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มและต้องการมีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน (BFF) ในยุคนี้เด็กหญิงจะมีปฏิสัมพันธ์กันทางโซเชียลมีเดีย ใช้เวลาไปกับการแชตคุยเรื่องส่วนตัว การโพสต์สเตตัส การส่องเรื่องคนอื่นแล้วนำมาเมาท์มอย มีการแบ่งทีมเข้าข้างกัน (social support) หมั่นไส้และวางแผนแกล้งคนที่ไม่ชอบ เช่น ปล่อยข่าวลือ กีดกันไม่ให้เข้ากลุ่ม เมินเฉย ซึ่งเป็นการบูลลี่กันอย่างหนึ่ง บางครั้งเราอาจไม่เห็นด้วยแต่ต้องเออออตามความเห็นกลุ่ม ไม่อย่างนั้นจะตกเป็นเป้าเสียเอง

ในแง่วิทยาศาสตร์ผู้หญิงต้องการมิตรภาพที่เหนียวแน่นมากกว่าผู้ชาย การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนสาวอย่างต่อเนื่อง เพิ่มการหลั่งฮอร์โมน Serotonin และ Oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เพิ่มความสุขและทำให้มีความสัมพันธ์แนบแน่นมากขึ้นแต่อย่างที่แต่ละคนน่าจะเคยมีประสบการณ์กันมา คือความสัมพันธ์ของสาว ๆ ที่เหมือนจะสนิทกันมาก แต่โคตรจะเปราะบางและมีลำดับขั้น (Hierarchy)มีคนที่เป็นตัวแม่ที่ชี้นำทุกสิ่งอย่าง แม้จะเป็นเพื่อน แต่ฐานะในกลุ่มเราอาจเป็นได้แค่ลูกกระจ๊อกที่ต้องทำตาม ถูกเหยียด ถูกใช้เป็นคนรับใช้ แต่เราต้องทนเพื่อไม่ให้ทำไปสู่การแตกหักทนในความสัมพันธ์ Toxic เมื่อไรที่เราถูกยัดเยียดข้อหาให้ ทำผิดกฎกลุ่ม คนอื่นแม้แต่คนที่เป็น BFF พร้อมที่จะทิ้งเราเพื่อเอาตัวรอด ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว ถูกทรยศทอดทิ้ง ทำให้ Self Esteem แย่ จนนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้

ควรไปต่อหรือพอแค่นี้กับความสัมพันธ์ Female friend

1.ประเมินคุณภาพความสัมพันธ์

ดูข้อดีข้อเสียของการที่เป็นสมาชิกกลุ่มนี้ว่ามัน healthy หรือเปล่า เช่น เวลาที่มีปัญหาสามารถขอความช่วยเหลือจากคนในกลุ่มได้มั้ย เพื่อนมีท่าทีเป็นอย่างไร เราสามารถบอกความคิดความรู้สึกที่แท้จริงของเราโดยที่ไม่ถูกตัดสินหรือไม่,ความรู้สึกที่เรามีต่อตัวเองเวลาที่อยู่ในกลุ่ม มันทำให้เรารักหรือไม่ชอบตัวเองมั้ย

2. ถ้ามันแย่เราแค่เดินออก

หลังจากคิดทบทวนทุกอย่าง หาสาเหตุว่าเรื่องมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ถ้าความสัมพันธ์ของเรากับกลุ่มเพื่อนสาวมันแย่ บั่นทอนจิตใจ toxic จนเราป่วย เราจะไม่ทนเราสามารถเดินออกมาจากมันได้ เพราะเรามีสิทธิที่จะเลือกชีวิตของเราเอง ถึงแม้เราจะยัง “ไม่มีเพื่อน” ในตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอดไปยังมีคนดี ๆ ที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับเรา เพียงแต่ต้องอาศัยความอดทน รอจังหวะและเวลาที่เหมาะสมที่จะพา BFF มาพบกัน

ก่อนที่จะออกและหลังที่ออกมาจากความสัมพันธ์นั้น ต้องคนที่คอยช่วยเป็นที่ปรึกษาและพักใจ ให้เราได้ระบายความเจ็บปวดจากการสูญเสียมิตรภาพ (ปลอมเปลือก) เพราะมันต้องมีเรื่องดีเกิดขึ้นบ้างแหละ เราถึงยังยอมอยู่ในกลุ่มนั้น จนฟางเส้นสุดท้ายขาดลง

แนะนำให้คุยกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจและคิดว่าจะช่วยเหลือเราได้ เพราะการเดินออกมาจากกลุ่มย่อมมีดราม่าตามมาแน่นอน อย่างการถูกรุมบูลลี่ สิ่งที่ผู้ใหญ่รอบข้างจะช่วยได้คือ ต้องอธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมิตรภาพที่ดี (Healthy Relationship) ว่าความสัมพันธ์ของคนเรา ไม่จำเป็นที่ต้องมีความเห็นเหมือนกันทุกเรื่อง หรือต้องรู้สึกดีและชอบสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำเสมอไป แต่ละคนต้องมีขอบเขตและพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) บางทีเรามีสิทธิที่จะไม่ชอบ ไม่พอใจในการกระทำและคำพูดของอีกฝ่ายได้ หากสื่อสารกันตรงๆ (Direct Communication) บอกในจังหวะที่เหมาะสมจะได้หาทางแก้ปัญหาร่วมกัน การฝืนทำว่าไม่เป็นอะไรทั้งมีความไม่พอใจซ่อนอยู่ สักวันสิ่งที่เก็บกดจะระเบิดออกมาได้ เมื่อเกิดความขัดแย้ง (Conflict) อีกฝ่ายอาจแสดงความไม่พอใจไปสักพักหนึ่ง แต่หากปรับความเข้าใจและให้อภัยกันได้ ทั้งสองฝ่ายจะได้เติบโตทางจิตใจไปด้วยกัน

3. หากยังไม่กล้าเดินออกขออยู่ไปก่อนต้องเพิ่มทักษะการเอาตัวรอด

แม้การอยู่ในกลุ่มทำให้เราต้องสูญเสียตัวตนและอีกหลายอย่างไป แต่การที่จะเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร เพียงแต่เราต้องปรับวิธีการเอาชีวิตรอด ไม่ให้ถูกโขกสับเหมือนที่ผ่านมา เช่น ฝึกการยืนหยัดสิทธิของตน (assertiveness) มันคือการที่เราบอกความคิดความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง รู้จักการปฏิเสธไม่ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ คุยกันเป็นเหตุเป็นผลโดยใช้ “I-message” (เรา+ความรู้สึก+เหตุการณ์ที่เกิดจริง+สิ่งที่เราต้องการให้เกิด) พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ไม่ใช้อารมณ์ เช่น “เรารู้สึกไม่ดีเท่าไรที่ตอนจับทำงานกลุ่ม แกไล่ให้เราไปอยู่กับคนอื่นทั้งที่ก่อนหน้านี้แกบอกจะอยู่ด้วยกัน ครั้งหน้าแกคุยกับเราตรง ๆ ดีกว่า เราจะได้ไปขอคนอื่นอยู่กลุ่มด้วย” ถึงอย่างไรก็ตามให้เตรียมใจรับแรงกระแทกไว้ เพราะสำหรับบางคนการที่เราทำตัวแปลกไปจากเดิม เขาอาจตีความว่าเราต้องการไฝว้ ต่อต้านเขา ทำให้เขาไม่พอใจ โกรธ

4. เรียกความมั่นใจและตัวตนของเราคืนมา

ให้เวลาคิดทบทวนตัวเองว่าเราเป็นคนแบบไหน ตัวตนที่แท้จริงและความต้องการของเราคืออะไร ข้อดีที่น่าภูมิใจและข้อเสียที่แก้ไขได้ ชื่นชมในความเป็นเรา หากนึกเองไม่ออกเพราะเจอเรื่องแย่มาเยอะ เช่น โดนเพื่อนด่าดูถูกจนเราเชื่อตามนั้น ให้ถามจากคนรอบตัวดูแล้วจดบันทึกอาไว้ หากวันไหนที่เราสับสนหลงทางเราจะได้กลับมาอ่านทบทวน เรียกตัวตนของเรากลับมา พยายามหากลุ่มเพื่อนใหม่หรือทำกิจกรรมที่ค่อย ๆ เพิ่มความมั่นใจขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา ไม่ต้องเร่งหรือโทษตัวเองที่มันยังรู้สึกแย่อยู่

การคบกันของสาว ๆ มีทั้งเรื่องสุขและทุกข์ คนที่อยู่ร่วมกันยังไงก็ต้องมีความขัดแย้งเป็นธรรมดา สำคัญที่ว่าเราจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร เพื่อนที่ดีควรเป็นคนที่คุยกันตรง ๆ ได้เพื่อที่จะปรับตัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ประชด งอน หรือบูลลี่เวลาที่ไม่พอใจ หากเราต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์แย่ ๆ อาจทำให้เป็นซึมเศร้า ดังนั้นถ้าอยู่แล้ว toxic แก้ไขเองไม่ได้ผล แนะนำให้เล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง ผู้ใหญ่ที่เราเคารพ หรือพบผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์, นักจิตวิทยา เพื่อรับคำปรึกษาและการช่วยเหลือต่อไป

หมอแมวน้ำเล่าเรื่อง “จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...