โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดบทเรียน Beauty buffet จาก 360 สาขาเหลือ 50 สาขาเดินหน้าต่อยังไง??

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 05.53 น.

Beauty buffet ติดกับดัก “โควิด” กระทบหนักจาก 360 สาขาเหลือ 50 สาขา ปักหมุด 2024 เริ่มเกมใหม่ดึง “พิศาล ธาราพัฒน์” คุมทัพจับตลาดในประเทศ เตรียมส่งไลน์อัพสินค้าใหม่ล่อซื้อลูกค้าใหม่พลิกกำไรในรอบ 4 ปี

Beauty buffet อีกหนึ่งร้านค้าความงามที่เคยทรงอิทธิพลและติดอันดับเบอร์ต้น ๆ ของไทย โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียนจนสามารถแตกแขนงขยายสาขาไปมากกว่า 360 สาขา ทว่าการเข้ามาของ “โควิด” นอกจากทำให้ต้องปิดประเทศแล้วห้างสรรพสินค้าก็ถูกปิดตามไปด้วย สะเทือนถึง “Beauty buffet” ถึงขั้นเจ็บหนักเพราะสาขาทั้งหมดอยู่ในห้างสรรพสินค้า และครึ่งหนึ่งของยอดขายมาจากทัวริสต์ ท้ายที่สุด Beauty buffet ต้องปิดตัวลงไปเรื่อยๆจนปัจจุบันเหลือเพียง 50 ช้อปเท่านั้น

ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือสินค้า “ค้างสต๊อก” จำนวนมากที่เตรียมไว้ป้อน 360 สาขา ดังนั้นในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา BEAUTY จึงอยู่ใน Stage ของการกำจัดสต๊อกทำให้ชื่อของ Beauty buffet ค่อนข้างเงียบหายไปจากตลาดและหันมาขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน “มัลติสโตร์” เพื่อดึงลูกค้ากลับมา

3 บทเรียน 2023 แพ้กระดาน 2 โฟกัสผิดตลาด นทท.จีนไม่มาตามนัด

หลังโควิดจบลง BEAUTY เริ่มที่จะคัมแบ็กและทำการตลาดเพื่อพลิกอัพแบรนด์ให้กลับมาอีกครั้ง ในปี 2023 จึงเริ่มเห็นความเคลื่อนในมุมของการตลาดแต่ทว่าแผนที่เตรียมไว้ดูเหมือนจะล่มไม่เป็นท่า

นางดารณี ปะเถตัง ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY เปิดเผยว่า Beauty Buffet ค่อนข้างแมสในตลาดทัวริส ในช่วงโควิดประเทศปิด Beauty Buffet ณ วันนั้นมี 360 กว่าสาขาไม่ทันตั้งตัวทำให้เสียหลักหนักมาก เพราะครึ่งหนึ่งของรายได้มาจากตลาดต่างประเทศ

ซึ่ง BEAUTY พยายามที่จะวางกลยุทธ์สำหรับ Beauty Buffet ตั้งแต่ 2021 จนถึงปี 2023 เพื่อให้กลายเป็น Brand Love ของตลาด “Domestic”

บทเรียนของเราในปี 2023 คือ 1 BEAUTY ลง budget งบการตลาดไม่เยอะจน Beauty Buffet ไม่สามารถทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันได้เหมือนหยดน้ำลงทะเล บทเรียน 2 ที่เป็นข้อผิดพลาดก็คือปี 2023 รัฐบาลพยายามโปรโมทว่าการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวจีนกำลังกลับมา ดังนั้นเงินที่น้อยอยู่แล้วถูกใช้ไปในช่องทางที่เกี่ยวข้องกับนทท.จีนทั้งหมดเท่ากับ “เสียเปล่า” เพราะคนจีนไม่กลับมาตามที่รัฐบาลบอก

และบทเรียนสุดท้ายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา BEAUTY แทบจะไม่ได้ออกสินค้าใหม่เลย เราขายแต่ตัวเดิมๆเนื่องจากเรามีสต๊อกเยอะทำให้ต้องเคลียร์สต๊อกก่อน แต่ด้วย budget ในการ spending ไม่ได้มีมากพอในขณะที่เรามีคู่แข่งจำนวนมากทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ใหญ่ๆที่มีเม็ดเงินมหาศาล นอกจากนี้ลูกค้าเดิมๆของเราก็ห่างหายหรือมีอายุมากขึ้นมี Power spending ในการใช้แบรนด์อื่นๆ”

เปลี่ยนผู้นำทัพ “พิศาล ธาราพัฒน์” กุมบังเหียนฟื้นแบรนด์

จากบทเรียนในปี 2023 ทำให้ BEAUTY ต้องปรับทัพใหม่ตั้งแต่ผู้นำทัพคนใหม่อย่าง“พิศาล ธาราพัฒน์” ที่คว่ำหวอดในวงการ consumer Product มากว่า 30 ปี ผ่านการทำงานกับโกลเบิ้ลแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นเนสท์เล่ เป๊ปซี่โค กางเกงยีนส์ลีวาย กาแฟมอคโคน่าและล่าสุดแบรนด์ไทยอย่าง เถ้าแก่น้อย ก่อนเข้ามานั่งตำแหน่ง“ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY)” เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว

ทั้งนี้ “พิศาล” ได้วาง Strategy สำหรับ BEAUTY ไว้ 3 เฟสคือปี 2024 เริ่มโปรโมทตัวสินค้ามากขึ้น ปี 2026 โปรโมทที่ร้านหรือ Beauty Buffet Shop และปี 2028 โฟกัสที่ตัวแบรนด์

แผนรบ 2024 ออกสินค้าใหม่ จอย e-commerce ไดร์ฟยอดขาย

สำหรับปี 2024 นี้ BEAUTY แบ่งกลยุทธ์การดำเนินงานภายใต้ 3 แกนหลักคือ แกนที่ 1 Business Performance เพื่อไดร์ฟยอดขาย ไดร์ฟธุรกิจของ BEAUTY ให้กลับมา โดยการล๊อนสินค้าใหม่ในกลุ่มอินโนเวทีฟและเทรนดี้ ทำการตลาดที่เน้น product มากขึ้นในปีนี้ ทั้งคาริสา กันแดด วิตามินซีและโฟมล้างหน้า รวมทั้ง รีโนเวต Retail shop และขยายสู่อีคอมเมิร์ซ

ขณะที่โมเดิร์นเทรดทั้ง EVEANDBOY และ King Power สามารถทำยอดขายเติบโต 100% รับการกลับมาของนทท.จีนและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังจะบุก TraditionalTrade หรือตลาดต่างจังหวัดที่ BEAUTY ยังไม่เคยเข้าไปจอยเชื่อว่าจะเป็นโอกาสสร้างยอดขายเป็นกอบเป็นกำ

และที่ลืมไม่ได้คือ “ตลาดเมืองจีน” ที่ยังคงเป็นเป็นสัดส่วนสำคัญ ซึ่ง BEAUTY จะทำ Business plan ร่วมกับ Distributor โดยพัฒนา Exclusive sku เพื่อไดร์ฟตัวเลขกลับมา

นายพิศาล ธาราพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) เปิดเผยว่า “Key Point ตัวหนึ่งที่จะทำให้Beauty Buffetกลับมาและอยู่ในสายตาของผู้บริโภคคือเรื่องของโพรดักส์ใหม่ที่เป็นอินโนเวทีฟและเทรนดี้ ดังนั้นในปีเราจะมี โพรดักซ์ใหม่ 30 Item 46 Sku ตั้งเป้ายอดขาย 143 ล้านบาทหรือประมาณ 19%

ซึ่งครึ่งปีแรกเรามี Key Highlight คือ “คาริสา” ที่จะเป็นโพรดักซ์เรือธงของปีนี้โดยคาดหวังยอดขาย 30-35% ของยอดขายโพรดักซ์ใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ“ซาเช่” เข้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตามเป้าหมายบุกตลาดเนชั่นไวด์ ตามมาด้วยกันแดดล่องหน และ Vit C Body Lotion ส่วนตัวสุดท้ายที่เพิ่งออกมาก็คือ Milk Plus ซึ่งเป็น product Hero ของเรามากว่า 10 ปีโดยเพิ่มสินค้าเข้ามาอีก 2 ตัวคือกลุ่มแอคเน่ และผิวกระจ่างใส”

แกนที่ 2 Cos appetency โดยการปรับ GP จาก 50%ในปีที่แล้วเป็น 52% ในปีนี้เพื่อให้สอดรับกับสินค้าใหม่ที่จะต้องมี Gross Margin 70% รวมทั้งลดต้นทุนโลจิสติกส์จาก 6.4% เหลือ 4.46% พร้อมกับกำหนดการใช้ spending 1% บน Premium Product สุดท้ายในแง่ไฟแนนซ์ปีที่แล้วเราตั้งเป้าปิด 120% ปีนี้เราตั้งใจให้ต่ำกว่า 115%

และแกนที่ 3 คือเรื่องของ “คน” BEAUTY ไม่มีแพลนลดคนแต่มีแผนเพิ่มคนเพื่อรองรับการเปิดสโตร์ใหม่เมื่อภาพรวมตลาดรีเทลดีขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีการลงทุนร้านใหม่5-6 สาขา ใช้งบราวๆ30 ล้านบาทในปีนี้

โฟกัสตลาดในประเทศ ดึงคนรุ่นใหม่กลับเข้าพอร์ต

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา BEAUTY มีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 67% และตลาดต่างประเทศ 33% และเมื่อลงมาดูแต่ละ segment พบว่าในตลาดเมืองไทยประกอบไปด้วย retail Shop 47% e-commerce 9% โมเดิร์นเทรดประมาณ 8% และตลาดต่างจังหวัด 1%

นั่นหมายความว่าตลาดต่างจังหวัดยังมีช่องทางเติบโตสำหรับ BEAUTY อีกมาก

เมื่อลงมาดูแต่ละ product จะพบว่า BEAUTY มียอดขายสกินแคร์เป็นสัดส่วน 70% เมคอัพ 14%Food suppreument 11% และ Accessories 5%

ทั้งนี้ยอดการใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้าต่างชาติจะสูงกว่าเนื่องจากซื้อจำนวนมากในแต่ละครั้ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้าในประเทศจะไม่ได้สูงมากเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 600 บาทแต่ก็มากกว่าช่วงก่อนโควิดที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 200-300 บาท

“ปีนี้เราต้องเปลี่ยนมายเซ็ท อย่างแรกคือเราต้องการโปรโมทคนรุ่นใหม่ที่เป็นตลาดในประเทศให้กลับมาซื้อ โดยตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าในประเทศ 70-75% และตลาดต่างประเทศเหลือแค่ 25% ผ่านการทุ่มงบการตลาดในกลุ่มสินค้าคาริสา ซึ่งจะเริ่มอัดแคมเปญใหญ่ในช่วงเดือนกันยายนพร้อมพรีเซ็นเตอร์นักร้องเบอร์ต้นของเมืองไทยควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่าน Influencer กว่า 500 คนบน tiktok เพื่อให้คนเห็นทุกวันเป็นการสะกดจิตล่อซื้อลูกค้าใหม่

ส่วนกันแดดมี “กลัฟ คณาวุฒิ” เป็นพรีเซ็นเตอร์และเริ่มล๊อนแคมเปญการตลาดแล้ว ส่วนโพรดักซ์อื่นๆเราก็จะมีการทำการตลาดบ้างพอเป็นสีสันเพื่อไม่ให้คนลืม ขณะที่ตลาดจีนเราไม่สนใจไม่ได้เพราะเป็นตัวเลขใหญ่เราทำแคมเปญกับตลาดจีนแยกเบื้องต้นมีการคุยกับเอเจนซี่ในจีนเพื่อทำ KOL บนโซเชียลมีเดียหลักๆของจีนเน้นโฟกัสกลุ่มโฟมล้างหน้าน้ำนมที่ติดตลาดอยู่แล้ว”

ครึ่งปีแรกหลุดเป้า เตรียมล่อซื้อลูกค้าใหม่

อย่างไรก็ตามผู้บริหารยอมรับว่าในครึ่งปีแรกภาพรวมของ BEAUTY“หลุดเป้า” ไปเล็กน้อยเนื่องจากสภาพตลาดแต่ในช่วงไตรมาส 1 นับว่ามีการเติบโตราวๆ 20-30% และคาดว่าสินค้ากลุ่ม คาริสา รวมทั้งสินค้าอื่นๆที่จะทยอยเปิดตัวหลังจากนี้จะเข้ามาช่วยยอดขายครึ่งปีหลัง

“ปีนี้เราจะต้องกลับมาโฟกัสว่าทำอย่างไรจะสามารถเลี้ยงลูกค้าเก่าๆให้กลับมารักเรา และยังสามารถดึงลูกค้าใหม่ๆเข้ามาได้ การตีตลาดโมเดิร์นเทรดให้Beauty buffetเข้าถึงคนได้ง่ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น EVEANDBOY ,BEAUTRIUM, CJ,Watsons ไปพร้อมๆกับการสอดแทรก New product เพื่อล่อซื้อลูกค้าใหม่ๆเข้ามาโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและ First chopper

เพราะฉะนั้นปีนี้เราคาดหวังว่าน่าจะเป็น Turning point ในการทำให้Beauty Buffetกลับมามี Dynamic เพิ่มขึ้นอีกครั้ง และหากสามารถ maintain รายได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้คือเติบโตมากกว่า 60%ก็จะสามารถกลับมามีกำไรในรอบ 3 - 4 ปี”

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...