โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วัดผลงาน ‘AIS – TRUE- DTAC’ ก่อนควบรวม

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ก.พ. 2566 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2566 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

วัดผลงาน AIS TRUE และ DTAC ก่อนควบรวม ย้อยดูผลการดำเนินงานปี 2565 ของ 3 ผู้เล่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย

ปี 2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมกับการแข่งขันอันดุเดือด เพราะถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนที่ผู้เล่นเบอร์ 2 และเบอร์ 3 อย่าง TRUE และ DTAC จะปิดดีลการควบรวมกิจการเกิดเป็นบริษัทใหม่ เพื่อเข้ามาเขย่าบัลลังก์ของ AIS ที่เป็นเจ้าตลาดมาอย่างยาวนาน

ควบรวม

ดังนั้น เราจึงได้สรุปภาพรวมผลการดำเนินงานของปี 2565 ของ 3 ผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมาเปรียบเทียบให้เห็นกันแบบชัดๆ ในบทความนี้

สำหรับ AIS บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น ADVANC แม้จะเผชิญความท้ายทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนจากราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถทำรายได้รวม 185,485 ล้านบาท เติบโต 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิลดลง 3.4% เป็น 26,011 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 4.24 บาทต่อหุ้น

ควบรวม

กลุ่มธุรกิจที่หนุนการเติบโตให้กับ AIS มาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fibre ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 19% เติบโตเหนืออุตสาหกรรม และมีจำนวนลูกค้ารวมทั้งสิ้น 2.2 ล้านราย ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 16% อีกกลุ่มคือธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ซึ่งสร้างการเติบโตได้ถึง 26% จากปีก่อน ด้วยความพร้อมเต็มรูปแบบของ Intelligent Network, Cloud Platforms และ Cyber Security

ด้านธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นฐานรายได้หลักของ AIS ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือรวม 46 ล้านเลขหมาย รักษาส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 โดยเฉพาะในส่วนของการให้บริการ 5G ที่วันนี้มีลูกค้าอยู่ที่ 6.8 ล้านราย เติบโตก้าวกระโดดจาก 2.2 ล้านราย ในปี 2564

มากันที่ฝั่ง TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือเป็นปีที่รายได้และกำไรปรับตัวลดลง โดยมีรายได้รวม 135,076 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 18,285 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายพิเศษ

ประกอบกับรายได้ที่ปรับลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ TrueMove H เนื่องจากการแข่งขันในตลาดที่สูง กดดันรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU) ลดลง เช่นเดียวกับบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของ TrueOnline ที่รายได้หดตัว แม้ฐานลูกค้ายังคงเติบโต ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 4.97 ล้านราย ครองส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาด

ควบรวม

ในส่วนของ DTAC หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) รายได้รวม 80,600 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,119 ล้านบาท ลดลง 7.1% จากปีก่อน เนื่องจากการลดลงของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย เพราะการแข่งขันที่เข้มข้น โดย ณ สิ้นปี 2565 DTAC มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่ากับ 21.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านเลขหมายจากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าระบบเติมเงิน

ทั้งนี้ การควบรวมระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น กับ โทเทิล แอคเซส เป็นบริษัทใหม่ที่ชื่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ (SP) ของบริษัททั้ง 2 แห่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2566 เพื่อเตรียมการจัดสรรหุ้นสามัญของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ DTAC และ TRUE และการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำหุ้นสามัญของบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดังนั้น TRUE บริษัทใหม่ คาดว่าจะเริ่มกลับมาซื้อขายในวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยมุมมองของ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) วิเคราะห์ว่าบริษัทใหม่หลังการควบรวมจะได้ประโยชน์จากแผนการทำงานร่วมกัน (Synergy) ทั้งด้านการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ไม่เร็ว ประกอบกับราคาหุ้น DTAC และ TRUE ในปัจจุบัน ได้สะท้อนมูลค่า Synergy ไปบางส่วนแล้ว ทำให้ upside น่าจะมีจำกัด

เพราะฉะนั้น เรียกว่าเวลานี้ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับความเปลี่ยนแปลงมหาศาลในวงการสื่อสารโทรคมนาคมไทย ซึ่งจะเหลือบริษัทเอกชนผู้ให้บริการเพียง 2 รายยักษ์ใหญ่เท่านั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...