โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรท. ห่วงปัญหา ภูมิรัฐศาสตร์-ค่าระวางเรือ กดดันส่งออกครึ่งปีหลัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 07.00 น.
ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)

สรท.ยังมั่นใจส่งออกไทยปี 2567 ฝ่าวิกฤตได้โต 1-2% ย้ำห่วงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ ค่าระวางเรือขึ้นกดดันส่งออกครึ่งหลังปี พร้อมจับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ยังคงคาดการณ์การส่งออกปี 2567 เติบโตที่ 1-2% ขณะที่การส่งออกครึ่งปีแรกยังเป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนครึ่งปีหลังยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อการส่งออกไทย โดยเฉพาะเรื่องของต้นทุนค่าขนส่งทางเรือและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองภายในประเทศ

ทั้งนี้ ปัญหาที่มีผลต่อการส่งออกไทย สถานการณ์การเมืองในประเทศก็มีส่วนสำคัญ โดยเห็นว่าจะต้องมีเสถียรภาพ จะทำให้การส่งออกในครึ่งหลังปีนี้ยังมีโอกาสขยายตัวได้ โดยหากผลักดันการส่งออกครึ่งหลังปี 2567 ได้ถึง 142,200-145,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 23,800 ล้านเหรียญสหรัฐได้ โอกาสตัวเลขการส่งออกไทยเฉลี่ยทั้งปีเติบโตเป็นบวก 1-2% ได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ได้แน่นอน

ส่วนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น โดยตู้สั้นจะถูกคิด 4,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากเป็นตู้ยาวถูกคิดเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐ และหากสงครามในตะวันออกกลางและยุโรปยืดเยื้อ โอกาสค่าระวางเรือสูงขึ้นอีกได้ แต่โดยรวมตู้ขนส่งสินค้าไม่ขาดแคลน มีเพียงพอแต่มีระยะเวลาขนส่งมีระยะนานขึ้น

ส่วนผลความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนไม่กังวล เนื่องจากมองว่าครึ่งหลังปีเงินบาทจะยังคงอ่อนค่าอยู่ที่ 36-37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าแข่งขันการค้าไทย

ปัจจัยเสี่ยงกระทบส่งออก

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังในครึ่งปีหลังที่สำคัญ ได้แก่

1) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน การตั้งกำแพงภาษีระหว่างกันและชาติพันธมิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลก รวมถึงการค้าระหว่างประเทศของไทย จับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ มองไม่ว่าใครมาจะเข้ามามีผลส่งออกไทยไตรมาสแรกปี 2568

2) ต้นทุนภาคการผลิต ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ ต้นทุนพลังงาน อาทิ น้ำมันและไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำที่อยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้น

3) ต้นทุนค่าระวางเรือ ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Surcharge) และค่าใช้จ่ายภายในประเทศ (Local Charge) ปรับตัวสูงขึ้นทุกเส้นทาง ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จากการเร่งผลิตและส่งออกของจีน ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้นกว่า 300%

4) การเข้าถึงสินเชื่อของภาคการผลิตมีปัญหาต่อเนื่อง ทำให้ขาดสภาพคล่อง

5) ภาคการผลิตรายสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างจำกัด

ข้อเสนอแนะดันส่งออก

ทั้งนี้ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ ประกอบด้วย

1) ต้องกำกับดูแลต้นทุนการผลิตเพื่อให้การส่งออกของไทยยังคงขีดความสามรถในการแข่งขันได้ อาทิ ต้นทุนพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าขนส่งสินค้าทางทะเลโดยเฉพาะค่าระวางเรือ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

2) ผู้ส่งออกต้องวางแผนการขนส่งด้วยการจองระวางเรือล่วงหน้า รวมถึงการเจรจากับคู่ค้าเพื่อปรับอัตราค่าขนส่งให้สอดคล้องกับค่าระวางในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกเส้นทาง รวมถึงต้องบริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้เหมาะสม

3) สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการส่งออก อาทิ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า

4) สนับสนุนแหล่งเงินทุนให้กับภาคธุรกิจ ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนกระแสเงินสดและการผลิตเพื่อการส่งออก อาทิ การจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ SMEs ในการวางแผนบริหารจัดการ

5) เร่งส่งเสริมกิจกรรม Trade Promotion ในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และสร้างโอกาสให้สินค้าไทยในสายตาคู่ค้าและผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองระหว่างประเทศมีความผันผวน

6) เร่งปรับโครงสร้างการส่งออกของไทย เพื่อรองรับการแข่งขันในระยะยาว โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Trading Nation

ส่งออกไทย 5 เดือน

ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนมกราคม-พฤษภาคมของปี 2567 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YOY) พบว่า ไทยส่งออกรวมมูลค่า 120,493.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 2.6 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 4,298,248 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.1 (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในช่วงมกราคม-พฤษภาคมขยายตัวร้อยละ 4.3)

ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 125,954.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3.5 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 4,542,224 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.8 ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 ขาดดุลเท่ากับ 5,460.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 243,976 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรท. ห่วงปัญหา ภูมิรัฐศาสตร์-ค่าระวางเรือ กดดันส่งออกครึ่งปีหลัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...