โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดรถยนต์ร่วงหนักฉุดภาษี สรรพสามิตหืดจับ 7 เดือนฮวบ 1.8 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2567 เวลา 05.01 น.

สรรพสามิตอ่วมรายได้ภาษีรถยนต์ตกแรง เอฟเฟ็กต์ตลาดรถยนต์เมืองไทยร่วงหนัก-ลดภาษีหนุน EV ฉุดรายได้รัฐ 7 เดือนแรกภาษีรถยนต์วูบ 1.8 หมื่นล้าน ฟาก “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย-ทีทีบี” ประเมินยอดขายรถปีนี้ติดลบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2567 กรมสรรพสามิตได้ปรับเป้าหมายจัดเก็บรายได้ที่ 598,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 25% ซึ่งเป็นการตั้งเป้าก่อนจะมีการลดภาษีน้ำมัน และก่อนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จะได้รับความนิยม โดยรายได้ภาษีน้ำมันมีสัดส่วนถึง 40% ของรายได้ที่กรมจัดเก็บทั้งหมด ส่วนภาษีรถยนต์มีสัดส่วน 20% รวมกันประมาณ 60% แล้ว

“ภาษีน้ำมันที่เก็บได้ต่ำ ก็เพราะต้องดูแลภาระของประชาชน ซึ่งกระทบรายได้เดือนละ 20,000 ล้านบาท ขณะที่มาตรการอีวี 3.0 และอีวี 3.5 ทำให้ตลาดรถอีวีโตกว่า 600% ถือว่าจุดติด แต่เรามีการลดภาษีรถอีวีเหลือ 2% จึงมีผลต่อรายได้ แต่ก็ช่วยให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ แต่ภาพรวมตลาดรถยนต์ที่ตกค่อนข้างแรง ทำให้มีผลกระทบต่อรายได้ค่อนข้างมาก” นายเอกนิติกล่าว

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ในอนาคตสรรพสามิตต้องเปลี่ยนบทบาทไปสู่ ESG (Environmental : สิ่งแวดล้อม, Social : สังคม และ Governance : ธรรมาภิบาล) มากขึ้น อย่างการเก็บภาษีคาร์บอน แต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น อยู่ที่การตัดสินใจระดับนโยบาย เช่นเดียวกับการปรับโครงสร้างภาษียาสูบที่ยังต้องมาหารือรายละเอียดกันอีกที

รายงานจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 304,506 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 47,089 ล้านบาท หรือ 13.4% แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 27,541 ล้านบาท หรือ 9.9% โดยการจัดเก็บภาษีรถยนต์ในเดือนล่าสุด เม.ย. 2567 จัดเก็บได้ 4,660 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 4,000 ล้านบาท หรือลดลง 46% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 3,700 ล้านบาท หรือต่ำเป้า 44%

ทั้งนี้ ช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 กรมสรรพสามิตเก็บรายได้จากภาษีรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 44,600 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนกว่า 17,600 ล้านบาท และต่ำกว่าเอกสารงบประมาณ 18,300 ล้านบาท

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2567 ยอมรับว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการลดภาษีน้ำมัน ซึ่งคนที่แบกรับคือกรมสรรพสามิต ทำให้สูญเสียรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ล้านบาท

กราฟฟิก ภาษีรถยนต์

ขณะที่ภาษีรถยนต์ที่จัดเก็บลดลง ก็มาจากกลไกภาษีในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการดึงดูดการลงทุนต่างประเทศผ่านกลไกภาษีของสรรพสามิต แต่สามารถดึงดูดการลงทุนได้กว่า 80,000 ล้านบาท และช่วยลดคาร์บอนได้ถึง 2.4 แสนตันคาร์บอนต่อปี

โดยภาพต่อไปของ EV คือต้องมองภาพ EV ภาคการขนส่ง การสนับสนุนแบตเตอรี่ให้มีราคาเหมาะสม และจูงใจให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว เพื่อให้ไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืนในเรื่องพลังงานสะอาด

“การจัดเก็บที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เข้าใจได้ แต่กรมยืนยันว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพต่อไป เพื่อให้ใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้มากที่สุด” รมช.คลังกล่าว

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ยอดขายรถปี 2567 คาดว่าจะติดลบ 3% แม้ว่าค่ายรถจะเร่งทำกลยุทธ์ราคา เพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาดมาตั้งแต่เริ่มปี 2567 ก็ตาม

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินว่า เทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ของไทยในระยะต่อไปจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจะส่งผลให้ส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ทยอยลดลงจาก 77.9% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2566 เหลือเพียง 57.9% ภายในปี 2573 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยรุนแรงขึ้น เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไทยปรับตัวได้ช้า อีกทั้งไทยยังเสียเปรียบต้นทุนการผลิตรถในประเทศ

ขณะที่การตั้งเป้าให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ BEV ของอาเซียนอาจยังทำได้ไม่เต็มที่ และเจอคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งกว่านั้น บทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้าของไทยค่อนข้างน้อยจากข้อจำกัดรอบด้าน

ทั้งนี้ ttb analytics ประเมินยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2567 อยู่ที่ 771,780 คัน หรือหดตัว 0.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) โดยยอดขายรถกระบะคาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนรถกระบะในปีนี้ทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 48% ของยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ จากที่เคยสูงถึงเกือบ 60% ในปี 2564 ขณะที่ยอดขาย BEV ปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 103,182 คัน หรือขยายตัว 36.3% ทำให้ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ BEV เพิ่มสูงขึ้นเป็น 13.4% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ด้านส่วนแบ่ง ICE จะลดลงเหลือ 72.9%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดรถยนต์ร่วงหนักฉุดภาษี สรรพสามิตหืดจับ 7 เดือนฮวบ 1.8 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...