โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถึงเวลาลงทุน! โบรกฯ ชี้ SET ใกล้ถึงจุดกลับตัว ชู 2 ธีมเด่น หุ้นปันผล-หุ้น Underperform

Share2Trade

เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 02.55 น. • Share2Trade

ตามที่นักลงทุนหลายคนได้ติดตามข่าวสารและทิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยจะพบว่า มีการปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่คำถามก็คือเมื่อไหร่นั้นจะถึงเวลาลงทุนหรือจังหวะไหนที่ควรลงทุน

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยโซนปัจจุบันให้ Current ERP ที่ 3.6% เป็นโซนลงทุนและมองใกล้ระดับจุดกลับตัว มองหุ้นน่าลงทุนประกอบไปด้วยกลุ่มที่ให้เงินปันผลสูงและกลุ่มที่ Underperform และมีส่วนลดทางพื้นฐานสูง
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2567 ยัง “Underperform” ตลาดหุ้นโลกต่อเนื่องจากปี 2566 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลดลง -8.6% โดยการปรับตัวลดลงเร่งขึ้นในระยะหลังจากปัญหาความไม่ชัดเจนการเมือง แต่หากอิงกลไก Equity Risk Premium (ERP) คือ ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่าง Earnings Yield และ Bond Yield อิงระดับ Current EPS ปัจจุบันที่ราว 83 บาทต่อหุ้น และ Forward EPS ที่ 92 บาท ที่ระดับ Index โซน 1350-1300 จุด
ถือเป็นจุดน่าสนใจสำหรับการวางสถานะลงทุนระยะกลาง-ยาว อิงระดับดัชนีปัจจุบัน Current และ Forward ERP นั้นสูงในระดับ 3.6%-4.22% สูงกว่า Avg 3.09% ขณะที่หาก Current ERP สูงเกินกว่าระดับ + 1 S.D. (4.09%) vs ปัจจุบันอยู่ที่ 3.6% ใกล้ระดับ +1 S.D. ที่เป็นจุดกลับตัวของตลาด
ทั้งนี้จากการศึกษา Back test ย้อนหลัง 20 ปี พบว่า Current ERP แตะระดับดังกล่าว 7 ครั้งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าหุ้นไทยจะกลับมาให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยทุกครั้งในระยะกลาง กล่าวคือ จากนั้น 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 1 ปี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.7%, 4.4% 9.9% และ 20.6% ด้วยความน่าจะเป็น 57%, 43%, 72% และ 86% ตามลำดับ
สำหรับมุมมองเม็ดเงินลงทุนระยะสั้นนักลงทุนต่างชาติ รอบล่าสุดที่เข้ามาคือ เริ่มตั้งแต่ช่วง เม.ย. 64 ซึ่งซื้อสะสมรวมถึงจุดสูงสุดช่วงราว มี.ค. 66 ด้วยเม็ดเงินรวม 2.85 แสนล้านบาท ขณะที่หลังจากนั้นเป็นการขายต่อเนื่องถึงปัจจุบัน นับถึงวานนี้ พบว่า เม็ดเงินดังกล่าวไหลออกจาก SET ไปกว่า 3 แสนล้านบาทแล้ว บ่งชี้แรงขาย ของนักลงทุนต่างชาติจากจุดนี้น่าจะลดลงเป็นลำดับ
ขณะที่มาตรการ Uptick ใกล้มีผล เดือน ก.ค 2567 น่าจะลดความผันผวนฝั่ง “Short Sell” ได้บ้าง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนหรือคำแนะนำสำหรับผู้ลงทุนระยะกลาง-ยาว ให้ทยอยสะสมหุ้นในจุดที่มี Margin of Safety สูง ใน 2 Theme เด่น คือ
1.หุ้นปันผล(Dividend Plays) ที่ธุรกิจมีความมั่นคง ให้ผลตอบแทนอัตราเงินปันผลมากกว่าปีละ 4% ได้แก่ SCB, AP, ICHI, PTT, BBL, INTUCH, ADVANC, HMPRO, BJC, WHA และTU
2.หุ้นในกลุ่มที่ Underperform กว่าตลาด (SET จากต้นปีปรับตัวลดลง 8.6%) แต่พื้นฐานระยะกลาง-ยาวยังแข็งแกร่ง Valuation มีส่วนลด PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20% ได้แก่ BTS, IVL, LH, HMPRO, KCE, PTTGC, GPSC, HANA และ GULF

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...