ประกันภัยโทรศัพท์มือถือคืออะไร? คุ้มค่าที่จะทำประกันไว้หรือไม่?
รู้หรือไม่! ถ้ามือถือหาย หรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด, โดนขโมย, สูญหาย หรือตัวเครื่องเสียหาย คุณอาจไม่ต้องปวดหัวหรือเสียใจมากในการติดตามค้นหา หากได้ทำประกันภัยโทรศัพท์มือถือไว้ จะช่วย save ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้ แถมบางประกันยังมีโทรศัพท์มือถือไว้ให้ใช้งานระหว่างรอประกันอนุมัติด้วย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า ประกันภัยโทรศัพท์มือถือคืออะไร ประกันภัยโทรศัพท์มือถือมีกี่ประเภท ควรทำประกันภัยโทรศัพท์มือถือไว้หรือไม่?
การประกันภัยโทรศัพท์มือถือ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
- ประเภท 1 : ประกันร้าน
- ประเภท 2 : ประกันศูนย์
- ประเภท 3 : ประกันภัยโทรศัพท์มือถือ (ซื้อแยก)
ประกันร้าน คืออะไร เมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือจากร้านจะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติ โดยจะได้รับความคุ้มครองไม่เกิน 7 วัน หากมีความผิดปกติที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุผู้ใช้งาน ปกติจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที หลังจากพิสูจน์สาเหตุแน่ชัด อาทิ เครื่องเปิดไม่ติด, เลนส์กล้องมีปัญหา, หน้าจอแสดงผลสีผิดเพี้ยน, ปุ่มควบคุมกดไม่ติด ใช้งานไม่ได้, แบตเตอรี่ชาร์จแบตฯ ไม่เข้า เป็นต้น หากเกิดปัญหาให้นำโทรศัพท์มือถือไปแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับร้านที่ซื้อได้เลย
อย่างไรก็ดีก่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ ควรทดลองกดปุ่มต่างๆ บนตัวเครื่องและทดลองฟังก์ชั่นต่างๆ ให้ดีก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง ที่สำคัญเก็บใบเสร็จไว้ด้วย เผื่อว่าเกิดปัญหาใดขึ้นมา จะทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ!!!
ประกันศูนย์ คืออะไร เป็นประกันที่เมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือจะได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองจากแบรนด์นั้นๆ ส่วนใหญ่สิทธิ์ความคุ้มครองจะไม่เกิน 1 ปี ถ้าเครื่องมีปัญหาสามารถส่งเคลมได้เลย แต่คุ้มครองเฉพาะอาการชำรุดเกิดจากความผิดพลาดของตัวเครื่องอันเนื่องจากการผลิตเท่านั้น
ไม่ใช่ปัญหาจากการใช้งาน
วิธีการเคลมประกันศูนย์ : ผู้ซื้อต้องแสดงใบเสร็จเงิน/ใบกำกับภาษี หรือใบรับประกันเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงวันที่ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการการคุ้มครองการรับประกันผลิตภัณฑ์และการเก็บใบรับประกันและหลักฐานการซื้อไว้ตลอดการใช้งาน
ข้อแตกต่างระหว่าง ประกันร้านและประกันศูนย์
--- สำหรับประกันร้าน เคลมได้ทันทีไม่เกิน 7 วัน แต่บางร้านก็จัดไปเลย 30 วัน เมื่อเครื่องเกิดปัญหาจากการผลิต เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที
--- ส่วนประกันศูนย์ เกินประกันจากร้านมาแล้ว แต่ประกันศูนย์จะเป็นของแบรนด์นั้นๆ เมื่อเกิดปัญหาส่งเคลมได้เลยเช่นกัน แต่ต้องไปที่ศูนย์บริการเท่านั้น
ประกันภัยโทรศัพท์มือถือคืออะไร เมื่อเกิดอุบัติเหตุตกหล่น, ตกน้ำ, น้ำท่วมม พายุ, ไฟไหม้, ฟ้าฝ่า, โดนขโมย หรือสูญหาย ผู้ทำประกันจะได้รับความคุ้มครอง จากเบี้ยประกันที่ได้จ่ายไปของแต่ละกรณีที่ทำไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดประกันภัยแต่ละผู้ให้ประกัน
ดังนั้นผู้ทำประกันต้องตรวจสอบ รายละเอียดกรมธรรม์ให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองอย่างครบถ้วน และตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด
การทำประกันภัยมือถือ ดีอย่างไร จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ที่เกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ ไม่ต้องจ่ายในราคาเต็ม เช่น ค่าซ่อมแซมทั้งหมด 9,000 บาท ผู้ที่ทำประกันไว้ก็จะไม่ต้องจ่ายในราคาเต็ม แต่จะจ่ายเท่าใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกัน ของแต่ละราย
ก่อนทำประกันภัยโทรศัพท์มือถือ ควรอ่านรายละเอียดที่สำคัญอะไรบ้าง
- ประเภทของกรมธรรม์
- สิทธิความคุ้มครอง
- เงื่อนไขการรับประกันทั่วไป
- เงื่อนไขและข้อยกเว้นไม่รับประกัน
- ระยะเวลาคุ้มครอง
- อาณาเขตคุ้มครอง
- วงเงินคุ้มครอง
- เอกสารประกอบในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- การรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก มีหรือไม่ และเสียเป็นเงินเท่าไหร่ ?
ตัวอย่างผู้ให้บริการด้านการประกันภัยโทรศัพท์มือถือ
- AIS Insurance Service
- TRUE PROTECH
- dtac Mobile Care
- JayMart Phone Insure
- กรุงเทพประกันภัย
- ไทยศรีประกันภัย
- กรุงศรี พร้อม คุ้มครองมือถือ
- กล้วย กล้วย Insurance
- อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ก่อนทำประกันภัยโทรศัพท์มือถือ เงื่อนไขใดที่ควรต้องมีในกรมธรรม์
- ปราศจากความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก
- เข้าศูนย์ซ่อมจากศูนย์แบรนด์นั้นๆ เท่านั้น
- ใช้อะไหล่แท้ในการซ่อมแซมเท่านั้น
อย่างไรก็ดีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ควรพิจารณาถึงประโยชน์ อ่านรายละเอียด เงื่อนไขต่างๆ ในการทำประกันภัยทุกครั้ง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง ตามประกันที่เราได้จ่ายออกไป
ที่สำคัญคือ วงเงินคุ้มครอง โดยจะไม่ใช่ 100% อย่างน้อย 1-3 ปี ควรคุ้มครองขั้นต่ำที่ 50% ขึ้นไป