โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท. ย้ำเดินหน้ามาตรการสแกนหน้า ทำธุรกรรมการเงินตามไทม์ไลน์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 เม.ย. 2566 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2566 เวลา 11.39 น.

ผู้ว่าการ ธปท. แจงการดำเนินการตามมาตรการป้องกันภัยทุจริตทางการเงินเดินหน้าตามไทม์ไลน์ ชี้แต่ละแบงก์มีความพร้อมไม่เหมือนกัน เปิดแนวปฏิบัติแบงก์ชาติตีกรอบสถาบันการเงิน-แบงก์รัฐ-ผู้ประกอบการ e-Money ต้องปฏิบัติ

วันที่ 24 เมษายน 2566 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงนโยบายการให้สถาบันการเงินเพิ่มมาตรการป้องกันภัยทุจริตทางการเงิน ด้วยการให้ผู้ใช้บริการต้องมีการสแกนใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมเข้าข่ายเงื่อนไข ว่า ขณะนี้ การดำเนินการเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ ซึ่งแต่ละแบงก์จะมีความพร้อมไม่เหมือนกัน

เข้ม “แบงก์-ธุรกิจ e-Money” ต้องปฏิบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ส่งหนังสือเวียนถึงผู้ให้บริการทางการเงิน ทั้งสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ให้บริการชำระเงินภายใต้การกำกับทุกราย โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่ให้บริการเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะที่ให้บริการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการทางการเงินอื่นได้ (บัญชี e-Money ที่โอนเงินได้) สำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมจากแนวนโยบายการบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนี้

1. การป้องกันภัย (Protection)

(1.1) การเปิดบัญชีเงินฝากหรือบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้ ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากหรือบัญชี e-Money เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานการแสดงตนของผู้ใช้บริการมีความถูกต้อง แท้จริงและเป็นปัจจุบัน รวมถึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะเปิดบัญชีหรือเปิดใช้บริการ เป็นผู้ใช้บริการรายนั้นจริง รวมถึงให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากหรือบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้ แบบไม่พบเห็นผู้ใช้บริการต่อหน้า (non-face-to-face) ทุกครั้ง ต้องมีวิธีการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการ (authenticate) ที่รัดกุมโดยใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของผู้ใช้บริการ (biometic comparison) และเทคโนโลยี liveness detection เป็นขั้นต่ำ
หรือใช้วิธีการอื่นที่เทียบเท่า เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ทำธุรกรรมเปิดบัญชีและลดโอกาสการสวมรอยจากผู้ทำทุจริต

(1.2) จัดให้มีการยืนยันตัวฒนผู้ใช้บริการในขั้นตอนการทำธุรกรรมผ่านช่องทางให้บริการ mobile banking และช่องทางให้บริการ e-Money ที่โอนเงินได้ โดยใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของผู้ใช้บริการ (biometric comparison) ซึ่งอาจพิจารณาเพิ่มเติมเทคโนโลยี liveness detection ร่วมด้วย ตามความเหมาะสมหรือใช้วิธีการอื่นใดที่มีความรัดกุมเทียบเท่า เมื่อธุรกรรมดังกล่าวเป็นธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • ทำธุรกรรมโอนเงินในแต่ละครั้งมีมูลค่า ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป หรือ
  • ทำธุรกรรมโอนเงิน มูลค่ารวมกัน ครบทุก ๆ 200,000 บาท ในรอบระยะเวลา 1 วัน หรือ
  • ปรับเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินต่อวัน ให้สามารถโอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

ทั้งนี้ หากการทำธุรกรรมข้างต้นเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การทำธุรกรรมโอนเงินระหว่างบัญชีตนเอง หรือการทำธุรกรรมโอนเงินประจำอัตโนมัติ (automatic recurring transfer) และได้ยืนยันตัวตนไปแล้วในครั้งแรก เป็นต้น อาจพิจารณางดเว้นการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการได้

ทั้งนี้ เงื่อนไขการทำธุรกรรมที่ต้องจัดให้มีการยืนยันตัวตนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ ธปท. กำหนด เพื่อป้องกันการใช้บัญชีของบุคคลอื่นมาเป็นช่องทางในการกระทำความผิด ให้เท่าทันภัยทุจริตใหม่ ๆ และเพียงพอเหมาะสมกับรูปแบบการให้บริการทางการเงินในอนาคต

(1.3) จัดให้มีกระบวนการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขั้นตอนการเปิดบัญชีเงินฝาก การเปิดใช้บริการ mobile banking การเปิดบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้ รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทศัพท์ โดยตรวจสอบให้ชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากหรือบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้ตรงกันกับชื่อเจ้าของเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่

ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ให้บริการทางการเงินไม่สามารถปฏิบัติได้จะต้องมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เพียงพอ เช่น พิสูจน์ได้ว่าเป็นการเปิดบัญชีเพื่อให้บุคคลในครอบครัวใช้งานหรือเปิดเพื่อใช้ในธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น เพื่อป้องกันการนำหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลอื่นมาใช้ในการเปิดใช้บริการ mobile banking หรือเปิดบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้

(1.4) กำหนดให้ผู้ใช้บริการสามารถเปิดใช้บริการ mobile banking หรือเปิดใช้บริการ e-Money ที่โอนเงินได้ ได้เพียง 1 บัญชีผู้ใช้งาน และจำกัดให้ใช้งานบน 1 อุปกรณ์เท่านั้น ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการทางการเงินมีบริการ mobile banking หรือบริการ e-Money ที่โอนเงินได้มากกว่า 1 แอปพลิเคชั่น สามรถเปิดบัญชีผู้ใช้งานได้
ตามจำนวนแอปพลิเคชั่น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางการเงินอนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้ได้มากกว่า 1 อุปกรณ์ ผู้ให้บริการทางการเงินต้องสามารถติดตามและตรวจจับได้ว่าอุปกรณ์ถูกใช้งานจากผู้ใช้บริการจริง เช่น การติดตามจากอุปกรณ์ สถานที่ และพฤติกรรมในการทำธุรกรรม ของผู้ใช้บริการที่อาจผิดปกติไปจากเดิม เป็นต้น
เพื่อป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรมจากมิจฉาชีพ

(1.5) กำหนดเพดานวงเงินสูงสุดต่อวันสำหรับธุรกรรมถอนเงินหรือโอนเงินในช่องทางการทำธุรกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมตามความระดับเสี่ยงของกลุ่มผู้ใช้บริการแต่ละประเภท เพื่อลดความเสียหายเมื่อกลุ่มผู้ใช้บริการเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำทุจริต

ทั้งนี้ กรณีกลุ่มผู้ใช้บริการที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ให้กำหนดวงเงินของช่องทางให้บริการทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ (mobile banking) ช่องทางให้บริการทางอินเทอร์เน็ต (internet banking) ช่องทางสาขาอิเล็กทรอนิกส์ และช่องทางให้บริการe-Money สูงสุดช่องทางละไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน

(1.6) งดเว้นแนบลิงก์ทุกประเภทผ่านช่องทางข้อความสั้น (SMS) และช่องทางอีเมล์ สำหรับกรณีช่องทางโซเชียลมีเดียงดเว้นแนบลิงก์เฉพาะที่เป็นการขอข้อมูลในการยืนยันตัวตนและข้อมูลสำคัญส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน รหัส OTP รหัส PIN หมายเลขบัตรประชาชนชน วันเดือนปีเกิด เป็นต้น ทั้งนี้ ยกเว้นกรณี

ผู้ใช้บริการดำเนินการร้องขอเองเป็นรายครั้งสามารถแนบลิงก์ได้ทั้ง 3 ช่องทาง เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากมิจฉาชีพสวมรอยเป็นผู้ให้บริการทางการเงินและหลอกขอข้อมูล (social engineering หรือหลอกลวงให้ทำธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งสื่อสารเน้นย้ำกับผู้ใช้บริการทราบว่าผู้ให้บริการทางการเงินไม่มีนโยบายส่งลิงก์หรือให้ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ผ่านช่องทางดังกล่าว

(1.7) ปรับปรุงระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยการให้บริการ mobile banking และการให้บริการ e-Money ที่โอนเงินได้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและหลักเกณฑ์ของ ธปท. รวมถึงเท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่อยู่เสมอ โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องเร่งดำเนินการปิดช่องโหว่โดยเร็วตามระดับความเสี่ยงหรือดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ ธปท. กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆได้อย่างทันกาล

(1.8) จัดให้มีการประเมินความตระหนักรู้ต่อภัยทุจริต (awareness test) เมื่อผู้ใช้บริการเริ่มต้นใช้บริการ mobile banking และบริการ e-Money ที่โอนเงินได้ ครั้งแรก และประเมินอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 6 เดือน เป็นขั้นต่ำ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อภัยทุจริต และเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ โดยอาจพิจารณานำผลการประเมินไปใช้ประกอบมาตรการป้องกันภัยทุจริตอื่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ใช้เป็นปัจจัยเพิ่มเติมในการกำหนดระดับความเสี่ยงของผู้ใช้บริการ การกำหนดความเข้มข้นในการสร้างความตระหนักรู้ หรือกำหนดค่าเริ่มต้นของวงเงินทำธุรกรรมต่อวัน เป็นต้น

2. การตรวจจับ (Detection)

(2.1) จัดให้มีระบบตรวจจับและติดตามธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติ ที่สามารถตรวจจับได้อย่างทันท่วงที (near real-time) และต่อเนื่อง ทั้งในและนอกเวลาทำการ และดำเนินการระงับธุรกรรมทันทีเป็นการชั่วคราวเมื่อตรวจพบ

(2.2) กำหนดเงื่อนไขการตรวจจับและติดตามธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติ และจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขอย่างสม่ำสมอ ครอบคลุม การใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชี e-Money ที่โอนเงินได้ ของบุคคลอื่นมาเป็นช่องทางในการรับเงินและถ่ายโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด (บัญชีม้า) โดยมีเงื่อนไขอย่างน้อย
ดังนี้

  • ธุรกรรมโอนเงินที่มีลักษณะการใช้งานที่ผิดปกติ เช่น ธุรกรรมที่มีความถี่สูง
  • ธุรกรรมที่มีการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝาก หรือบัญชี e-Money ต้องสงสัย
  • บัญชีที่ปกติไม่มีการเคลื่อนไหว แต่เกิดการโอนเงินออกผิดปกติ
  • บัญชีที่มีการโอนเงินเข้ามาจำนวนมากโดยโอนเข้ามาจากหลายบัญชีแต่โอนออกไปยังบัญชีปลายทางเพียงไม่กี่บัญชี
  • บัญชีที่มีปริมาณเงินโอนเข้าและออกจำนวนมากแต่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ รวมถึงไม่มีเงินคงค้างในบัญชี (clear out)
  • บัญชีที่มีปริมาณเงินโอนเข้าและออกผิดปกติ เช่น ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเปิดบัญชี รายได้ และอาชีพ เป็นต้น
  • บัญชีที่มีการโอนเงินเข้าและออกมูลค่าน้อยในระยะเวลาสั้น ๆ หลายครั้ง ก่อนมีการโอนเงินยอดสูงและโอนออกไปทันที

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการทางการเงินที่ตรวจพบบัญชีม้าหรือการหลอกลวงจำนวนมาก อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น

  • บัญชีที่ถูกยืนยันตัวตนอย่างกระจุกตัวเพื่อเปิดบัญชีในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เช่น ตู้ ATM ที่ใช้ยืนยันตัวตนจำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นต้น
  • บัญชีหลายบัญชี (ต่างบุคคล) ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน ในการเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรม
  • บัญชีที่มีการทำธุรกรรมจากต่างสถานที่ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน หรือจากสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งอาชญากรรม
  • บัญชีกลุ่มเปราะบางที่อาจถูกหลอกลวง เช่น ผู้ใช้บริการที่อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือผู้สูงวัย

3. การตอบสนองและรับมือ (Response)

(3.1) จัดให้มีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (hotline) ทางโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อได้โดยตรงแยกออกจากช่องทางให้บริการปกติ อย่างเพียงพอและต่อเนื่องทั้งในและนอกเวลาทำการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งเหตุภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ หลังได้รับแจ้งเหตุ ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

(3.2) เมื่อผู้ให้บริการทางการเงินตรวจสอบพบบัญชีที่มีลักษณะเข้าข่ายกรณีบัญชีม้าให้รายงานเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) หรือกรณีได้รับแจ้งจากสำนักงาน ปปง. ให้ดำเนินการจำกัดช่องทางการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดให้ทำธุรกรรมแบบพบหน้าเท่านั้น พิจารณาปรับระดับความเสี่ยงของผู้ใช้บริการเป็นผู้ใช้บริการที่มีความเสี่ยงสูง ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (enhanced CDD) โดยให้เพิ่มความระมัดระวังในการสร้างความสัมพันธ์ เฝ้าระวังการทำธุรกรรมอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการทางการเงินไม่สามารถดำเนินการ enhanced CDD ได้ ให้กำหนดมาตรการในการปฏิเสธความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ไม่ทำธุรกรรมหรือยุติความสัมพันธ์ และหากพบว่ามีการทำธุรกรรมมีเหตุอันควรสงสัย ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อลดการนำบัญชีไปใช้เป็นเครื่องมือทำทุจริตและจำกัดความเสียหายจากการหลอกลวง

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางในการดำเนินการ ให้ผู้ให้บริการถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า รวมถึงประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงาน ปปง. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด

(3.3) ดำเนินการ ระงับ อายัด จำกัดวงเงิน โดยทันที ตามที่ระบุในหนังสือคำสั่งจากพนักงานสอบสวน เพื่อสกัดกั้นการนำเงินออกจากระบบของมิจฉาชีพและจำกัดความเสียหายในกรณีผู้ใช้บริการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างทำธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งดำเนินการตามที่กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด

(3.4) จัดให้มีกลไกการสื่อสารทั้งกับหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น call center และหน่วยงานภายนอก โดยกำหนดระยะเวลาในการสื่อสารให้ชัดเจนตามระดับความสำคัญ เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างทันกาล และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ

(3.5) กรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นจากภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมทางการเงิน ให้ผู้ให้บริการทางการเงินช่วยเหลือและดูแลผู้ใช้บริการตามสมควร และหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดหรือบกพร่องของผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเยียวยาความเสียหายอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมให้กับผู้ใช้บริการโดยเร็ว

ซึ่งจะต้องไม่เกิน 5 วันนับแต่วันที่ผู้ให้บริการทางการเงินพิสูจน์ทราบความผิดพลาดหรือบกพร่องดังกล่าว

4. ความร่วมมือ (Collaboration)

(4.1) ให้การสนับสนุนข้อมูลให้แก่พนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเร็ว หรือแก่พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องเมื่อถูกร้องขออย่างทันกาล เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและติดตามหาผู้กระทำผิด โดยจัดให้มีผู้รับผิดชอบในการดูแลและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างชัดเจน และให้จัดเตรียมข้อมูลอย่างน้อยครอบคลุมในเรื่องดังต่อไปนี้

  • หมายเลข IP address ที่ใช้ในการทำธุรกรรม
  • ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น เลขบัญชีปลายทาง ชื่อผู้รับหรือชื่อบัญชีปลายทาง เป็นต้น
  • ข้อมูลเชิงเทคนิคของอุปกรณ์ที่ใช้ทำธุรกรรม เช่น OS version, MAC address, device ID, mobile application version, browser version, IMEI number และหมายเลขโทรศัพท์ของอุปกรณ์ที่ใช้ทำธุรกรรม (MSISDN) เป็นต้น

(4.2) สนับสนุนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการสื่อสารแก่ประชาชนผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง และป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ๆ โดยมีข้อความแจ้งเตือนภัยทุจริตและหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ ที่เด่นชัดและสังเกตเห็นได้ง่าย ก่อนการทำ
ธุรกรรมทุกครั้งผ่านช่องทางให้บริการ mobile banking หรือช่องทางให้บริการ e-Money ที่โอนเงินได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...