โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: นสพ.ตีพิมพ์ภาพสำรวจดวงจันทร์ ก่อนนักบินกลับโลกได้อย่างไร?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2567 เวลา 00.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

21 กรกฎาคม 2567
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าหนึ่งในหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าการสำรวจดวงจันทร์ของยาน Apollo 11 เป็นเรื่องลวงโลก คือหนังสือพิมพ์หลายสำนักสามารถตีพิมพ์ภาพการสำรวจดวงจันทร์เพียงหนึ่งวัน หลัง นีล อาร์มสตรอง พิชิตดวงจันทร์ได้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ต้องใช้เวลาอีก 3 วัน กว่านักบินอวกาศจะเดินทางกลับมายังโลก และยังต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าจะล้างภาพได้สำเร็จและส่งไปยังหนังสือพิมพ์แต่ละสำนัก

ตัวแทนขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ชี้แจงต่อสำนักข่าว Reuters ว่า ภาพการสำรวจดวงจันทร์ของยาน Apollo 11 ที่หนังสือพิมพ์เผยแพร่บนข่าวหน้าหนึ่งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 1969 เป็นภาพที่นำมาจากการถ่ายทอดสดที่ยิงสัญญาณตรงมาจากดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องรอภาพจากกล้องถ่ายภาพของนักบินอวกาศแต่อย่างใด

กล้องถ่ายภาพจากดวงจันทร์

Westinghouse Electric Corporation บริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ คือผู้ผลิตกล้องวิดีโอเพื่อบันทึกภารกิจการสำรวจดวงจันทร์ให้กับ NASA โดยเป็นกล้องที่ต้องมีน้ำหนักเบา ใช้พลังงานน้อย ทนต่อสภาพอากาศบนดวงจันทร์ที่อุณหภูมิแตกต่างกันสุดขั้ว (121 °C ในตอนกลางวัน และ −157 °C ในตอนกลางคืน) สามารถบันทึกภาพวิดีโอที่ความสว่างและความมืดแตกต่างกันสูงบนดวงจันทร์ และต้องสามารถส่งสัญญาณกลับมายังโลกได้ด้วย

จนเป็นที่มาของการผลิต Westinghouse Apollo lunar television camera กล้องวิดีโอบันทึกภาพการสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรกของมนุษยชาติได้สำเร็จ โดยฝีมือของ สแตนลีย์ เลอบาร์ วิศวกรไฟฟ้าของ Westinghouse Electric Corporation

ตัวกล้องมีน้ำหนัก 3.29 กิโลกรัม ใช้พลังงานเพียง 6.5 กิโลวัตต์

มีการนำเทคโนโลยีซึ่งเป็นความลับของกองทัพสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเวียดนาม ทำให้กล้องถ่ายวิดีโอบนดวงจันทร์สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวในสภาวะแสงน้อย โดยไม่ทำให้ภาพมัวได้สำเร็จ

ข้อมูลวิดีโอจากตัวกล้องถูกทำให้มีขนาดเล็กลง จากปกติที่ 525 เส้นและ 30 ภาพต่อวินาที ลดลงมาที่ 325 เส้นและ 10 ภาพต่อวินาที เพื่อให้ข้อมูลภาพที่ขนาดเล็กและสามารถส่งกลับมาพร้อมกับสัญญาณอื่น ๆ จากยานอวกาศบนดวงจันทร์ได้

เมื่อยานลงจอดบนดวงจันทร์แตะพื้นผิวดวงจันทร์ Apollo lunar television camera ได้ถูกติดตั้งที่ด้านนอกของตัวยาน โดยหันเลนส์กล้องไปที่บันได เพื่อจับวินาทีที่ นีล อาร์มสตรอง ก้าวเท้าลงสู่ดวงจันทร์ได้สำเร็จ

การส่งสัญญาณมายังโลก

บนยานลงจอดดวงจันทร์มีการติดตั้งสายอากาศเพื่อส่งสัญญาณจากดวงจันทร์ที่ระยะทาง 322,000 กิโลเมตรกลับมายังพื้นโลก โดยมีจุดรับสัญญาณ 3 จุด ได้แก่ หอสังเกตการณ์ Goldstone Observatory ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และ สถานี Honeysuckle Creek Tracking Station กับ หอสังเกตการณ์ Parkes Observatory ในประเทศออสเตรเลีย

หลังจากแปลงสัญญาณวิดีโอจากดวงจันทร์ให้เป็นมาตรฐานแล้ว ก็จะส่งสัญญาณขึ้นสู่ดาวเทียมเพื่อส่งต่อไปยังศูนย์บัญชาการของ NASA ที่เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส เพื่อเผยแพร่ภาพการสำรวจดวงจันทร์ไปยังหน้าจอโทรทัศน์ ที่มีผู้ชมทั่วโลกเฝ้าชมผ่านการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม ซึ่งประเมินว่ามีผู้รับชมวินาทีที่มนุษย์พิชิตดวงจันทร์ครั้งแรกกว่า 600 ล้านคนเมื่อปี 1969

ภาพจากการซ้อม

นอกจากภาพจากกล้องวิดีโอที่ส่งจากดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมแล้ว หนังสือพิมพ์บางสำนักยังใช้ภาพจากการซ้อมก่อนเยือนดวงจันทร์เมื่อเดือนเมษายน 1969 มาใช้ในการตีพิมพ์ข่าวของยาน Apollo 11 ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.reuters.com/fact-check/washington-post-images-1969-moon-landing-taken-nasa-live-feed-2024-02-27/
https://fullfact.org/online/moon-landing-front-page-photos-altered/
https://www.scienceandmediamuseum.org.uk/objects-and-stories/moon-to-living-room-apollo-11-broadcast
https://en.wikipedia.org/wiki/Apollo_11_missing_tapes
https://en.wikipedia.org/wiki/Apollo_TV_camera
How did they broadcast live TV from the Moon?
https://www.youtube.com/watch?v=9vTrmPWULfo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...