โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชะตากรรมจักรวรรดิกรีก หลังสิ้น “อเล็กซานเดอร์มหาราช”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 11.22 น.
ภาพเขียนขบวนพระศพ และ ภาพโมเสกของ อเล็กซานเดอร์มหาราช (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เกิดอะไรขึ้นกับ “จักรวรรดิกรีกมาเซโดเนีย หลังสิ้นอเล็กซานเดอร์มหาราช ?

การสิ้นพระชนม์ของ อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)ด้วยวัยเพียง 33 ปี ที่เมืองบาบิโลน เมื่อปี 323 ก่อนคริสตกาล ส่งผลให้ จักรวรรดิกรีกมาเซโดเนีย ที่พระองค์สถาปนาขึ้นจากการพิชิตดินแดนมากมายสั่นคลอน

อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลตั้งแต่กรีก เอเชียไมเนอร์ (เอเชียน้อย/ตุรกี) อียิปต์ ซีเรีย เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย เอเชียกลาง และตอนเหนือของอินเดีย เหล่านี้แทบอยู่ในภาวะสุญญากาศทางอำนาจทันที เพราะกษัตริย์หนุ่มแห่งมาซิดอนไม่มีทายาทและไม่เคยแต่งตั้งใครเป็นผู้สืบทอดของพระองค์อย่างเป็นทางการ

ด้วยเหตุนี้ เหล่านายพลหรือขุนศึกของ อเล็กซานเดอร์มหาราช จึงลงมือ “แยก” จักรวรรดิของพระองค์ออกเป็นอาณาจักรของตนเองและทำสงครามขับเคี่ยวกันเองหลายครั้ง

ขุนศึกกรีกในฐานะผู้ปกครองและชาวกรีกที่โยกย้ายเข้ามาอยู่ในดินแดนแห่งใหม่ที่พวกเขาพิชิตยังผสมผสานอารยธรรมกรีกเข้ากับอารยธรรมระดับสูงของดินแดนใต้ปกครอง โดยเฉพาะอารยธรรมอียิปต์และเมโสโปเตเมีย-เปอร์เซีย เกิดเป็นอารยธรรมลูกผสมขึ้นทั่วพื้นที่ (อดีต) จักรวรรดิกรีกมาเซโดเนีย

นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานี้ว่า สมัยเฮลเลนิสติก (Hellenistic period)มีกษัตริย์องค์สำคัญ คือ ปโทเลมีที่ 1 (Ptolemy I)แห่งอียิปต์ และเซลิวคุสที่ 1 (Seleucus I)แห่งซีเรียและเปอร์เซีย โดยอาณาจักรใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่

อาณาจักรมาเซโดเนีย ของราชวงศ์แอนติโกนิด สถาปนาเมื่อราวปี 275 ก่อนคริสกาลโดย แอนติโกนุส โกนาตัส (Antigonus Gonatas) ขุนศึกชาวมาซิดอน ครอบคลุมพื้นที่ราชอาณาจักรมาเซโดเนียและนครรัฐบริวารบริเวณทะเลเอเจียนของกรีก

อาณาจักรอียิปต์ ของราชวงศ์ปโทเลมี สถาปนาโดย ปโทเลมี หรือฟาโรห์ปโทเลมีที่ 1 อดีตนายพลคนสำคัญของอเล็กซานเดอร์มหาราช อาณาจักรอียิปต์-กรีกนี้สืบทอดระบอบการปกครองซึ่งถอดแบบมาจากอียิปต์โบราณที่ปกครองแบบรวมศูนย์ มีอำนาจเหนือดินแดนอียิปต์ทั้งมวลบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์

จักรวรรดิเซลิวซิด ของราชวงศ์เซลิวซิด สถาปนาโดย เซลิวคุส หรือกษัตริย์เซลิวคุสที่ 1 มีสถานะเป็น “จักรวรรดิ” เพราะครอบครองพื้นที่ของชาติพันธุ์จำนวนมากในดินแดนตั้งแต่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ตอนใต้ของเอเชียไมเนอร์ ซีเรีย เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย ไปจรดลุ่มแม่น้ำสินธุในอินเดีย

ระเบียบการปกครองของเซลิวซิดยืดหยุ่นกว่าอียิปต์ เพราะอำนาจการควบคุมดินแดนส่วนใหญ่กระจายไปอยู่กับผู้ว่าการมณฑลและประเทศราช (Satrapies) ตามแบบฉบับจักรวรรดิเปอร์เซียเดิม

นอกจากอาณาจักรขนาดใหญ่เหล่านี้ ยังมี อาณาจักรเพอร์กามีน (Pergamene)ของ ยูเมเนส (Eumenes)เจ้านครเพอร์กามุม (Pergamum) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของคาบสมุทรอนาโตเลียหรือเอเชียไมเนอร์ และ อาณาจักรแบคเตรีย (Bactria) รัฐราชาธิปไตยของชาวกรีก บริเวณเติร์กเมนิสถานและอัฟกานิสถานในปัจจุบัน รวมถึงนครรัฐกับอาณาจักรกรีกขนาดเล็กอีกหลายแห่งบริเวณภาคเหนือของอินเดีย

ส่วนบริเวณคาบสมุทรกรีก บรรดานครรัฐหรือเมืองต่าง ๆ ล้วนปกครองตนเองอย่างเป็นอิสระ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ สันนิบาตอาเคียน (Achaean League) เมืองสำคัญ ได้แก่ ธีบส์, คอรินท์ และอากอส กับสันนิบาตเอโทเลียน (Aetolian League) บริเวณคาบสมุทรเพโลพอนีส ได้แก่ สปาร์ตากับเอเธนส์ นครรัฐเหล่านี้ปกครองด้วยระบอบคณาธิปไตยและทำสงครามกันทั้งระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม และร่วมมือกันเพื่อต่อต้านอาณาจักรกรีกเฮลเลนิสติกอื่น ๆ ด้วย

การพิชิตดินแดนในยุคแห่งการรณรงค์สงครามของ อเล็กซานเดอร์มหาราช มีส่วนสำคัญอย่างมากที่นำพาอารยธรรมกรีกไปยังดินแดนไกลโพ้นที่ชาวกรีกก่อนสมัยของพระองค์แทบไม่สามารถจินตนาการได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกระแสการอพยพของชาวกรีกจำนวนมากไปยังอาณาจักรเฮลเลนิสติกทางตะวันออก เมื่อจักรวรรดิเมเซโดเนียสลายตัว พระราชวงศ์ของอเล็กซานเดอร์มหาราชถูกกวาดล้าง และสงครามชิงอำนาจของเหล่าขุนศึกดำเนินไปอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี

อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ อิทธิพลของนครรัฐต่าง ๆ บนคาบสมุทรกรีกลดลงอย่างมาก แม้แต่กรุงเอเธนส์ ศูนย์กลางอารยธรรมและบ่อเกิดภูมิปัญญากรีกยุคคลาสสิกยังเสื่อมบทบาทลง

ความเสื่อมของนครรัฐกรีกบน “แผ่นดินแม่” มีที่มาส่วนหนึ่งจากศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ของชาวกรีก หรืออารยธรรมกรีกเฮลเลนิสติกย้ายไปอยู่ในอาณาจักรทางตะวันออก โดยเฉพาะเมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria)ในอียิปต์ ศูนย์กลางการปกครองของราชวงศ์ปโทเลมี และแอนติออค (Antioch)ของจักรวรรดิเซลิวซิด ศูนย์กลางอำนาจของของราชวงศ์เซลิวซิด รวมถึง เซลิวเซีย (Seleucia)นครหลวงแห่งใหม่ในภูมิภาคเมโสโปเตเมียที่กษัตริย์เซลิวคุสที่ 1 สถาปนาขึ้นแทนกรุงบาบิโลน

ก่อนหน้านั้น ยุคของอเล็กซานเดอร์มหาราชยังมีการสถาปนานครขนาดใหญ่และนิคมทหารของชาวกรีกกว่า 200 แห่งทั่วจักรวรรดิมาเซโดเนีย และสืบเนื่องถึงยุคเฮลเลนิสติก ราชวงศ์ปโทเลมีและเซลิวซิดยังมีนโยบายเน้นความแข็งแกร่งของกองทัพ พวกเขาจัดตั้งนิคมทหารขนาดใหญ่ทั่วพื้นที่ของตน นิคมเหล่านี้จึงพัฒนาไปสู่นครรัฐแบบกรีก มีทั้งตลาด วิหาร โรงละคร/มหรสพ โรงอาบน้ำสาธารณะ สนามกีฬา และโรงเรียน (Gymnasion)

นครรัฐเหล่านี้ยังมีขนาดมหึมากว่านครรัฐกรีกแบบดั้งเดิมมาก ทั้งเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมกรีกเฮลเลนิสติกในดินแดนตะวันออก

อาณาจักรเฮลเลนิสติกสลายตัว

อย่างไรก็ตาม ปลายศตวรรษที่ 3 และหลังล่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล เค้าลางการสิ้นสุดของราชอาณาจักรเฮลเลนิสติกก็มาถึง เมื่อราชวงศ์แอนติโกนิดเกิดความขัดแย้งกับ สาธารณรัฐโรมัน (Roman Republic)และพ่ายแพ้ในสงครามกับโรมันอย่างต่อเนื่อง ส่วนราชวงศ์ปโทเลมีกับราชวงศ์เซลิวซิดก็ทำสงครามกันมาอย่างยาวนานเพื่อแย่งชิงพื้นที่บริเวณซีเรียและปาเลสไตน์ เมเซโดเนียกับอียิปต์เองยังขัดแย้งกันเรื่องการควบคุมทะเลอีเจียนด้วย

ขณะเดียวกัน จักรวรรดิเซลิวซิดก็ประสบปัญหาการควบคุมหัวเมืองและรัฐประเทศราช เกิดความแตกแยกจากภายใน เกิดภาวะจลาจลและการลุกฮือของเมืองขึ้นที่พยายามปลดแอกตนเอง พวกเขาสูญเสียมณฑลทางตะวันออกให้พวกสักกะ (Shakas) จากอินเดีย สูญเสียพื้นที่เมโสโปเตเมียให้พวกพาร์เทียน (Parthians) นักรบบนหลังม้าจากเอเชียกลาง จนเหลือพื้นที่ควบคุมเพียงบริเวณซีเรียถึงแม่น้ำยูเฟรตีสในเมโสโปเตเมียเท่านั้น

ปัญหาทับซ้อนเหล่านี้ทำให้อาณาจักรกรีกเฮลเลนิสติกทั้งหลายอยู่ในภาวะระส่ำระสายและไร้เสถียรภาพอย่างหนัก เมื่อมาเซโดเนียถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของโรมันเมื่อปี 149 ก่อนคริสตกาล สันนิบาตกรีกทั้งสองจึงทำการต่อต้านโรมันอยู่ระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายพ่ายแพ้จนหมดสภาพ สาธารณรัฐโรมันจึงสามารถผนวกนครรัฐกรีกเหล่านั้นได้ในปี 146 ก่อนคริสตกาล

สมัยเฮลเลนิสติกซึ่งกินระยะเวลาตั้งแต่การสิ้นพระชนม์ของ อเล็กซานเดอร์มหาราช ในปี 323 ก่อนคริสตกาล จึงสิ้นสุดในปี 146 ก่อนคริสตกาล ที่โรมันประสบความสำเร็จในการควบรวมดินแดนกรีกอย่างสมบูรณ์

รัฐชาวกรีกบริเวณตอนเหนือของอินเดียและเอชียกลางก็ค่อย ๆ สลายตัวไป

ส่วน 2 อาณาจักรขนาดใหญ่ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกอย่าง จักรวรรดิเซลิวซิด (ซึ่งไม่เหลือสภาพจักรวรรดิแล้ว) กับอาณาจักรอียิปต์ ถูกโรมันยึดครองได้สำเร็จในช่วง 1 ศตวรรษก่อนคริสตกาล

ทั้งนี้ โรมันยึดครองเซลิวซิดอย่างสมบูรณ์ในปี 64 ก่อนคริสตกาล และผนวกอียิปต์เป็นรัฐอารักขาที่ขึ้นตรงต่อกรุงโรมอย่างเป็นทางการในปี 30 ก่อนคริสตกาล หลังการสิ้นพระชนม์ของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) ราชินีผู้โด่งดังแห่งอียิปต์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศาสตราจารย์จันทร์ฉาย ภัคอธิคม. (2548). ประวัติศาสตร์อารยธรรมกรีกและโรมัน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

Digital Maps of the Ancient World (Retrieved Feb 28, 2023) : Hellenistic Greece (323-146 BC). (https://digitalmapsoftheancientworld.com/ancient-history/the-history-of-ancient-greece/hellenistic-greece-323-146-bc/)

Antoine Simonin, The World History Encyclopedia (April 28, 2011) : Hellenistic Period. (https://www.worldhistory.org/Hellenistic_Period/)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชะตากรรมจักรวรรดิกรีก หลังสิ้น “อเล็กซานเดอร์มหาราช”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...